จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน นักกรีฑาลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย คว้าเหรียญทองวิ่ง 400 เมตรในการแข่งขันระดับนานาชาติ หลังเร่งแซงคู่แข่งในช่วงท้ายของการแข่งขัน ก่อนสร้างความสนใจในโลกออนไลน์จากเหตุการณ์ที่เขาไม่มีธงชาติไทยในช่วงฉลองชัยชนะบนสนาม
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
จอชชัวเกิดที่นครซิดนีย์และเติบโตในออสเตรเลียเป็นส่วนใหญ่ แม้จะเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นช่วงวัยเด็กประมาณสี่ปี จุดเริ่มต้นของการวิ่งมาจากการแข่งขันกีฬาสีของโรงเรียนในญี่ปุ่น ขณะที่เขายังเล่นฟุตบอลควบคู่กันไป หลังย้ายกลับออสเตรเลียในปี 2011 พ่อแม่ได้พาเขาเข้าสู่สโมสรกรีฑา และนับจากนั้นเขาก็เริ่มฝึกอย่างจริงจัง โดยมีโค้ชคนเดิมดูแลมาตลอดราว 12 ปี
จอชชัวบอกว่า ความสำเร็จของเขาไม่ได้มาจากการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากโค้ชและครอบครัวที่คอยสนับสนุน โดยเฉพาะพ่อแม่ที่เชื่อมั่นและสนับสนุนเขามาตั้งแต่เด็ก ขณะที่ปัจจุบันเขาฝึกซ้อมเกือบทุกวัน ทั้งการวิ่งในลู่วิ่งและการเข้ายิม โดยซ้อมในลู่วิ่งประมาณ 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ และเข้ายิมอีก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
เดิมทีจอชชัวเคยเน้นการแข่งขันระยะไกล แต่เมื่อร่างกายและความสนใจเปลี่ยนไป เขาค่อย ๆ หันมาเน้นการวิ่งระยะสั้น โดยเฉพาะ 400 เมตร และบอกว่าการได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ เป็นจุดที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินมาถูกทาง
การตัดสินใจลงแข่งขันในนามทีมชาติไทยเริ่มต้นจากคุณแม่ของเขา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือนในการติดต่อกับสมาคมกีฬาของไทย ก่อนที่ทั้งคู่จะได้พบกับเจ้าหน้าที่ระหว่างเดินทางไปประเทศไทย และพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการเป็นตัวแทนไทย เมื่อพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียต่าง ๆ จอชชัวบอกว่า เขารู้สึกว่านี่เป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมกับตัวเอง
เขายังมองว่าการเป็นนักกีฬาที่มีเชื้อสายไทยและได้ลงแข่งขันในระดับนานาชาติ เป็นโอกาสที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นต่อไป โดยเฉพาะในกีฬาที่ประเทศไทยอาจยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักในระดับโลก พร้อมย้ำว่าเด็กไทยก็สามารถประสบความสำเร็จในกีฬากรีฑาได้ หากมีทั้งความมุ่งมั่นและการฝึกฝน
การปรับตัวกับการฝึกซ้อมในประเทศไทยในช่วงแรกไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสภาพอากาศที่ร้อน แต่จอชชัวบอกว่าร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวได้เมื่อเดินทางมาประเทศไทยบ่อยขึ้น ปัจจุบันเขาพักและฝึกซ้อมร่วมกับทีมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเขาบอกว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องที่พัก อาหาร และการใช้ชีวิตร่วมกับนักกีฬาคนอื่น ๆ
ด้านภาษา จอชชัวยอมรับว่ายังต้องพัฒนาภาษาไทยอีกมาก แม้จะสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ในระดับหนึ่ง และมีเพื่อนร่วมทีมที่พูดภาษาอังกฤษได้ เขาบอกว่าในอนาคตตั้งใจว่าจะพูดภาษาไทยให้คล่อง และมองว่าการเรียนภาษาเป็นสิ่งที่ตัวเองต้องทำให้ได้
สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 400 เมตร จอชชัวเล่าว่าตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาเขาพยายามจินตนาการถึงการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศและการขึ้นโพเดียม โดยเชื่อว่าตัวเองมีศักยภาพที่จะคว้าอันดับหนึ่งได้ แต่ในระหว่างการแข่งขัน เขาพยายามโฟกัสเฉพาะสิ่งที่ตัวเองควบคุมได้
ในช่วงประมาณ 80 เมตรสุดท้าย จอชชัวเห็นว่าคู่แข่งอยู่ห่างออกไปพอสมควร จนเริ่มสงสัยว่าจะไล่ทันหรือไม่ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วง 50 และ 40 เมตรสุดท้าย เขาเริ่มเห็นว่าระยะห่างลดลง จึงพยายามเร่งความเร็วต่อไปจนสามารถแซงคู่แข่งได้ในช่วงท้ายและคว้าเหรียญทอง
จอชชัวยอมรับว่าเวลาที่ทำได้ไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุดที่เขาหวังไว้ แต่พอใจกับผลการแข่งขันและตำแหน่งแชมป์อย่างมาก โดยเขาเพิ่งแน่ใจว่าตัวเองคว้าเหรียญทองเมื่อเห็นภาพจากกล้องบนจอและผลการแข่งขันที่ยืนยันชื่อของเขาเป็นอันดับหนึ่ง
หลังการแข่งขันยังเกิดกระแสพูดถึงกรณีที่ไม่มีธงชาติไทยให้จอชชัวถือในช่วงฉลองชัยชนะ เขาบอกว่าในตอนนั้นรู้สึกผิดหวังและหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะคาดว่าจะมีธงชาติอยู่ แต่ก็เลือกที่จะไม่ติดอยู่กับสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ และเดินหน้าต่อไป โดยระบุว่าเท่าที่เขาทราบ ทางสมาคมรับรู้แล้วว่าเกิดความผิดพลาดขึ้น
หลังเรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ จอชชัวบอกว่าได้รับข้อความให้กำลังใจจากผู้คนจำนวนมาก ทั้งคำแสดงความยินดีและข้อความที่บอกว่าภูมิใจในตัวเขา เขาพยายามตอบกลับข้อความจากผู้สนับสนุน และบอกว่าความรู้สึกที่ได้รับจากแฟนกีฬาถือเป็นประสบการณ์ที่ดีและทำให้เขารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลานี้
หลังจบการแข่งขันครั้งนี้ จอชชัวมีภารกิจลงแข่งวิ่งผลัด 4x400 เมตรชาย ก่อนจะพักจากฤดูกาลและกลับไปวางแผนกับโค้ชสำหรับปีถัดไป ขณะที่เป้าหมายระยะยาวของเขาคือการผ่านการคัดเลือกไปแข่งขันโอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิสในปี 2028 และมองไปถึงโอลิมปิกปี 2032 ด้วย
จอชชัวบอกว่าเขาและโค้ชกำลังวางแผนการฝึกซ้อมแบบปีต่อปี เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยอมรับว่ายังมีการแข่งขันและขั้นตอนอีกมากที่ต้องผ่าน รวมถึงการทำเวลาให้ได้ตามเกณฑ์คัดเลือกโอลิมปิก แต่เหรียญทองครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางที่เขาวางไว้
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ



![[JPG]_How-Australia-Works_Ep1.jpg](https://assets.sbs.com.au/dims4/default/d1d4da1/2147483647/strip/true/crop/3200x1800+0+0/resize/1280x720!/quality/90/?url=https%3A%2F%2Fsbs-au-brightspot.s3.ap-southeast-2.amazonaws.com%2Fe9%2F46%2F56cf4ff54074a36476e0bcb73e13%2Fjpg-how-australia-works-ep1.jpg&imwidth=1280)
![[JPG]_How-Australia-Works_Ep0.jpg](https://assets.sbs.com.au/dims4/default/9a0f61e/2147483647/strip/true/crop/3200x1800+0+0/resize/1280x720!/quality/90/?url=https%3A%2F%2Fsbs-au-brightspot.s3.ap-southeast-2.amazonaws.com%2F8f%2F15%2F83a000db458f9fc153fde8cde907%2Fjpg-how-australia-works-ep0.jpg&imwidth=1280)
