การลอกเลียนแบบไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการแฟชั่น แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเติบโตของการช้อปปิ้งออนไลน์ทำให้ผู้บริโภคพบเห็นและเข้าถึงสินค้าที่ลอกเลียนแบบดีไซน์ได้ง่ายขึ้นเจ้าของธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแฟชั่นจึงเรียกร้องให้มีการให้ความรู้มากขึ้น เพื่อช่วยให้นักออกแบบรายย่อยรู้วิธีปกป้องผลงานสร้างสรรค์ของตัวเอง ก่อนนำออกสู่ตลาด
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
เบสซี โจเซฟ ดีไซเนอร์จากเมลเบิร์น นิยามสไตล์แฟชั่นของเธอว่า เรียบเก๋ มีสไตล์ และแฝงความวุ่นวายเล็ก ๆ
เธอบอกว่า แนวคิดนี้เกิดจากประสบการณ์ของตัวเองและกลุ่มเพื่อนผู้หญิง ที่มักรู้สึกว่าพวกเธอเสียงดัง สนุกสนาน และไม่ค่อยมีพื้นที่ที่รู้สึกว่าเป็นของพวกเธอ
“เพื่อน ๆ ของฉันเวลาไปปาร์ตี้หรืองานต่าง ๆ เรามักพูดกันว่า เราเสียงดังเกินไป วุ่นวายเกินไป และรู้สึกว่าไม่มีที่เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับเรา บางครั้งเรารู้สึกผิดด้วยซ้ำที่เป็นคนสนุกสนาน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นที่ที่ผู้หญิงสามารถส่งเสียงและได้รับการรับฟัง”
เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เธอก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้า Khaos โดยมีหนึ่งในผลงานที่เป็นเอกลักษณ์คือกระโปรงผ้าโปร่งสีเทอร์ควอยซ์แต่งระบาย
“จริง ๆ แล้วนี่เป็นผลงานชิ้นแรกของฉันที่นำไปผลิตจริงจัง มันจึงมีความหมายกับฉันมาก และคิดว่านี่คือชิ้นที่คนจดจำแบรนด์เราได้ ด้วยผ้าโปร่งสีฟ้าสดและระบาย มันอาจจะดูเวอร์ไปนิด แต่ก็สนุกดี และมีความวุ่นวายในแบบของมัน”
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เบสซีตื่นขึ้นมาพบข้อความจากเพื่อน ๆ ที่ส่งภาพกระโปรงตัวหนึ่งมาให้ดู ซึ่งเธอบอกว่ามีดีไซน์คล้ายกับผลงานต้นฉบับของเธอ
กระโปรงดังกล่าววางขายทางออนไลน์ในราคาที่ถูกกว่า โดย Universal Store บริษัทค้าปลีกแฟชั่นของออสเตรเลีย ภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง
เบสซีบอกว่าเธอรู้สึกไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงนำเรื่องนี้ไปเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมกล่าวหาว่าแบรนด์ดังกล่าวลอกเลียนแบบผลงานของเธอ
นอกจากนี้ เธอยังส่งหนังสือ cease-and-desist หรือหนังสือเรียกร้องให้ยุติการกระทำดังกล่าวด้วย
“ฉันใช้เวลาทำกระโปรงตัวนี้อย่างน้อย 6 เดือน แต่พวกเขาอาจจะแค่แคปภาพแล้วส่งให้โรงงาน ซึ่งมีทั้งเงินทุนและเทคโนโลยีมากกว่า ทำให้สามารถทำของที่คล้ายกันออกมาได้อย่างรวดเร็ว”
เบสซีบอกว่า เธอไม่ได้จดลิขสิทธิ์เพื่อคุ้มครองดีไซน์ดังกล่าว เพราะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก กระบวนการนี้ทั้งซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง
มาเรีย ซาด ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นและทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความเห็นว่า
“หลายแบรนด์ยังไม่ค่อยรู้ว่าจะจัดการเรื่องเครื่องหมายการค้าและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างไร ทำให้เรื่องนี้มักไม่ได้รับความสำคัญ จนกระทั่งสายเกินไป เมื่อผลงานถูกลอกเลียนแบบ และถูกนำไปผลิตขายเป็นจำนวนมาก”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอเดินทางระหว่างออสเตรเลียและนิวยอร์ก เพื่อศึกษาเพิ่มเติมด้านกฎหมายแฟชั่น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า
เธอมองว่า การเติบโตของโซเชียลมีเดีย รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทำให้การลอกเลียนแบบดีไซน์ต่าง ๆ ทำได้ง่ายกว่าที่เคย ซาด กล่าวว่า
“ปัญหานี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์ใดกำลังเป็นกระแส ผลงานของพวกเขาอาจถูกลอกเลียนแบบได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ปัจจุบันมีหลายวิธีที่สามารถนำมาใช้ลอกเลียนแบบ รวมถึง AI ซึ่งกลายเป็นปัญหาทางกฎหมายรูปแบบใหม่ที่เมื่อไม่กี่ปีก่อนเรายังไม่ต้องเผชิญ น่าเสียดายที่เวลาและความพยายามที่ดีไซเนอร์ทุ่มเทให้กับผลงาน สามารถถูกนำไปลอกเลียนแบบได้อย่างง่ายดาย”
มาเรียยังเป็นผู้ก่อตั้ง Fashion Law Lab ซึ่งมีเป้าหมายให้ความรู้พื้นฐานด้านกฎหมายและอุตสาหกรรมแฟชั่นแก่เจ้าของธุรกิจในออสเตรเลียด้วย
“สิ่งที่ฉันกังวลที่สุดคือ หลายคนเริ่มทำธุรกิจที่ตัวเองรัก แต่ไม่ได้ศึกษาวิธีปกป้องทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดของธุรกิจ นั่นก็คือทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเอง”
ด้านนิโคล มิลเลอร์ ดีไซเนอร์ชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นที่ใช้ชื่อของตัวเองมาตั้งแต่ปี 1982 บอกว่า จากประสบการณ์หลายสิบปีในวงการ เธอมองว่าการถูกลอกเลียนแบบเป็นสิ่งที่แทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกแฟชั่น
“ในสหรัฐฯ สิ่งที่ได้รับการคุ้มครองมีเพียงลวดลายบนผ้า แต่รูปทรงหรือดีไซน์ของเสื้อผ้าไม่ได้รับการคุ้มครอง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา งานของฉันจึงถูกลอกเลียนแบบมาเยอะ ตอนนี้ถ้ามีใครลอกงาน ฉันกลับรู้สึกเหมือนเป็นคำชม เมื่อก่อนฉันเคยโกรธมาก แต่แฟชั่นเปลี่ยนเร็วมาก เดี๋ยวเทรนด์หนึ่งผ่านไป เทรนด์ใหม่ก็เข้ามา”
มิลเลอร์ เคยออกแบบเสื้อผ้าให้กับนางแบบชื่อดังอย่าง นาโอมิ แคมป์เบลล์ และซินดี ครอว์ฟอร์ดและตลอดเวลาที่อยู่ในวงการ เธอได้เห็นเทรนด์แฟชั่นมากมายเกิดขึ้นและเลือนหายไป
“บางครั้งฉันคิดว่าดีไซเนอร์อาจยึดติดกับผลงานของตัวเองมากเกินไป เพราะหลายครั้งสิ่งที่เราเห็นก็พัฒนามาจากแฟชั่นเมื่อ 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปีก่อน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะเห็นอะไรที่ใหม่และแตกต่างอย่างแท้จริง”
อย่างไรก็ตาม นิโคล มิลเลอร์ มองว่า การลอกเลียนแบบรองเท้าอาจมีประเด็นด้านจริยธรรมมากกว่า เนื่องจากรองเท้าบางประเภทมีขั้นตอนการออกแบบและการผลิตที่ซับซ้อนกว่าเสื้อผ้า
“ในอุตสาหกรรมรองเท้าก็มีการลอกเลียนแบบเช่นกัน แต่ฉันคิดว่างานออกแบบรองเท้ามักมีความแปลกใหม่และมีเอกลักษณ์มากกว่าเสื้อผ้า ดังนั้นงานในด้านนี้จึงควรได้รับการคุ้มครองมากกว่านี้”
ขณะที่ดีไซเนอร์อย่างเบสซียอมรับว่า ในช่วงที่ค่าครองชีพสูง สินค้าเลียนแบบอาจเป็นทางเลือกที่มีราคาถูกกว่าให้กับผู้บริโภค
แต่เพื่อเรียกร้องความสนใจต่อกรณีที่เธอเชื่อว่าดีไซน์ของตัวเองถูกลอกเลียนแบบ เบสซีจึงตัดสินใจลดราคากระโปรงของเธอเป็นการชั่วคราว ให้เท่ากับราคาของสินค้าที่เธอกล่าวหาว่าเลียนแบบผลงานของเธอ
“กระแสตอบรับมากเกินกว่าที่ฉันคาดไว้มาก ทั้งอินฟลูเอนเซอร์ แบรนด์เล็ก ๆ ในออสเตรเลียที่ส่งข้อความมาให้กำลังใจ รวมถึงช่วยแชร์เรื่องราวต่อ ฉันประหลาดใจมากกับกำลังใจและการสนับสนุนที่ได้รับจากทุกคน”
เบสซีหวังว่า ผู้บริโภคชาวออสเตรเลียที่มีกำลังซื้อ จะยังคงเลือกสนับสนุนผลงานต้นฉบับจากธุรกิจขนาดเล็ก
เอสบีเอสนิวส์ได้ติดต่อ Universal Store เพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ




