สุขภาพ: ออสเตรเลียเปิดสิทธิ์วัคซีน RSV ฟรีสำหรับผู้สูงอายุ

INFLUENZA FLU STOCK

RSV มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ (AAP) Credit: AAPIMAGE

รัฐบาลกลางออสเตรเลียประกาศให้วัคซีนป้องกันไวรัส RSV ฟรี สำหรับผู้สูงอายุ เพื่อเพิ่มการปกป้องกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจากโรคทางเดินหายใจที่อาจรุนแรงถึงชีวิต มาตรการดังกล่าวใช้งบประมาณ 445 ล้านดอลลาร์ โดยผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป รวมถึงชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะสามารถเข้ารับวัคซีนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึง 300 ดอลลาร์ต่อเข็ม


เมื่อไม่กี่ปีก่อน ซูซาน ดูเอล ติดเชื้อไวรัส RSV โดยเธอเล่าว่า ความรุนแรงของอาการในครั้งนั้นทำให้เธอรู้สึกตกใจมาก เธอเล่าว่า

“ฉันติดเชื้อ RSV เมื่อเกือบสามปีก่อน และไม่เคยป่วยหนักขนาดนั้นมาก่อนในชีวิต ก่อนหน้านั้นฉันเคยติดโควิดมาแล้วสองครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนโควิดเลย ฉันป่วยหนักอยู่อย่างน้อยสองสัปดาห์ และแทบไม่มีอะไรช่วยให้อาการดีขึ้น”

โรคติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจอาร์เอสวี หรือ RSV เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยและแพร่กระจายได้ง่าย โดยอาการอาจคล้ายไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ ฮูแบร์ทุส เยอร์สมัน จาก โรงพยาบาล รอยัล อดิเลด (Royal Adelaide Hospital) ระบุว่า สำหรับผู้สูงอายุ RSV อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงรุนแรง และในบางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

“ไวรัสชนิดนี้แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าและอันตรายกว่าไข้หวัดใหญ่ จึงถือเป็นโรคที่รุนแรง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ‘ปอดบวม’ ซึ่งอาจนำไปสู่การต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤต และอาจถึงขั้นเสียชีวิต”

เพื่อเพิ่มการปกป้องผู้สูงอายุจากความเสี่ยงดังกล่าว รัฐบาลกลางออสเตรเลียประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมเป็นต้นไป ผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป รวมถึงชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะสามารถเข้ารับวัคซีน RSV ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ก่อนหน้านี้ เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลกลางได้บรรจุวัคซีน RSV ลงในโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติ สำหรับหญิงตั้งครรภ์และทารก

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มาร์ก บัตเลอร์ ระบุว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก 445 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 5 ปี เพื่อขยายการเข้าถึงวัคซีนฟรีให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ มากขึ้น

“การขยายโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติ เช่นเดียวกับการขยายโครงการสวัสดิการด้านยา เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ของเราในการทำให้ประชาชนออสเตรเลียสามารถเข้าถึงยาและวัคซีนที่ดีที่สุดในโลกได้ในราคาที่เหมาะสม”

วัคซีนดังกล่าวมีชื่อว่า อเรกซ์วี ( Arexvy) ซึ่งผ่านการทดสอบในการทดลองทางคลินิกระดับโลกใน 17 ประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย

การนำวัคซีนมาใช้เกิดขึ้นหลังจากปี 2025 มีการติดเชื้อ RSV สูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อมากกว่า 177,000 รายทั่วประเทศ ในจำนวนนี้เป็นผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีมากกว่า 40,000 ราย

ดร. เจอร์สมัน ระบุว่า วัคซีนชนิดนี้ซึ่งมีราคาประมาณ 300 ดอลลาร์ต่อโดส สามารถช่วยป้องกันโรคได้ยาวนานหลายปี

“วัคซีนนี้สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ในระดับประมาณ 80–90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับวัคซีนหลายชนิด”

“รวมถึงวัคซีนไข้หวัดใหญ่ข้อดีอีกประการคือ วัคซีนนี้สามารถปกป้องร่างกาย ได้นานเกือบ 3 ปี หรืออาจนานกว่านั้น แม้ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัด ในขณะที่วัคซีนไข้หวัดใหญ่มักมีประสิทธิภาพลดลงภายในประมาณ 5 เดือนครึ่ง ดังนั้น วัคซีนชนิดนี้จึงถือเป็นส่วนสำคัญที่เข้ามาเสริมในระบบวัคซีน”

ศาสตราจารย์ ลูซี มอร์แกน จาก มูลนิธิโรคปอดแห่งออสเตรเลีย (Lung Foundation Australia) ระบุว่า วัคซีนชนิดนี้แตกต่างจากวัคซีนที่ใช้กันทั่วไปในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กต่อไวรัสชนิดเดียวกัน เธอกล่าวว่า

“วัคซีนชนิดนี้เป็นวัคซีนที่เรียกว่า วัคซีนชนิดแอดจูเวนเต็ด (adjuvanted vaccine) หรือ วัคซีนที่มีสารเสริมภูมิคุ้มกัน ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยมีส่วนประกอบพิเศษที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่เสื่อมลงตามวัย ดังนั้น วัคซีนชนิดนี้จึงถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ”

ในกลุ่มผู้สูงอายุ ชาวออสเตรเลียที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น หอบหืด ภาวะหัวใจล้มเหลว และเบาหวาน มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ RSV รุนแรงและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ด้านศาสตราจารย์ มอร์แกน ระบุว่า การกำหนดอายุที่ต่ำกว่าสำหรับชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสในการเข้าถึงวัคซีนฟรี สะท้อนถึงภาระโรคระบบทางเดินหายใจที่สูงกว่าในกลุ่มประชากรชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย

“ชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสมีความเสี่ยงที่จะป่วยรุนแรงจาก RSV ตั้งแต่อายุน้อยกว่าประชากรทั่วไป ดังนั้น การที่วัคซีนนี้ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติ (NIP) สำหรับคนกลุ่มนี้ในช่วงอายุที่น้อยกว่า จึงเป็นการยอมรับว่าพวกเขามีความเสี่ยงสูงต่อการป่วยหนักจากไวรัสชนิดนี้”

ดังที่เห็นได้ชัดในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในสถานดูแลผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่กระจายของไวรัส เนื่องจากต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ใกล้ชิดร่วมกัน

ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่ใช้เวลากับหลาน ๆ ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากเด็กเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อ RSV ได้ง่าย แม้โดยทั่วไปจะมีอาการไม่รุนแรง

ศาสตราจารย์ ลูซี มอร์แกน ระบุว่า สิ่งสำคัญคือการตระหนักว่า หลายครอบครัวยังพึ่งพาผู้สูงอายุในการดูแลเด็ก

เธอกล่าวว่า แม้ผู้สูงอายุบางรายจะไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่การติดเชื้อ RSV อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ทำให้ต้องการการดูแลเพิ่มขึ้น และมีความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันลดลง

“เมื่อผู้สูงอายุป่วย พวกเขาจะไม่สามารถทำกิจกรรมตามปกติได้ ไม่สามารถดูแลหลาน และในบางกรณีอาจไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ทำให้ครอบครัวต้องเข้ามารับภาระดูแลมากขึ้น

ดังนั้น การปกป้องผู้สูงอายุจากโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่รุนแรง จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สังคมยังคงขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่น

วัคซีน RSV สามารถฉีดพร้อมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ โดยบุคลากรทางการแพทย์แนะนำให้ผู้สูงอายุเข้ารับการฉีดวัคซีนล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่โรคทางเดินหายใจระบาดสูง

ผู้ที่มีสิทธิ์สามารถเข้ารับวัคซีน RSV ได้ผ่านแพทย์ทั่วไป คลินิกวัคซีน ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงบริการสาธารณสุขสำหรับชาวอะบอริจิน

ด้านซูซาน ดูเอล ระบุว่า เธอรู้สึกขอบคุณที่ผู้สูงอายุคนอื่น ๆ จะมีโอกาสป้องกันตนเองจากผลกระทบรุนแรงของโรค เช่นเดียวกับที่เธอเคยเผชิญ

“ฉันหวังว่าจะไม่ต้องติดเชื้ออีก และหวังว่าทุกคนที่มีสิทธิ์จะเข้ารับวัคซีนนี้ เพราะมันสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้”

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม

spk_1

รัฐบาลกลางออสเตรเลียประกาศให้วัคซีนป้องกันไวรัส อาร์เอสวี (RSV) ฟรีสําหรับผู้สูงอายุ เพื่อเพิ่มการปกป้องกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจากโรคทางเดินหายใจที่อาจรุนแรงถึงชีวิต มาตรการดังกล่าวใช้งบประมาณ 45 ล้านดอลลาร์ โดยผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป รวมถึงชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอเรสที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะสามารถเข้ารับวัคซีนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม

spk_1

ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึง 300ต่อเข็ม ฟังรายงานเรื่องนี้จากคุณแองเจลิกา เวท และคุณเจเนวีฟ ลามอนด์ จากเอสบีเอส นิวส์ ชญาดา พาวล์ เอสบีเอส ไทย เรียบเรียงและนำเสนอ

spk_1

เมื่อไม่กี่ปีก่อน ซูซาน ดูเอลติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี โดยเธอเล่าว่าความรุนแรงของอาการในครั้งนั้นทําให้เธอรู้สึกตกใจมาก เธอเล่าว่า

spk_1

ฉันติดเชื้ออาเอวี เมื่อสามปีก่อนและไม่เคยป่วยหนักขนาดนั้นมาก่อนในชีวิต ก่อนหน้านั้นฉันเคยติดโควิดมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนโควิดเลย ฉันป่วยหนักอยู่อย่างน้อย 2 สัปดาห์และแทบไม่มีอะไรช่วยให้อาการดีขึ้น

spk_1

โรคติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจอาร์เอสวี เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยและแพร่กระจายได้ง่าย โดยมีอาการคล้ายไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ศาสตราจารย์ ฮูแบร์ทุส เยอร์สมัน จากโรงพยาบาลรอยัล อดิเลดระบุว่าสําหรับผู้สูงอายุไวรัสอาร์เอสวี อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงรุนแรงและในบางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

spk_1

เขากล่าวว่าไวรัสชนิดนี้แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าและอันตรายกว่าไข้หวัดใหญ่ จึงถือเป็นโรคที่รุนแรง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง หรือที่เรียกอีกอย่างว่าปอดบวม ซึ่งอาจนําไปสู่การต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤต และอาจถึงขั้นเสียชีวิต

spk_1

ศาสตราจารย์เยอร์สมันชี้ เพื่อเพิ่มการปกป้องผู้สูงอายุจากความเสี่ยงดังกล่าว รัฐบาลกลางออสเตรเลียประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมเป็นต้นไป ผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป รวมถึงชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอเรส ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะสามารถเข้ารับวัคซีนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่ผ่านมา

spk_1

รัฐบาลกลางได้บรรจุวัคซีนอาร์เอสวี ลงในโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติ สำหรับหญิงตั้งครรภ์และทารก ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข มาร์ค บัตเลอร์ ระบุว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก 45 ล้านดอลลาร์ในช่วงห้าปี เพื่อขยายการเข้าถึงวัคซีนฟรีให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางอื่นๆ ให้มากขึ้น

spk_1

เขากล่าวว่าการขยายโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติ เช่นเดียวกันกับการขยายโครงการสิทธิประโยชน์ด้านเวชภัณฑ์หรือพีบีเอส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ของเราในการทําให้ประชาชนออสเตรเลีย สามารถเข้าถึงยาและวัคซีนที่ดีที่สุดในโลกได้ในราคาที่เหมาะสม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มาร์ค บัตเลอร์ กล่าว

spk_1

วัคซีนดังกล่าวมีชื่อว่า อเรกซ์วี ( Arexvy) ซึ่งผ่านการทดสอบในการทดลองทางคลินิคระดับโลกใน 17 ประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย การนําวัคซีนมาใช้เกิดขึ้นหลังปี 2025 ที่มีการติดเชื้อ RSV สูงเป็นประวัติการ โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อมากกว่า 177,000 รายทั่วประเทศ ในจำนวนนี้เป็นผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี

spk_1

มีมากกว่า 40,000 ราย ด็อกเตอร์ เยอร์สมัน ระบุว่าวัคซีนชนิดนี้ซึ่งมีราคาประมาณ 300 ดอลลาร์ต่อโดส สามารถช่วยป้องกันโรคได้ยาวนานหลายปี เขากล่าวว่าวัคซีนนี้สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ในระดับประมาณ 80 ถึง 90 เปอร์เซนต์ ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับวัคซีนหลายชนิด

spk_1

รวมถึงวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ข้อดีอีกประการหนึ่งคือวัคซีนนี้สามารถปกป้องร่างกายได้นานเกือบ สามปี หรืออาจนานกว่านั้น แม้ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัดในขณะที่วัคซีนไข้หวัดใหญ่มักมีประสิทธิภาพลดลงภายในประมาณ ห้าเดือนครึ่ง ดังนั้นวัคซีนชนิดนี้จึงถือเป็นส่วนสําคัญที่เข้ามาเสริมในระบบวัคซีน

spk_1

ส่วนศาสตราจารย์ลูซี มอร์แกน จากมูลนิธิโรคปอดแห่งออสเตรเลียหรือ Lung Foundation Australia ระบุว่าวัคซีนชนิดนี้แตกต่างจากวัคซีนที่ใช้กันโดยทั่วไปในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กต่อไวรัสชนิดเดียวกัน

spk_1

เธอกล่าวว่าวัคซีนชนิดนี้เป็นวัคซีนที่เรียกว่า วัคซีนชนิดแอดจูเวนเต็ด (adjuvanted vaccine) หรือวัคซีนที่มีสารเสริมภูมิคุ้มกัน ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยมีส่วนประกอบพิเศษที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่เสื่อมลงตามวัย ดังนั้นวัคซีนชนิดนี้จึงถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสําหรับผู้สูงอายุ ศาสตราจารย์มอร์แกนกล่าว

spk_1

ในกลุ่มผู้สูงอายุชาวออสเตรเลียที่มีโรคประจําตัวเรื้อรัง เช่นหอบหืด ภาวะหัวใจล้มเหลวและเบาหวานมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้ออาร์เอสวีรุนแรงและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศาสตราจารย์มอร์แกนระบุว่าการกําหนดอายุที่ต่ํากว่าสําหรับชาวออริจินและชาวเกาะช่องแคบทอเรสในการเข้าถึงวัคซีนฟรีสะท้อนถึงโรคระบบทางเดินหายใจที่มีระดับสูงกว่าในกลุ่ม

spk_1

ประชากรชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย เธอกล่าวว่าชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอเรสมีความเสี่ยงที่จะป่วยรุนแรงจากอาร์เอสวีตั้งแต่อายุน้อยกว่าประชากรทั่วไป ดังนั้นการที่วัคซีนนี้ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติ

spk_1

หรือเอ็นไอพี สําหรับคนกลุ่มนี้ในช่วงอายุที่น้อยกว่าจึงเป็นการยอมรับว่าพวกเขามีความเสี่ยงสูงต่อการป่วยหนักจากไวรัสชนิดนี้ ดังที่เห็นได้ชัดในช่วงการระบาดของโควิด19 ผู้สูงอายุที่อาศัยในสถานดูแลผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่กระจายของไวรัส เนื่องจากต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ใกล้ชิดร่วมกัน ในขณะเดียวกันผู้สูงอายุที่ใช้เวลากับหลานๆก็มี

spk_1

ความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากเด็กเป็นกลุ่มที่ติดเชื้ออาร์เอสวีได้ง่าย แม้โดยทั่วไปจะมีอาการไม่รุนแรง ศาสตราจารย์ลูซี มอร์แกนระบุว่าสิ่งสําคัญคือการตระหนักว่าหลายครอบครัวยังคงพึ่งพาผู้สูงอายุในการดูแลเด็ก เธอกล่าวว่าแม้ผู้สูงอายุบางรายจะไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแต่การติดเชื้ออาร์เอสวี อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ทําให้ต้องการ

spk_3

การดูแลเพิ่มขึ้นและมีความสามารถในการใช้ชีวิตประจําวันลดลง

spk_1

เธอกล่าวว่าเมื่อผู้สูงอายุป่วย พวกเขาจะไม่สามารถทํากิจกรรมได้ตามปกติ ไม่สามารถดูแลหลานและในบางกรณีอาจไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ทําให้ครอบครัวต้องเข้ามารับภาระดูแลมากขึ้น

spk_1

ดังนั้นการปกป้องผู้สูงอายุจากโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่รุนแรง

spk_1

จึงเป็นปัจจัยสําคัญที่ช่วยให้สังคมยังคงขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่น วัคซีนอาร์เอสวี สามารถฉีดพร้อมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ โดยบุคลากรทางการแพทย์แนะนําให้ผู้สูงอายุเข้ารับการฉีดวัคซีนล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่โรคทางเดินหายใจระบาดสูง ผู้มีสิทธิ์สามารถเข้ารับวัคซีนอาร์เอสวีได้ผ่านแพทย์จีพี คลินิกวัคซีน ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงบริการสาธารณสุขสําหรับชาวอะบอริจิน

spk_1

ด้านซูซาน ดูเอล ระบุว่าเธอรู้สึกขอบคุณที่ผู้สูงอายุคนอื่นๆ จะมีโอกาสป้องกันตนเองจากผลกระทบรุนแรงของโรค เช่นเดียวกับที่เธอเคยเผชิญ เธอกล่าวว่าฉันหวังว่าจะไม่ต้องติดเชื้อนี้อีก และหวังว่าทุกคนที่มีสิทธิ์จะเข้ารับฉีดวัคซีนนี้ เพราะมันสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้อย่างมาก

END OF TRANSCRIPT

Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now