วัดไทยในออสเตรเลียปรากฏอยู่ในชีวิตของชุมชนไทยผ่านทั้งงานบุญ เทศกาลสงกรานต์ และกิจกรรมที่เปิดให้ผู้คนมาพบปะกัน ขณะเดียวกัน รูปแบบของอาคารก็สะท้อนการนำอัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมไทยมาปรับเข้ากับกฎระเบียบและสภาพแวดล้อมของออสเตรเลีย นักวิชาการด้านสถาปัตยกรรมมองว่า การมีอยู่ของวัดเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องคุณค่าทางสังคมและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมสังคมออสเตรเลีย
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
สำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย วัดไทยอาจเป็นสถานที่ที่คุ้นเคยในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะวันสงกรานต์ ซึ่งหลายแห่งจัดกิจกรรมให้คนไทยได้มาร่วมงาน พบปะกัน รับประทานอาหาร หรือทำกิจกรรมร่วมกัน
แต่บทบาทของวัดไทยในออสเตรเลียไม่ได้จำกัดเพียงสถานะสถานที่ประกอบศาสนกิจ เพราะในหลายพื้นที่ วัดยังทำหน้าที่เป็นจุดรวมตัวของชุมชน และเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนไทยได้สัมผัสกับบรรยากาศและวัฒนธรรมที่คุ้นเคยจากประเทศไทย
ในอีกมุมหนึ่ง อาคารวัดไทยเองก็สะท้อนการนำองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมจากประเทศไทยมาอยู่ในบริบทของออสเตรเลีย ทั้งรูปแบบหลังคา การประดับตกแต่ง เจดีย์ หรือแม้แต่พระพุทธรูปที่คนไทยคุ้นเคย
หนึ่งในผู้ที่กำลังศึกษาประเด็นนี้คือ ดร.ชัยภัทร งามบุษบงโสภิน อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก University of Melbourne และปริญญาโทจาก University of Melbourne โดยมีความสนใจด้านสถาปัตยกรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับออสเตรเลียในด้านองค์ประกอบและสถาปัตยกรรม
อาจารย์ชัยภัทรเริ่มสนใจวัดไทยในออสเตรเลีย หลังจากเดินทางไปร่วมงานสงกรานต์ที่วัดธรรมรังษี ณ นครเมลเบิร์นและสังเกตเห็นว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเป็นอาคารที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์ของคนไทยในประเทศออสเตรเลีย
“มันก็มีวัดที่เป็นอาคาร เป็นงานสถาปัตยกรรมที่มันแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของคนในประเทศเรา ว่ามันอยู่ในประเทศออสเตรเลียแล้ว”
อาจารย์ชัยภัทรบอกว่า เมื่อเริ่มค้นคว้าเพิ่มเติมก็พบว่ายังมีข้อมูลและการศึกษาวัดไทยในออสเตรเลียในเชิงสถาปัตยกรรมไม่มากนัก จึงมองว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจที่จะศึกษาเพิ่มเติม
เมื่อความเป็นไทยต้องอยู่ภายใต้บริบทออสเตรเลีย
การสร้างวัดไทยในออสเตรเลียไม่ได้หมายถึงการนำรูปแบบอาคารจากประเทศไทยมาสร้างขึ้นใหม่โดยตรง แต่ต้องปรับให้เข้ากับทั้งกฎระเบียบและสภาพแวดล้อมของประเทศที่วัดตั้งอยู่
อาจารย์ชัยภัทรอธิบายว่า นอกเหนือจากข้อกำหนดทั่วไปด้านการก่อสร้างแล้ว ยังมีเรื่องการป้องกันอัคคีภัย สภาพอากาศ และข้อพิจารณาว่าอาคารใหม่จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของพื้นที่หรือชุมชนโดยรอบหรือไม่
“ในการก่อสร้างหรือองค์กรสถาปัตยกรรมในออสเตรเลียเป็นใหญ่ คือนอกจากเรื่องของการก่อสร้างแล้วมันจะมีเรื่องของกฎระเบียบ หมายถึงว่ากฎข้อบังคับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎการก่อสร้าง กฎเรื่องของการป้องกันไฟ ซึ่งหลาย ๆ ที่จะมีเรื่อง bushfire ก็คือไฟป่า หรือเรื่องของสภาพอากาศ แล้วก็เรื่องถึงของผลกระทบ”
อีกข้อจำกัดหนึ่งคือ อาคารต้องคำนึงถึงความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ อาจารย์ชัยภัทรอธิบายว่า การออกแบบไม่ได้พิจารณาเพียงว่าจะทำให้อาคารมีรูปลักษณ์แบบไทยได้อย่างไร แต่ยังต้องดูว่าอาคารนั้นจะโดดเด่นจนเกินไป หรือส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเมืองและชุมชนหรือไม่
ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้การสร้างวัดไทยในออสเตรเลียเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา และต้องปรับแบบไปมาเพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งสองด้าน คือรักษาเอกลักษณ์ของวัดไทยไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องผ่านข้อกำหนดของท้องถิ่น
หนึ่งคือยังแสดงออกถึงความเป็นวัดไทย ไม่ว่าจะเป็นรูปทางรูปร่างหน้าตา หรือทางการใช้งาน ขณะเดียวกันก็ถูกต้องตามกฎหมายและข้อกำหนดของออสเตรเลียครับ
อาจารย์ชัยภัทรยกตัวอย่างวัดธรรมรังสีในวิกตอเรีย ซึ่งกำลังก่อสร้างอาคารที่พักสงฆ์แห่งใหม่ โดยหนึ่งในข้อจำกัดที่ต้องคำนึงถึงคือความสูงของอาคาร
เขาอธิบายว่า ในบริบทของออสเตรเลีย อาคารที่พักอาศัยทั่วไปมักเป็นอาคารเตี้ย และในกรณีที่เขายกตัวอย่าง มีข้อกำหนดเรื่องความสูงของอาคารไม่เกิน 12 เมตร ขณะที่องค์ประกอบที่พบในสถาปัตยกรรมไทย เช่น หลังคาทรงสูงหรือเจดีย์ อาจทำให้การออกแบบต้องคิดอย่างละเอียดมากขึ้นว่าจะรักษารูปแบบเหล่านี้ไว้ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าวได้อย่างไร
“อย่างเช่น มีกฎข้อจำกัดความสูงว่าอาคารต้องสูงไม่เกิน 12 เมตร ซึ่งมันก็ดูเหมือนมันสูง มันก็โอเคในเชิงบ้านทั่วไป แต่ในเชิงถ้าเรานึกถึงหลังคายอดแหลมก็ดี หรือใครจะนึกถึงเจดีย์ที่จะมีความสูงก็ดี ซึ่งมันก็เป็นหน้าที่ของทั้งสถาปนิกและผู้ออกแบบที่จะทำยังไงก็ได้ให้มันอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของความสูงที่ไม่เกินไป”
นอกจากข้อจำกัดด้านความสูงแล้ว การก่อสร้างอาคารที่มีรูปลักษณ์แตกต่างจากอาคารโดยรอบยังต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของชุมชนและสภาท้องถิ่นด้วย โดยทีมผู้ออกแบบต้องเข้าไปพูดคุยและนำเสนอว่าอาคารดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเมืองหรือชุมชนนั้น
กระบวนการทั้งหมดจึงไม่ได้จบลงที่การออกแบบอาคาร แต่ต้องผ่านการตรวจสอบและปรับแก้หลายขั้นตอน ตั้งแต่การทำแบบ การตรวจสอบโดยทีมสถาปนิกออสเตรเลีย ไปจนถึงการนำเสนอและหารือกับสภาท้องถิ่น
“แน่นอนพอเวลาก่อสร้างที่เป็นลายทรงไทยอย่างเงี้ยครับ ชุมชน สภาเมืองจะกังวลว่ามันจะส่งผลกระทบต่อความเป็นภาพรวมของเมืองหรือชุมชนนั้น ๆ มั้ย เราก็ต้องเข้าไปคุยกับสภา ก็ต้องไปนำเสนอว่า สิ่งที่เราทำเนี่ยมันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอาคารบ้านเมืองชุมชนนั้นๆ”
วัดไทยในฐานะพื้นที่ของชุมชน
แม้วัดจะยังคงมีหน้าที่หลักในฐานะศาสนสถาน แต่อาจารย์ชัยภัทรมองว่าบทบาทของวัดไทยในปัจจุบันสามารถขยายไปสู่การเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมได้ด้วย
เขายกตัวอย่างกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งทำให้วัดกลายเป็นพื้นที่ที่คนไทยเดินทางมาพบปะกัน รับประทานอาหาร และร่วมกิจกรรม แม้บางคนอาจไม่ได้เดินทางมาเพื่อประกอบศาสนกิจโดยตรง
“งานสำคัญที่สุด สงกรานต์ก็จะมีการจัดกิจกรรม ทำอาหารกินข้าวกัน ผมว่าหลาย ๆ คนไปวัดไทยช่วงสงกรานต์อาจจะไม่ได้ไปไหว้พระ บางบางคนก็จะไปกินอาหาร ไปเจอเพื่อน ๆ กัน มันเหมือนกับเป็นจุดศูนย์รวมที่คนอาจจะได้มาเจอกัน”
สำหรับคนไทยที่เพิ่งย้ายมาออสเตรเลีย ความสัมพันธ์กับวัดอาจไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่อาจเปลี่ยนไปตามระยะเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศ
อาจารย์ชัยภัทรเล่าจากประสบการณ์ของตัวเองว่า ในช่วงแรกของการมาอยู่ออสเตรเลีย เขาอาจยังไม่ได้รู้สึกคิดถึงบรรยากาศแบบไทยมากนัก แต่เมื่ออยู่ไปหลายปี ความรู้สึกผูกพันกับพื้นที่และชุมชนที่คุ้นเคยก็กลับมา
“พอเราอยู่สักระยะ อย่างผมพอสักปีที่สี่ ปีที่ห้า แล้วก็เริ่มโหยหาบางอย่างนะว่า เออ พื้นที่ที่เราเคยเห็น ชุมชนที่เราเคยเที่ยวเล่น งานวัดที่เราเคยไปเดินกันมันยังมีอยู่มั้ยนะ แล้วก็เอ้ย มีอยู่นี่ ลองไปร่วมสักหน่อย”
ด้วยเหตุนี้ อาจารย์ชัยภัทรจึงมองว่า คนไทยไม่จำเป็นต้องมองการไปวัดในแง่ของการประกอบศาสนกิจเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นพื้นที่ที่กลับไปหาได้ในวันที่คิดถึงประเทศไทยหรือคิดถึงบรรยากาศของชุมชน
วันไหนคิดถึง เผื่อคิดถึงเมืองไทย บรรยากาศความเป็นชุมชน ศูนย์กลางอะไรงี้ ก็แวะเวียนไปที่วัดก็ดีเหมือนกันครับ คือมันเป็นเหมือนทุกคน คือมันไม่ต้องเป็นในเชิงศาสนา มันเป็นเชิงแบบพื้นที่ทางวัฒนธรรมแล้วกันครับ
จากวัดไทยสู่ส่วนหนึ่งของความเป็นพหุวัฒนธรรม
นอกเหนือจากความสำคัญต่อชุมชนไทย วัดไทยยังมีบทบาทในภาพที่กว้างขึ้นของสังคมออสเตรเลีย ในฐานะพื้นที่ที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของกลุ่มคนที่มีรากมาจากต่างประเทศ
อาจารย์ชัยภัทรอธิบายว่า ในมุมมองด้านสถาปัตยกรรม อาคารไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะอายุหรือประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังสามารถมีคุณค่าจากความสัมพันธ์กับผู้คนและชุมชน
“อย่างอาคารในวัดไทยที่ซิดนีย์หลาย ๆ แห่งนะครับ ก็จะได้รับความสำคัญ ก็คือเรื่องเป็นตัวแสดงออกถึงความเป็นพหุวัฒนธรรมของพื้นที่ คือไม่ใช่ว่าพื้นที่นี้มีแต่ชนชาติหนึ่ง แต่มันก็มีศาสนสถาน มีตัวอาคารที่แสดงออกอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมของผู้อพยพ”
เขามองว่าศาสนสถานของกลุ่มวัฒนธรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัดไทย วัดพม่า หรือศาสนสถานของกลุ่มคนจากประเทศอื่น ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของภาพความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ประกอบขึ้นเป็นออสเตรเลีย
“มันก็คือเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ทำให้ก่อเกิดเป็นประเทศออสเตรเลียขึ้นมา...ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะ มันเป็นตัวแทนบ่งบอกว่า เราคือความเป็นพหุวัฒนธรรมที่ก่อเกิดสร้างประเทศนี้ขึ้นมาทุกคน”
ดังนั้น สำหรับอาจารย์ชัยภัทร วัดไทยในออสเตรเลียจึงอาจไม่ได้เป็นเพียงอาคารที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประกอบศาสนกิจ แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนทั้งอัตลักษณ์ของคนไทย การปรับตัวเข้ากับบริบทของออสเตรเลีย และความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่ในสังคมแห่งนี้
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ





