SKIP TO MAIN CONTENT

Thai Voice: จากเค้กมะพร้าวสื่อรัก สู่คาเฟ่เล็ก ๆ ที่เติบโตด้วยแรงสนับสนุนจากชุมชนดาร์วิน

coconut cake ALC Header Cutout.jpg
ก้อย และ โกเม คู่ชีวิตและเจ้าของคาเฟ่เล็ก ๆ GO GO Goi ในนครดาร์วิน Credit: Supplied

จากเค้กมะพร้าวที่เป็นสื่อรักของอดีตนักเรียนไทยสองคน สู่การสร้างคาเฟเล็ก ๆ ในนครดาร์วิน ก้อยและโกเมเล่าเส้นทางความรัก การเริ่มต้นธุรกิจด้วยแรงสนับสนุนจากชุมชน และขนมรสชาติไทยที่มัดใจลูกค้าหลากวัฒนธรรม


Published

By Chayada Powell

Source: SBS


Skip to podcast episode content

จากเค้กมะพร้าวที่เป็นสื่อรักของอดีตนักเรียนไทยสองคน สู่การสร้างคาเฟเล็ก ๆ ในนครดาร์วิน ก้อยและโกเมเล่าเส้นทางความรัก การเริ่มต้นธุรกิจด้วยแรงสนับสนุนจากชุมชน และขนมรสชาติไทยที่มัดใจลูกค้าหลากวัฒนธรรม


ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

เค้กมะพร้าวอาจเป็นเพียงขนมโปรดสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับ ก้อย เรือนวลัย และ โกเม กิตติอนันต์ สองอดีตนักเรียนไทยในนครดาร์วิน ขนมชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวความรัก ก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจเปิดคาเฟเล็ก ๆ ของตัวเอง

จากขนมที่เริ่มต้นทำเพราะหากินไม่ได้ในดาร์วิน วันนี้เค้กมะพร้าวและขนมที่นำรสชาติแบบไทยมาประยุกต์ มีลูกค้าหลากหลายเชื้อชาติแวะเวียนมาซื้อเป็นประจำ

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ ทั้งคู่บอกว่าไม่ได้มีเพียงเรื่องของการทำขนมและกาแฟเท่านั้น คนในชุมชนที่คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนก็มีส่วนสำคัญในการเริ่มต้นธุรกิจของพวกเขา

ทำไมถึงเลือกดาร์วิน

ก้อยมาอยู่ที่ดาร์วินเมื่อกว่า 20 ปีก่อน หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ความฝันในตอนนั้นคือการไปศึกษาต่อต่างประเทศ

เธอเคยมองถึงการเรียนด้านการโรงแรมในสวิตเซอร์แลนด์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงเกินไป จึงหันมามองออสเตรเลียแทน และสุดท้ายเลือกดาร์วิน แม้จะไม่ใช่เมืองใหญ่ที่นักเรียนต่างชาติมักนึกถึงเป็นอันดับแรก

เหตุผลสำคัญคือเธอมีเพื่อนอยู่ที่นี่ และรู้ว่าหากเดินทางมาก็พอจะมีช่องทางหางานทำ เพื่อช่วยรับผิดชอบค่าเล่าเรียนในฐานะนักเรียนต่างชาติ

“อย่างน้อยเราก็รู้จักคน แล้วเรามาปุ๊บเราก็ทำงานได้เลย”

งานแรกของก้อยคือทำงานในครัวร้านอาหารไทย เพราะในเวลานั้นภาษาอังกฤษของเธอยังไม่คล่องนัก หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ ผ่านงานหลายอย่าง ก่อนมาทำงานในคาเฟและเริ่มสนใจเรื่องกาแฟอย่างจริงจัง

เธอบอกว่าเมื่อกว่า 10 ปีก่อน วัฒนธรรมกาแฟในดาร์วินยังตามหลังเมืองใหญ่อย่างเมลเบิร์นและซิดนีย์อยู่มาก แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว มีบาริสต้าในพื้นที่เดินทางไปแข่งขันและคว้ารางวัลจากเมืองอื่น ๆ

สำหรับตัวเธอเอง การทำงานในคาเฟทำให้พบว่างานลักษณะนี้เข้ากับตัวเอง

“เราก็เริ่มรู้สึกหลงรักกับการทำงานร้านแบบเป็นคาเฟ เพราะเรารู้สึกว่าไลฟ์สไตล์มันใกล้กับเรา”

เค้กมะพร้าวสื่อรัก

ส่วนโกเมมาออสเตรเลียทีหลัง เขาเรียนระดับปริญญาโทที่เมลเบิร์น ก่อนย้ายมาดาร์วินเมื่อประมาณ 4 ปีก่อนเพื่อหางานและโอกาสทำงานหลังเรียนจบ ทั้งคู่มาเจอกันที่งานสงกรานต์ของชุมชนไทยในดาร์วิน

“พอดีผมเป็นตากล้องจิตอาสา แล้วเขาเป็น MC” โกเมเล่าถึงครั้งแรกที่ได้พบกัน

หลังจากนั้นทั้งคู่เริ่มทำกิจกรรมจิตอาสาด้วยกัน และความสัมพันธ์ก็ค่อย ๆ พัฒนาขึ้น โกเมเล่าว่าเขา

“ตกหลุมรักพี่ก้อยเพราะว่าเค้กมะพร้าว”

จากเดิมที่ก้อยทำขนมจากที่บ้าน ความคิดเรื่องการมีร้านของตัวเองก็เริ่มจริงจังขึ้น ขณะเดียวกันลูกค้าที่เคยสั่งขนมก็เริ่มถามว่า เมื่อไรจะมีร้านให้พวกเขาเข้ามาซื้อได้

“ลูกค้าก็ถามว่า สั่งมาเมื่อไหร่จะได้ทาน ตอนนั้นก็เลยตัดสินใจว่า อ้าว เราต้องลุยแล้ว”

อยากเปิดร้าน แต่ติดเรื่องเงินทุน

ความคิดอยากเปิดร้านมีมานาน แต่ปัญหาแรกที่ทั้งคู่เจอคือเรื่องเงินทุน ก้อยยอมรับว่าตัวเองเป็นคนช่างฝัน เมื่อคิดว่าจะมีร้านก็อยากให้มีทุกอย่างอย่างที่วางไว้ แต่เมื่อคำนวณเงินที่ต้องใช้จริง ๆ ก็พบว่าเงินทุนที่มีไม่พอ

ทั้งคู่ยังมีงานประจำ ขณะที่ก้อยทำขนมจากที่บ้าน การเก็บเงินเพื่อเปิดร้านจึงต้องใช้เวลา

“เราก็อยากจะเพอร์เฟกต์ พอมานั่งดูเงินดูปุ๊บ แบบเงินไม่พอ” ก้อยเล่า

โกเมจึงเสนอว่า แทนที่จะรอจนมีเงินพอสำหรับร้านในฝัน ก็อาจเริ่มจากร้านเล็ก ๆ ก่อน

อีกทางหนึ่งคือการเข้าไปขอคำปรึกษาจากคนที่มีประสบการณ์ โดยโกเมเล่าว่า ชุมชนคนไทยหลายคนที่ทั้งคู่รู้จักในดาร์วินทำธุรกิจอยู่แล้ว จึงเข้าไปพูดคุยและขอคำแนะนำว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

“ชุมชนคนไทยที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของบริษัทกัน เราก็ไปขอคำปรึกษา”

ก้อยมองว่าการให้ความช่วยเหลือกันและกันนี้เป็นส่วนหนึ่งของลักษณะชุมชนไทยในดาร์วิน แม้จำนวนคนไทยจะไม่ได้มากเมื่อเทียบกับชุมชนผู้อพยพกลุ่มอื่น

“ไม่เยอะ แต่ว่ามันเหนียวแน่น” เธอกล่าว

ลูกค้าหลากวัฒนธรรม

ดาร์วินเป็นเมืองที่มีประชากรจากหลากหลายวัฒนธรรม นอกจากชุมชนไทยแล้ว ทั้งคู่เล่าว่ายังมีชุมชนชาวกรีก ฟิลิปปินส์ เนปาล อินโดนีเซีย อินเดีย และชาติอื่น ๆ อาศัยอยู่ในพื้นที่ ขนมของก้อยจึงไม่ได้มีเฉพาะลูกค้าคนไทย

ส่วนจุดเริ่มต้นของการทำเค้กชิฟฟอนและขนมบางชนิดนั้น ก้อยบอกว่ามาจากเหตุผลง่าย ๆ คือเธออยากกิน แต่หาไม่ได้ในดาร์วิน

“จุดเริ่มต้นก็เพราะเราหาทานไม่ได้เหมือนกัน เราก็เลยต้องทำ เพราะเราอยากกิน”

เธอบอกว่า ในช่วงที่เริ่มทำ เค้กชิฟฟอนในลักษณะนี้ยังหาได้ยากในดาร์วิน และลูกค้าหลายคนก็บอกกับเธอในลักษณะเดียวกัน

เธอนำวัตถุดิบและรสชาติที่คนไทยคุ้นเคย ทั้งมะพร้าว ใบเตยและฝอยทองมาประยุกต์ใช้ โดยพบว่าลูกค้าเชื้อสายเอเชียหลายกลุ่มค่อนข้างเปิดรับรสชาติเหล่านี้

ฝอยทองอาจมีทั้งคนที่อยากลองและคนที่ยังไม่คุ้นเคย ขณะที่ใบเตยและมะพร้าวได้รับการตอบรับดี โดยเฉพาะจากลูกค้าเอเชีย

บางคนกลายเป็นลูกค้าประจำ มาตั้งแต่เช้าเพื่อถามหาขนมที่ชอบ หรือส่งข้อความมาถามว่าวันนั้นมีหรือไม่

ส่วนปฏิกิริยาที่ก้อยจำได้เป็นพิเศษ มาจากลูกค้าคนหนึ่งที่ชอบขนมมากจนมาบอกกับเธอว่า

“โอ๊ย ฉันแบบนอนฝันถึงเลยนะ”

ทั้งคู่มองว่า ดาร์วินมีข้อได้เปรียบสำหรับคนไทยในเรื่องวัตถุดิบด้วย เพราะภูมิอากาศใกล้เคียงกับประเทศไทย ผักและสมุนไพรที่คนไทยคุ้นเคย ตั้งแต่พริก กะเพรา ผักชี ใบเตย มะเขือ ไปจนถึงมะละกอ หาได้ไม่ยากในพื้นที่

ตลาดช่วงสุดสัปดาห์ก็มีร้านอาหารไทยหลายร้าน ทำให้ก้อยมองว่าในแง่อาหารและวัตถุดิบ ดาร์วินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์สำหรับชุมชนไทย

สำหรับก้อยและโกเม การเปิดคาเฟ่เลฌกๆ แห่งนี้ จึงเป็นผลจากหลายอย่างรวมกัน ตั้งแต่ประสบการณ์การทำงานทีผ่านมา ความชอบเรื่องกาแฟและขนม ไปจนถึงคำแนะนำจากชุมชนและแรงสนับสนุนจากคนรอบตัว

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now