นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียย้ำบนเวทีโลกว่า การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือส่วนสำคัญของความมั่นคงแห่งชาติ ขณะเดียวกัน การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ต้องใช้ทั้งพลังงานและน้ำมหาศาลแล้วเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศกับการพัฒนา AI กำลังขัดแย้งกันหรือไม่ และออสเตรเลียจะเดินหน้าทั้งสองเรื่องพร้อมกันได้อย่างไร
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่งาน Climate Week ในนครนิวยอร์ก ต่อหน้าผู้นำ นักการทูต และผู้แทนจากทั่วโลก นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี ส่งสารเตือนอย่างชัดเจน
“ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บอกเราว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะยิ่งรุนแรงและเกิดถี่ขึ้น ซึ่งหมายถึงชุมชนจำนวนมากขึ้นที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราจำเป็นต้องร่วมมือกันเผชิญปัญหานี้โดยตรง เราไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบหรือผลกระทบจากการไม่ลงมือทำ และนี่เป็นอีกเหตุผลที่ชัดเจนและเร่งด่วนว่า ทำไมเราต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด”
ด้านเอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ต่อสำนักข่าว Associated Press เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน สนับสนุนท่าทีของนายอัลบานีซีที่เชื่อมโยง นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับความมั่นคง
“ข้อเสนอของผมในวันนี้คือ เราจำเป็นต้องก้าวไปอีกขั้น และยอมรับว่าการรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องจำเป็นต่อความมั่นคงแห่งชาติด้วย”
เขาระบุว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศต้องเป็นวาระของทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศและนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เพียงรัฐมนตรีด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ และต้องได้รับความสนใจจากฝ่ายความมั่นคง ไม่ใช่เฉพาะนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม
คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังนักวิทยาศาสตร์รายงานว่า เดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม 1.65 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 1.5 องศาที่กำหนดไว้เป็นเป้าหมายระยะยาวภายใต้ความตกลงปารีสปี 2015
ขณะเดียวกัน ที่การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) ในนครนิวยอร์ก ประเด็นสิ่งแวดล้อมก็อยู่ในวาระของบรรดาผู้นำโลกและผู้แทนประเทศต่าง ๆ แต่ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญอันดับแรก
เอสบีเอสได้พูดคุยกับประชาชนบริเวณด้านนอกสถานที่จัดการประชุมถึงประเด็นดังกล่าว
ประชาชนที่เอสบีเอส พูดคุยด้วยแสดงความกังวลต่อการพัฒนา AI โดยบางคนมองว่า หากมนุษย์ไม่ปรับตัวตามเทคโนโลยี ก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ขณะที่บางคนเรียกร้องให้มีการกำกับดูแล เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
บางคนตั้งคำถามด้วยว่า ท้ายที่สุดแล้ว เราจะสามารถควบคุม AI ได้จริงหรือไม่
และนี่คืออดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัก โอบามา ซึ่งกล่าวกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยคอลเกต (Colgate) เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา
“ผมอยากให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ หากผู้สมัครคนไหนไม่มีแผนที่จริงจังว่าจะรับมืออย่างไร ก็แสดงว่าเขายังไม่พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และคุณอาจต้องมองหาคนอื่น”
แต่สิ่งที่พวกเขากำลังส่งสัญญาณเตือนไม่ใช่เรื่องสภาพภูมิอากาศ หากเป็น ความเสี่ยงจาก AI และความต้องการใช้ Generative AI ที่กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก
ออสเตรเลียเป็นหนึ่งใน 22 ประเทศที่ร่วมลงนามเรียกร้องให้มีการทดสอบความปลอดภัยภาคบังคับสำหรับ AI ขั้นสูง หรือที่เรียกว่า frontier AI models รวมถึงการประเมินโดยหน่วยงานอิสระและการกำกับดูแลในระดับนานาชาติที่เข้มแข็งขึ้น
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI จำเป็นต้องได้รับการควบคุม เพื่อให้เทคโนโลยียังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์
ศาสตราจารย์นิโคลัส เดวิส ผู้อำนวยการร่วม Human Technology Institute แห่ง University of Technology Sydney ให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส เมื่อต้นเดือนนี้ว่า
“คำที่กำลังใช้กันตอนนี้คือ ‘pacing the AI frontier’ หรือการควบคุมจังหวะการพัฒนา AI แนวหน้า ซึ่งหมายถึงโมเดลรุ่นล่าสุด รวมถึงโมเดลที่ยังไม่เปิดตัว ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอาจมีความสามารถสูงขึ้น และอาจมีความเสี่ยงมากขึ้นด้วย”
ด้านนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี ระบุว่า สิ่งสำคัญคือประเทศต่าง ๆ ต้องร่วมมือและประสานแนวทางในการรับมือกับการพัฒนา AI
“AI มีศักยภาพช่วยยกระดับชีวิต เศรษฐกิจ ผลิตภาพ รวมถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ แต่สิ่งสำคัญคือมนุษย์ต้องเป็นผู้ควบคุม และอยู่เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา”
เสียงเรียกร้องให้ควบคุม AI เกิดขึ้นในขณะที่หลายประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย กำลังเร่งตามให้ทันเทคโนโลยีนี้
แต่กลุ่มสิ่งแวดล้อมเตือนว่า การเติบโตของ AI แม้จะมีมาตรการกำกับดูแล ก็อาจต้องแลกมาด้วยต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม
ขณะนี้ คณะกรรมาธิการวุฒิสภาออสเตรเลียกำลังตรวจสอบการขยายตัวของ ศูนย์ข้อมูล หรือ data centres รวมถึงการใช้ทรัพยากรและการกำกับดูแล หลังนักวิทยาศาสตร์แสดงความกังวลว่า Generative AI ทำให้ความต้องการใช้น้ำและพลังงานเพิ่มสูงขึ้น
คารี ชิว จากกลุ่ม Voices for Bennelong ให้การต่อคณะกรรมาธิการเมื่อวันอังคาร โดยเรียกร้องให้ออสเตรเลีย ชะลอแผนพัฒนาศูนย์ข้อมูลทั้งหมดไว้ก่อน
“ในช่วงเวลาที่เราควรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและใช้ทรัพยากรอย่างรอบคอบมากขึ้น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เรากลับกำลังอนุมัติโครงการที่อาจทำให้เป้าหมาย Net Zero ของประเทศตกอยู่ในความเสี่ยง”
เธอยังระบุว่า การขยายศูนย์ข้อมูลควรได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากกว่านี้ โดยเฉพาะผลกระทบโดยรวมต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
หลังนายกรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Climate Week ที่สหรัฐฯ ศาสตราจารย์ พลเรือเอกคริส แบร์รี อดีตผู้บัญชาการกองทัพออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันทำงานด้านยุทธศาสตร์ กล่าวว่า คำพูดเพียงอย่างเดียวไม่ใช่การลงมือทำ และออสเตรเลียยังทำได้ไม่ดีพอในการรับมือกับความท้าทายนี้
ด้านศาสตราจารย์ พลเรือเอกคริส แบร์รี อดีตผู้บัญชาการกองทัพออสเตรเลีย ระบุหลังสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีในงาน Climate Week ว่า คำพูดต้องนำไปสู่การลงมือทำ และขณะนี้ออสเตรเลียยังทำได้ไม่เพียงพอ
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ





