มีปฏิบัติการกู้ภัยหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงบนเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และมีประชาชนจำนวนมากติดอยู่ภายในศูนย์การค้าที่พังถล่มจากแรงสั่นสะเทือน ขณะที่ทางการเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์
ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่
ประชาชนจำนวนมากยังคงอยู่ในที่ทำงานหรือกำลังจับจ่ายซื้อของ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 แมกนิจูดทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เมื่อเวลา 16.27 น. ตามเวลาท้องถิ่น
อาคารต่าง ๆ สั่นไหว เฟอร์นิเจอร์ล้มระเนระนาด ขณะที่ผู้คนต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในจังหวัดคุมาโมโตะ (Kumamoto) โดยเกิดขึ้นที่ความลึกเพียงประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างตื้น ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงทั่วเกาะคิวชู และรับรู้ได้ในจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ นางาซากิ คะโงะชิมะ ฟุกุโอกะ ซางะ และมิยาซากิ
หลังจากนั้นเกิดอาฟเตอร์ช็อกหลายครั้ง รวมถึงแรงสั่นสะเทือนขนาด 6.1 แมกนิจูด
นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตและขอบเขตความเสียหาย
"ขณะนี้เราได้ยืนยันแล้วว่ามีความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ อาคารถล่ม ถนนได้รับความเสียหาย รวมถึงเกิดเหตุเพลิงไหม้ ดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้"
กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นได้ระดมกำลังพล 3,600 นาย เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมส่งอากาศยาน 20 ลำ ขึ้นสำรวจความเสียหายจากทางอากาศ
โรงพยาบาล 2 แห่งรายงานว่า รับผู้บาดเจ็บแห่งละอย่างน้อย 50 คน ขณะที่ปัญหาน้ำรั่วและระบบไฟฟ้าขัดข้อง ส่งผลกระทบต่อการรักษาผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์
ผู้รอดชีวิตรายนี้กล่าวว่า ในตอนแรกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
"มันรุนแรงมาก อาคารไม่ได้ค่อย ๆ พังลงทีละส่วน แต่มันถล่มลงมาทั้งหมดในครั้งเดียว ทำให้ผมตกใจมาก"
เขากล่าวว่ายังคงอยู่ในอาการช็อก
"จะอธิบายยังไงดี ผมรู้สึกเหมือนร่างกายลอยอยู่กลางอากาศ ตอนแรกจึงไม่รู้เลยว่าเป็นแผ่นดินไหว จนกระทั่งเห็นกำแพงพังลงมา ถึงได้รู้ว่าเกิดแผ่นดินไหว"
สำนักงานบริหารจัดการอัคคีภัยและภัยพิบัติของญี่ปุ่น (Fire and Disaster Management Agency) ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 คน รวมถึง 2 คนที่อยู่ภายในศูนย์การค้าอิออน มอลล์ (Aeon Mall) ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก
หน่วยงานดังกล่าวระบุว่า มีประชาชนจำนวนมากติดอยู่ภายในอาคาร หลังศูนย์การค้าพังถล่ม
มีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นประมาณ 30 นาที หลังจากประชาชนได้รับการอพยพออกจากศูนย์การค้า โดยเจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุ
เจ้าหน้าที่รัฐบาลรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวเกียวโด (Kyodo) ว่า ในเบื้องต้นเชื่อว่าสาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการรั่วไหลของก๊าซ
ทางการได้ประกาศเตือนภัยสึนามิ ก่อนจะยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมา
สำนักงานกำกับดูแลพลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น (Nuclear Regulation Authority) เปิดเผยว่า ยังไม่พบความผิดปกติในทันทีที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แห่งในพื้นที่ใกล้เคียง และโรงไฟฟ้ายังคงดำเนินการได้ตามปกติ
บริษัท Kyushu Electric Power ระบุว่า บ้านเรือนและสถานประกอบการประมาณ 45,000 แห่งยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้
ประชาชนราว 300,000 คนได้รับคำสั่งให้อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว
นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิกล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องไปอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์
"สำหรับพื้นที่ที่ได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความเสี่ยงจากอาคารถล่มและดินถล่มยังคงอยู่ในระดับสูง ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่อันตราย และใช้ความระมัดระวังทุกวิถีทางเพื่อความปลอดภัยของตนเอง ตลอดช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ขอให้เฝ้าระวังความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงสูงสุดระดับ 7"
ชาวเมืองคุมาโมโตะจำนวนมากยังคงจดจำเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อสิบปีก่อนได้ ซึ่งครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 275 คน และบาดเจ็บอีก 2,739 คน
ญี่ปุ่นตั้งอยู่บนแนว วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก (Pacific Ring of Fire) ทำให้ประเทศแห่งนี้เกิดแผ่นดินไหวประมาณ 1,500 ครั้งต่อปี แม้ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะก่อให้เกิดความสูญเสียร้ายแรง
ชายรายนี้กำลังเดินอยู่บริเวณปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle) ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี เมื่อกำแพงหินบางส่วนเริ่มพังถล่มลงมา
เขากล่าวว่ารู้สึกโชคดีที่ยังมีชีวิตรอด
"กำแพงเริ่มพังลงมา และมีเศษซากจำนวนมากหล่นลงมาจากด้านบน"
นางทาคาอิจิกล่าวว่า ประชาชนควรตระหนักถึงความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นดินถล่ม รวมถึงภาวะลมแดดหรือโรคลมร้อน (Heatstroke)
"บางพื้นที่ยังคงประสบปัญหาไฟฟ้าดับ ดิฉันขอให้ทุกคนดูแลความปลอดภัยของตนเอง รวมถึงอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยเมื่อจำเป็น พร้อมทั้งระมัดระวังภาวะลมแดด รัฐบาลของดิฉันจะทำทุกวิถีทาง และจะระดมทรัพยากรของรัฐบาลทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับการปกป้องชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก"
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ ยูทูบ



