SKIP TO MAIN CONTENT

ราคาที่โลกต้องจ่ายด้านสภาพภูมิอากาศ จากการปฏิวัติ AI

ANTHONY ALBANESE UNITED STATES VISIT
นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี กล่าวสุนทรพจน์ที่งาน Climate Week ในนครนิวยอร์ก Source: AAP / MICK TSIKAS

นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียย้ำบนเวทีโลกว่า การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือส่วนสำคัญของความมั่นคงแห่งชาติ ขณะเดียวกัน การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ต้องใช้ทั้งพลังงานและน้ำมหาศาลแล้วเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศกับการพัฒนา AI กำลังขัดแย้งกันหรือไม่ และออสเตรเลียจะเดินหน้าทั้งสองเรื่องพร้อมกันได้อย่างไร


Published

By Camille Bianchi

Presented by Chayada Powell

Source: SBS



Skip to podcast episode content

นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียย้ำบนเวทีโลกว่า การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือส่วนสำคัญของความมั่นคงแห่งชาติ ขณะเดียวกัน การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ต้องใช้ทั้งพลังงานและน้ำมหาศาลแล้วเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศกับการพัฒนา AI กำลังขัดแย้งกันหรือไม่ และออสเตรเลียจะเดินหน้าทั้งสองเรื่องพร้อมกันได้อย่างไร


ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่งาน Climate Week ในนครนิวยอร์ก ต่อหน้าผู้นำ นักการทูต และผู้แทนจากทั่วโลก นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี ส่งสารเตือนอย่างชัดเจน

“ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บอกเราว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะยิ่งรุนแรงและเกิดถี่ขึ้น ซึ่งหมายถึงชุมชนจำนวนมากขึ้นที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราจำเป็นต้องร่วมมือกันเผชิญปัญหานี้โดยตรง เราไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบหรือผลกระทบจากการไม่ลงมือทำ และนี่เป็นอีกเหตุผลที่ชัดเจนและเร่งด่วนว่า ทำไมเราต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด”

ด้านเอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ต่อสำนักข่าว Associated Press เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน สนับสนุนท่าทีของนายอัลบานีซีที่เชื่อมโยง นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับความมั่นคง

“ข้อเสนอของผมในวันนี้คือ เราจำเป็นต้องก้าวไปอีกขั้น และยอมรับว่าการรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องจำเป็นต่อความมั่นคงแห่งชาติด้วย”

เขาระบุว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศต้องเป็นวาระของทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศและนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เพียงรัฐมนตรีด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ และต้องได้รับความสนใจจากฝ่ายความมั่นคง ไม่ใช่เฉพาะนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม

คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังนักวิทยาศาสตร์รายงานว่า เดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม 1.65 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 1.5 องศาที่กำหนดไว้เป็นเป้าหมายระยะยาวภายใต้ความตกลงปารีสปี 2015

ขณะเดียวกัน ที่การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) ในนครนิวยอร์ก ประเด็นสิ่งแวดล้อมก็อยู่ในวาระของบรรดาผู้นำโลกและผู้แทนประเทศต่าง ๆ แต่ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญอันดับแรก

เอสบีเอสได้พูดคุยกับประชาชนบริเวณด้านนอกสถานที่จัดการประชุมถึงประเด็นดังกล่าว

ประชาชนที่เอสบีเอส พูดคุยด้วยแสดงความกังวลต่อการพัฒนา AI โดยบางคนมองว่า หากมนุษย์ไม่ปรับตัวตามเทคโนโลยี ก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ขณะที่บางคนเรียกร้องให้มีการกำกับดูแล เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

บางคนตั้งคำถามด้วยว่า ท้ายที่สุดแล้ว เราจะสามารถควบคุม AI ได้จริงหรือไม่

และนี่คืออดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัก โอบามา ซึ่งกล่าวกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยคอลเกต (Colgate) เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

“ผมอยากให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ หากผู้สมัครคนไหนไม่มีแผนที่จริงจังว่าจะรับมืออย่างไร ก็แสดงว่าเขายังไม่พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และคุณอาจต้องมองหาคนอื่น”

แต่สิ่งที่พวกเขากำลังส่งสัญญาณเตือนไม่ใช่เรื่องสภาพภูมิอากาศ หากเป็น ความเสี่ยงจาก AI และความต้องการใช้ Generative AI ที่กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก

ออสเตรเลียเป็นหนึ่งใน 22 ประเทศที่ร่วมลงนามเรียกร้องให้มีการทดสอบความปลอดภัยภาคบังคับสำหรับ AI ขั้นสูง หรือที่เรียกว่า frontier AI models รวมถึงการประเมินโดยหน่วยงานอิสระและการกำกับดูแลในระดับนานาชาติที่เข้มแข็งขึ้น

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI จำเป็นต้องได้รับการควบคุม เพื่อให้เทคโนโลยียังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์

ศาสตราจารย์นิโคลัส เดวิส ผู้อำนวยการร่วม Human Technology Institute แห่ง University of Technology Sydney ให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส เมื่อต้นเดือนนี้ว่า

“คำที่กำลังใช้กันตอนนี้คือ ‘pacing the AI frontier’ หรือการควบคุมจังหวะการพัฒนา AI แนวหน้า ซึ่งหมายถึงโมเดลรุ่นล่าสุด รวมถึงโมเดลที่ยังไม่เปิดตัว ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอาจมีความสามารถสูงขึ้น และอาจมีความเสี่ยงมากขึ้นด้วย”

ด้านนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี ระบุว่า สิ่งสำคัญคือประเทศต่าง ๆ ต้องร่วมมือและประสานแนวทางในการรับมือกับการพัฒนา AI

“AI มีศักยภาพช่วยยกระดับชีวิต เศรษฐกิจ ผลิตภาพ รวมถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ แต่สิ่งสำคัญคือมนุษย์ต้องเป็นผู้ควบคุม และอยู่เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา”

เสียงเรียกร้องให้ควบคุม AI เกิดขึ้นในขณะที่หลายประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย กำลังเร่งตามให้ทันเทคโนโลยีนี้

แต่กลุ่มสิ่งแวดล้อมเตือนว่า การเติบโตของ AI แม้จะมีมาตรการกำกับดูแล ก็อาจต้องแลกมาด้วยต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม

ขณะนี้ คณะกรรมาธิการวุฒิสภาออสเตรเลียกำลังตรวจสอบการขยายตัวของ ศูนย์ข้อมูล หรือ data centres รวมถึงการใช้ทรัพยากรและการกำกับดูแล หลังนักวิทยาศาสตร์แสดงความกังวลว่า Generative AI ทำให้ความต้องการใช้น้ำและพลังงานเพิ่มสูงขึ้น

คารี ชิว จากกลุ่ม Voices for Bennelong ให้การต่อคณะกรรมาธิการเมื่อวันอังคาร โดยเรียกร้องให้ออสเตรเลีย ชะลอแผนพัฒนาศูนย์ข้อมูลทั้งหมดไว้ก่อน

 “ในช่วงเวลาที่เราควรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและใช้ทรัพยากรอย่างรอบคอบมากขึ้น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เรากลับกำลังอนุมัติโครงการที่อาจทำให้เป้าหมาย Net Zero ของประเทศตกอยู่ในความเสี่ยง”

เธอยังระบุว่า การขยายศูนย์ข้อมูลควรได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากกว่านี้ โดยเฉพาะผลกระทบโดยรวมต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

หลังนายกรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Climate Week ที่สหรัฐฯ ศาสตราจารย์ พลเรือเอกคริส แบร์รี อดีตผู้บัญชาการกองทัพออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันทำงานด้านยุทธศาสตร์ กล่าวว่า คำพูดเพียงอย่างเดียวไม่ใช่การลงมือทำ และออสเตรเลียยังทำได้ไม่ดีพอในการรับมือกับความท้าทายนี้

ด้านศาสตราจารย์ พลเรือเอกคริส แบร์รี อดีตผู้บัญชาการกองทัพออสเตรเลีย ระบุหลังสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีในงาน Climate Week ว่า คำพูดต้องนำไปสู่การลงมือทำ และขณะนี้ออสเตรเลียยังทำได้ไม่เพียงพอ

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now