SKIP TO MAIN CONTENT

'No surcharge': ออสเตรเลียยกเลิกค่าธรรมเนียมบัตร 1 ต.ค. ผู้บริโภคประหยัด แต่ธุรกิจอาจแบกต้นทุน

An eftpos terminal and coffee cup.
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 ร้านค้าจะไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มจากการชำระด้วยบัตร นับเป็นมาตรการใหม่ของธนาคารกลางออสเตรเลีย Source: AAP

ประชากรออสเตรเลียจ่ายค่าธรรมเนียมจากการใช้บัตร หรือ card surcharge รวมกันราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ตามข้อมูลของธนาคารกลางออสเตรเลีย แต่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ค่าธรรมเนียมนี้จะถูกยกเลิก ทั้งการชำระด้วยบัตรหน้าร้านและทางออนไลน์ แม้ผู้บริโภคอาจได้ประโยชน์ แต่ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยจะต้องเลือกว่า จะรับต้นทุนการทำธุรกรรมไว้เอง หรือสะท้อนต้นทุนดังกล่าวผ่านราคาสินค้าและบริการ


Published

By Jasmine Kassis, Angelica Waite

Presented by Angelica Waite, Chollada Kromyindee

Source: SBS



Skip to podcast episode content

ประชากรออสเตรเลียจ่ายค่าธรรมเนียมจากการใช้บัตร หรือ card surcharge รวมกันราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ตามข้อมูลของธนาคารกลางออสเตรเลีย แต่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ค่าธรรมเนียมนี้จะถูกยกเลิก ทั้งการชำระด้วยบัตรหน้าร้านและทางออนไลน์ แม้ผู้บริโภคอาจได้ประโยชน์ แต่ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยจะต้องเลือกว่า จะรับต้นทุนการทำธุรกรรมไว้เอง หรือสะท้อนต้นทุนดังกล่าวผ่านราคาสินค้าและบริการ


ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่

สำหรับ เพาโล เม็กคาริเอลโล เจ้าของร้านพิซซ่า คุณภาพของอาหารคือสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมาโดยตลอด

“เมนูเด่นของเราคือแซนด์วิชฟอคคาเซีย ผมว่าเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายมาจากเมนูนี้ แล้วเราก็มีพิซซ่าขายเป็นชิ้นด้วย ทุกอย่างทำตามสูตรดั้งเดิมจากแคว้นปูลยา ทางตอนใต้ของอิตาลี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเรา”

แม้การนำเข้าวัตถุดิบจะมีต้นทุนสูง แต่เม็กคาริเอลโลยังคงเลือกใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่จากอิตาลี

และขณะนี้ เขากำลังเผชิญกับต้นทุนทางธุรกิจอีกเรื่องหนึ่ง หลังธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ประกาศปฏิรูประบบการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการชำระด้วยบัตร

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะไม่ตกเป็นภาระของผู้บริโภคได้อีก

นั่นหมายความว่า ต้นทุนจากการรับชำระเงินด้วยบัตรจะต้องถูกแบกรับโดยฝั่งผู้ให้บริการหรือผู้ประกอบการแทน

“พอเราได้ยินข่าว เราก็เริ่มคิดเลยว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะถ้ามองเป็นรายวัน มันอาจดูเหมือนเป็นเงินไม่มาก แต่พอลองคำนวณรวมกันทั้งปี มันเป็นเงินจำนวนมากเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นนี่ก็กลายเป็นอีกต้นทุนหนึ่งที่เราต้องเอามาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจยังเดินต่อไปได้”

ธนาคารกลางออสเตรเลียประเมินว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดเงินรวมกันได้ราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีการกำหนดเพดานของค่าธรรมเนียมที่ผู้ประกอบการอาจต้องจ่าย แต่จะมีการจำกัด interchange fee หรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลธุรกรรมผ่านบัตร

เพดานค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะลดลงจาก 0.8 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 0.3 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นประมาณ 30 เซนต์สำหรับการซื้อสินค้ามูลค่า 100 ดอลลาร์

แต่การยกเลิกค่าธรรมเนียมบัตรสำหรับผู้บริโภค อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านอื่นด้วย

เวส แลมเบิร์ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมร้านอาหารและคาเฟ่แห่งออสเตรเลีย (Australian Restaurant and Cafe Association) ระบุว่า ธนาคารและผู้ให้บริการด้านการชำระเงินอาจหาวิธีชดเชยรายได้ที่หายไป ผ่านค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ค่าธรรมเนียมรายปี หรือการปรับลดสิทธิประโยชน์และคะแนนสะสม

“ธนาคารและผู้ให้บริการระบบชำระเงินต่างก็มีธุรกิจที่ต้องดำเนินต่อไป และถึงแม้คุณจะเปลี่ยนรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียม พวกเขาก็ยังต้องหาทางสร้างรายได้ 1.6 พันล้านดอลลาร์นั้นจากที่ไหนสักแห่ง หลายแห่งบอกว่าจะขึ้นค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่เรียกเก็บจากผู้บริโภค บางแห่งอาจเพิ่มดอกเบี้ยที่ผู้ถือบัตรต้องจ่าย ลดจำนวนวันปลอดดอกเบี้ย หรือปรับลดคะแนนสะสมและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ให้กับลูกค้า”

สำหรับเม็กคาริเอลโล หนึ่งในทางเลือกที่ต้องนำมาพิจารณาคือ การขึ้นราคาสินค้า

“สำหรับธุรกิจขนาดเล็กอย่างเรา มีอยู่สองทางเท่านั้น คือรับต้นทุนนี้ไว้เอง หรือขึ้นราคา ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหน เพราะเราอยากรักษาราคาให้ลูกค้ายังเข้าถึงได้"

เรารู้ว่าช่วงนี้เป็นเวลาที่ยากลำบากสำหรับทุกคน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับธุรกิจขนาดเล็กเช่นกัน
เม็กคาริเอลโลกล่าว
AAP Image/David Crosling
ธนาคารกลางออสเตรเลียประเมินว่า ผู้บริโภคจ่ายค่าธรรมเนียมจากการใช้บัตรรวมราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี Source: AAP / AAP Image/David Crosling

สิ่งนี้ส่งผลให้ธุรกิจบางแห่งเริ่มหันไปใช้ช่องทางอื่น เช่น PayID หรือการโอนเงินผ่านธนาคาร และอาจยกเลิกการรับชำระด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตไปเลย

แต่ค่าธรรมเนียมจากการรับชำระด้วยบัตรไม่ใช่ต้นทุนเพียงอย่างเดียวที่ผู้ประกอบการกังวล

อีกประเด็นหนึ่งคือค่าธรรมเนียมจากบริการประเภท Buy Now, Pay Later หรือซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ซึ่งธนาคารกลางออสเตรเลียระบุว่าเติบโตขึ้นถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025

ร้านขายสัตว์เลี้ยง เคลลีวิลล์ เพ็ตส์ ทางตะวันตกของนครซิดนีย์ เลือกรับภาระค่าธรรมเนียมการชำระด้วยบัตรมานานหลายปี เพื่อให้สามารถแข่งขันกับร้านค้ารายใหญ่ได้

เฮเลน เบสโกรฟ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของร้านระบุว่า ต้นทุนที่หนักกว่านั้นมาจากผู้ให้บริการอย่าง Afterpay ซึ่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ต่อธุรกรรม

“โดยเฉลี่ย ลูกค้าของเราราว 5 เปอร์เซ็นต์ใช้บริการ Buy Now, Pay Later หรือประมาณ 30 ถึง 40 รายการต่อสัปดาห์ แต่เมื่อคิดว่าธุรกิจต้องเสียค่าธรรมเนียมถึง 7 เปอร์เซ็นต์จากธุรกรรมส่วนนี้ มันถือว่าสูงมาก และส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจขนาดเล็กอย่างเรา”

ซาราห์ เม็กกินสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินส่วนบุคคลจาก Finder มองว่า ในอนาคต ค่าธรรมเนียมจากบริการในลักษณะนี้อาจถูกกำกับดูแลเข้มงวดขึ้น

“นี่เป็นหนึ่งในรูปแบบการชำระเงินที่ค่อนข้างใหม่ เพราะฉะนั้นจึงยังมีกฎเกณฑ์กำกับดูแลน้อยกว่ารูปแบบอื่น แต่ในเมื่อเราเห็นหน่วยงานกำกับดูแลเข้ามาจัดการกับค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่อยู่ในระดับเพียง 1 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็มีเหตุผลที่จะคาดได้ว่า พวกเขาน่าจะหันมาพิจารณาค่าธรรมเนียมที่สูงกว่านั้นของบริการ Buy Now, Pay Later และอาจมีมาตรการบางอย่างออกมาในอนาคตเช่นกัน”

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ ยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now