Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

The Big Brief : ตำแหน่งงานทักษะสูงของออสเตรเลียกำลังย้ายฐานไปต่างประเทศ

Offshoring Copy of The Big Brief HEADER .jpg

ผู้เชี่ยวชาญชี้ แนวโน้มการย้ายฐานการจ้างงานไปต่างประเทศ (Offshoring) ระลอกล่าสุด กำลังส่งผลให้ตำแหน่งงานประเภทต่างๆ ถูกส่งต่อออกไปยังต่างแดน


Published

By Josie Harvey

Presented by Chayada Powell

Source: SBS



Share this with family and friends


ผู้เชี่ยวชาญชี้ แนวโน้มการย้ายฐานการจ้างงานไปต่างประเทศ (Offshoring) ระลอกล่าสุด กำลังส่งผลให้ตำแหน่งงานประเภทต่างๆ ถูกส่งต่อออกไปยังต่างแดน


สรุปประเด็นสำคัญ

  • ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ภาคธุรกิจจำนวนมากได้ประกาศขยายฐานกลุ่มแรงงานทักษะสูงไปยังต่างประเทศ
  • ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ตลาดแรงงานของออสเตรเลียไม่สามารถป้อนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ในปริมาณที่มากเท่ากับตลาดเอเชียบางแห่ง

ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่

ตั้งแต่ธุรกิจธนาคารไปจนถึงธุรกิจค้าปลีก บริษัทสัญชาติออสเตรเลียจำนวนมาก ตั้งแต่ธุรกิจธนาคารไปจนถึงธุรกิจค้าปลีก ต่างกำลังขยายฐานกลุ่มแรงงานไปยังต่างประเทศ เนื่องจากต้องการลดต้นทุน เข้าถึงกลุ่มแรงงานที่มีทักษะความสามารถ และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป

ในสัปดาห์นี้บริษัท วูลเวิร์ธส์ (Woolworths) ได้ประกาศย้ายตำแหน่งงานบางส่วนไปยังภูมิภาคเอเชีย เพื่อคงความสามารถในการแข่งขันกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกลุ่มผู้เล่นระดับสากลในตลาดด้วยการลดความซับซ้อน เพิ่มผลผลิต และขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงานทั่วทั้งองค์กร

สำนักข่าว เอสบีเอส นิวส์ เข้าใจว่า ตำแหน่งงานในสำนักงานใหญ่ ทั้งในส่วนงานการเงิน ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) และฝ่ายไอที (IT) จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม ทาง Woolworths ยังไม่ได้ออกมายืนยันว่าพนักงานในสำนักงานใหญ่ที่มีอยู่เกือบ 10,000 คน จะได้รับผลกระทบจากประเด็นนี้เป็นจำนวนเท่าใด

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นตามหลังการประกาศของบริษัทหลายแห่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ที่มีการย้ายฐานการดำเนินงานบางส่วนไปยังต่างประเทศ ซึ่งรวมถึง เทลสตรา (Telstra), ธนาคารเนชั่นแนล ออสเตรเลีย แบงก์ (NAB) และ ออฟฟิศเวิร์กส์ (Officeworks)

เมื่อเดือนที่แล้ว Officeworks ระบุว่าจะย้ายตำแหน่งงานสนับสนุนส่วนสำนักงาน เพียงส่วนน้อยไปยังเมืองเบงกาลูรู ประเทศอินเดีย และย้ายงานบริการลูกค้าไปยังกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีรายงานว่าทางบริษัทได้แจ้งต่อพนักงานว่าจะเริ่มนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ (Automation) เข้ามาใช้มากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้รัดกุมยิ่งขึ้น

ขณะที่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา Telstra ได้ประกาศปรับลดตำแหน่งงานมากกว่า 200 ตำแหน่ง และจะย้ายงานดังกล่าวไปยังทีมงานในประเทศอินเดียแทน

โฆษกของบริษัทร่วมทุนระหว่าง Telstra และ เอ็กเซนเชอร์ (Accenture) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ศักยภาพระดับโลก ความเชี่ยวชาญขั้นสูงด้าน AI รวมถึงศูนย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของ Accenture ในประเทศอินเดีย เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านข้อมูลและ AI ของบริษัทได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ปัจจัยขับเคลื่อนเบื้องหลังความเปลี่ยนแปลง

เฮเลนา ลี อาจารย์อาวุโสจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (UTS) กล่าวว่า ในขณะที่ภาคธุรกิจต่าง ๆ ได้ย้ายสายงานบริการ เช่น คอลเซ็นเตอร์ ไปยังต่างประเทศมาเป็นเวลานานเพื่อลดต้นทุน แต่การตัดสินใจในช่วงหลัง ๆ นี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของกลุ่มแรงงานที่มีการศึกษาสูงในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ของเอเชีย

 เธอกล่าวเสริมว่า ประเทศเหล่านี้ได้ลงทุนอย่างมหาศาลในด้านการศึกษาและการพัฒนาแรงงาน ซึ่งช่วยสร้างอุปทานแรงงานจำนวนมากที่มีทักษะความสามารถตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจ

"มีอุปทานแรงงานทักษะสูงมากมายในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ ดังนั้น แรงงานเหล่านี้จึงมีความสามารถสูงมากโดยมีต้นทุนที่ต่ำมาก" เธอกล่าว

วิกัส กุมาร์ ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ (University of Sydney) กล่าวว่า แนวโน้มในปัจจุบันนั้นแตกต่างไปจากการย้ายฐานการผลิตหรือการจ้างงานนอกประเทศแบบดั้งเดิม

เขาได้ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในการย้ายตำแหน่งงานระดับสูงไปยังต่างประเทศ โดยใช้การเปรียบเทียบว่า "สมองส่วนกลางขององค์กร" (Corporate brain) ของบริษัทต่าง ๆ ในออสเตรเลีย กำลังถูกปรับให้เป็นไปในรูปแบบระดับโลก (Globalised) แล้วในขณะนี้

"เรื่องนี้มีความสำคัญมากกว่าการเปลี่ยนแปลงในระดับโลกของส่วนที่เป็น 'แขนขา' หรือ 'มือ' (หมายถึงกลุ่มแรงงานฝ่ายปฏิบัติการหรือแรงงานไร้ทักษะ) ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 20 หรือ 25 ปีก่อนอย่างมาก"

กุมาร์แย้งว่า แม้เรื่องต้นทุนจะยังคงเป็นปัจจัยหนึ่ง แต่สิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในปัจจุบันกลับกลายเป็นการเข้าถึงทักษะและความสามารถของแรงงานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

บริษัทต่าง ๆ ที่กำลังจัดตั้งศูนย์กลางการดำเนินงานในต่างประเทศ (Offshore hubs) ในพื้นที่อย่างเมืองเบงกาลูรู เนื่องจากพวกเขาสามารถเข้าถึงกลุ่มแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและ AI

เขาข้อสังเกตว่า หลายบริษัทไม่ได้จ้างผู้ให้บริการภายนอก (Outsourcing) ให้เข้ามาดูแลในส่วนงานเหล่านี้ แต่เลือกที่จะจัดตั้งและเป็นเจ้าของฐานการดำเนินงานในต่างประเทศด้วยตนเอง

"ดังนั้น นี่จึงเป็นกลยุทธ์ระยะยาวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่มาตรการชั่วคราว" เขากล่าว

ศูนย์กลางการจ้างงานนอกประเทศ (Offshore hubs)

เบงกาลูรู ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางทางด้านเทคโนโลยีชั้นนำของอินเดีย ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพนักงานจำนวนหลายพันคนที่ทำงานให้กับบริษัทสัญชาติออสเตรเลีย

ภูมิภาคนี้บางครั้งได้รับการขนานนามว่าเป็น "ซิลิคอนแวลลีย์แห่งอินเดีย" (Silicon Valley of India) เนื่องจากเป็นแหล่งรวมของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ สถาบันวิศวกรรมต่าง ๆ รวมถึงภาคธุรกิจสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ธุรกิจรายใหญ่ของออสเตรเลียหลายแห่งต่างก็มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ ออสเตรเลียน ไฟแนนเชียล รีวิว (Australian Financial Review) ระบุว่า ธนาคารคอมมอนเวลธ์ (Commonwealth Bank) มีการจ้างงานพนักงานที่นั่นมากกว่า 6,500 คน ในขณะที่ธนาคารเอเอ็นแซด (ANZ) มีการจ้างงานในเบงกาลูรูถึง 9,000 คน และในกรุงมะนิลาอีก 2,000 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 28 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนพนักงานทั้งหมดของบริษัท

โฆษกของออฟฟิศเวิร์กส์ (Officeworks) กล่าวว่า กิจกรรมบางส่วนที่ดำเนินการโดยสำนักงานสนับสนุนในออสเตรเลียในปัจจุบัน จะถูกเปลี่ยนผ่านไปยังศูนย์กลางระดับโลกแห่งใหม่ในเมืองเบงกาลูรู

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทระบุว่าทีมงานส่วนใหญ่ของ Officeworks จะยังคงปักหลักอยู่ในออสเตรเลีย และบริษัทจะยังคงเดินหน้าสร้างงานในชุมชนต่าง ๆ ของออสเตรเลียต่อไป

ด้านโฆษกของวูลเวิร์ธส์ (Woolworths) เปิดเผยว่า ธุรกิจคาดว่าจะมีการสร้างตำแหน่งงานใหม่ประมาณ 2,500 ตำแหน่งในปีหน้าในสาขาต่าง ๆ ทั้งในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ อีกทั้งบริษัทยังมีทีมงานที่ปฏิบัติงานอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชียมาเป็นเวลาหลายปีแล้วเช่นกัน

ประเทศฟิลิปปินส์และเวียดนามต่างก็เป็นศูนย์กลางสำหรับสายงานบริการลูกค้าในต่างประเทศด้วย ขณะที่ประเทศจีนเองก็ถือเป็นแหล่งรวมแรงงานทักษะสูงจำนวนมาก (Deep talent pool) ทว่ากุมาร์ระบุว่า ระดับความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษที่แตกต่างกันอาจทำให้ภาคธุรกิจดำเนินงานในตลาดนั้นได้ยากกว่า

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของธนาคารเนชั่นแนล ออสเตรเลีย แบงก์ (NAB) ระบุว่า ทางธนาคารมีการจ้างงานพนักงานราว 2,000 คนในกรุงฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม ณ "ศูนย์นวัตกรรมระดับโลก" ของธนาคาร นอกเหนือจากการจ้างงานพนักงานอีกหลายพันคนในเมืองเบงกาลูรูและคุรุคราม (Gurugram) ของประเทศอินเดีย

ทั้งนี้ ฐานการปฏิบัติงานในต่างประเทศเหล่านั้น คิดเป็นสัดส่วนราว 17 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนแรงงานทั้งหมดของธนาคาร

AI กำลังเปลี่ยนสมการเดิม ๆ

ลี กล่าวว่า การเปิดรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรวดเร็ว กำลังเข้ามาพลิกโฉมกลุ่มแรงงานทั่วโลกเช่นกัน โดยบางประเทศมีความเคลื่อนไหวในการพัฒนาทักษะด้าน AI ที่รวดเร็วกว่าออสเตรเลีย

เธอกล่าวแย้งว่า แม้ออสเตรเลียจะมีกลุ่มแรงงานที่มีทักษะความสามารถสูง แต่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่บางแห่งกลับยกระดับให้ขีดความสามารถด้าน AI เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านโครงการริเริ่มด้านการศึกษาและการฝึกอบรมต่าง ๆ

ในขณะที่ AI ถูกนำมาใช้ในวงกว้างเพื่อเปลี่ยนงานบางอย่างให้เป็นระบบอัตโนมัติ ลีระบุว่าเทคโนโลยีนี้ยังได้สร้างความต้องการกลุ่มแรงงานที่มีความสามารถในการตรวจสอบและทบทวนผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นโดย AI (AI-generated outputs) อย่างมีวิจารณญาณด้วยเช่นกัน

เธอยังเรียกร้องให้อสสเตรเลียมีการพัฒนาการศึกษาที่ดีขึ้น เพื่อสร้างทักษะที่จะช่วยให้ประเทศออสเตรเลียสามารถคงขีดความสามารถในการแข่งขันเอาไว้ได้

"ตอนนี้เรายังไม่มีหลักสูตรหรือโปรแกรมที่ดีพอในการพัฒนาทักษะด้าน AI ตามที่เราต้องการ" เธอกล่าว

"ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking), ทักษะที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centered skills), การสื่อสารตลอดจนความสามารถในการตรวจสอบสิ่งที่ AI ประมวลผลออกมาให้เรา"

ด้านกุมาร์กล่าวว่า แม้บุคคลที่มีทักษะความสามารถและความเชี่ยวชาญเหล่านี้จะมีอยู่ในออสเตรเลีย แต่ "เรายังไม่มีวิธีที่จะขยายขนาด (Scale up) กลุ่มบุคลากรเหล่านั้นให้เพิ่มขึ้นได้ และเรื่องนี้ก็กำลังกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด"

"อัตราความเร็วที่บริษัทต่าง ๆ ตระหนักถึงความจำเป็นในการนำ AI เข้ามาผสานรวมกับฟังก์ชันการทำงานขององค์กร หมายความว่าในความเป็นจริงแล้ว เราจำเป็นต้องใช้คนมากขึ้น ไม่ใช่ลดจำนวนคนลง"

การใช้ประโยชน์จากกลุ่มแรงงานระดับโลกอย่างรับผิดชอบ

กุมาร์กล่าวว่า ออสเตรเลียสามารถสร้างทักษะที่จำเป็นเหล่านี้ขึ้นมาเองภายในประเทศได้ แต่จำเป็นต้องอาศัยการลงทุนที่มากขึ้นในการฝึกอบรมด้าน AI ทั้งในระดับมหาวิทยาลัย, สถาบันสถาบันวิชาชีพ (TAFE) รวมถึงในภาคองค์กร โดยนายจ้างจะต้องมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการยกระดับทักษะ (Upskilling) ของพนักงาน

ขณะเดียวกัน แม้การจะห้ามไม่ให้ภาคธุรกิจหันไปพึ่งพาแรงงานฝีมือระดับโลกอาจดูเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ แต่เขามองว่าบริษัทต่าง ๆ ควรทำสิ่งนี้อย่าง "รับผิดชอบ" ด้วยการเดินหน้าลงทุนในกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ของออสเตรเลีย เพื่อพัฒนาตำแหน่งงานด้านเทคโนโลยีในท้องถิ่นต่อไป

กุมาร์แย้งปิดท้ายว่า แม้แนวทางนี้อาจส่งผลให้มีต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ในระยะยาวมันจะมอบผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่า และจะส่งผลดีต่อเนื่องไปยังระบบเศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศ

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูป


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now