ออสเตรเลียเตรียมรับมือไฟป่าครั้งใหญ่ปี 2026 มีพื้นที่ไหนบ้างต้องระวัง

Los Angeles Fires Lawsuit

เหตุการณ์ไฟป่าลุกลามที่อยู่อาศัยในพื้นที่อัลทาดีนา (Altadena) รัฐแคลิฟอร์เนีย ปี 2025 Source: AAP / Nic Coury/AP

รายงานฉบับใหม่ระบุว่า ประชาชนเกือบ 7 ล้านคนที่อาศัยอยู่ตามแนวขอบเมืองหลวงต่าง ๆ กำลังเผชิญความเสี่ยงจากไฟไหม้ในลักษณะเดียวกับเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ลอสแอนเจลิสเมื่อปีที่ผ่านมา ทางด้านอดีตผู้บัญชาการดับเพลิงของออสเตรเลียและองค์กร Climate Council ออกเตือนในขณะที่ประเทศกำลังคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี


ในวันที่เมื่อเอมี เบลน (Amy Blain) ย้ายมาอาศัยในออสเตรเลียจากสหราชอาณาจักร เรื่องไฟป่าแทบไม่เคยอยู่ในความคิดของเธอเลย

จนกระทั่งเธอเผชิญหน้ากับไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองเบอร์มากุย รัฐนิวเซาท์เวลส์ ในปี 2019

“มันเป็นประสบการณ์ที่บอบช้ำทางจิตใจอย่างมาก ตอนนั้นเรามีลูกเล็กเพิ่งแรกเกิด และลูกอีกคนอายุเพียง 6 ขวบ เราไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ตอนนั้น เราตื่นขึ้นมาตอน 7 โมงเช้า แล้วท้องฟ้าก็มืดสนิท เราก็ต้องอพยพออกจากพื้นที่กันแล้ว แต่ก่อนจะออกไป ระบบกรองน้ำก็ใช้งานไม่ได้ เครือข่ายโทรคมนาคมล่ม ระบบบำบัดน้ำเสียเสียหาย ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่มีน้ำขาย มันให้ความรู้สึกไม่ปลอดภัยที่สุดจริง ๆ” เธอเล่า

หลังจากอพยพออกมา ครอบครัวของเธอขับรถไปยังกรุงแคนเบอร์รา

ซึ่งเป็นเมืองเดียวกับที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งรุนแรงเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ส่งผลให้บ้านเรือนกว่า 500 หลังถูกทำลาย และมีผู้เสียชีวิต 4 ราย

ในประเด็นเรื่องไฟป่าเช่นนี้ ศาสตราจารย์เดวิด โบว์แมน (Professor David Bowman) จากศูนย์วิจัยไฟป่าแห่งมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย ระบุว่า เหตุการณ์ในครั้งนั้นถือเป็น “การรอดพ้นหายนะแบบเฉียดฉิว” แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้น ในปีนี้ เขาเตือนว่า สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น อาจกำลังรออยู่ สำหรับเมืองต่าง ๆ ในออสเตรเลีย

“มันอาจเลวร้ายกว่านี้มาก ๆ สิ่งที่ช่วยลดความรุนแรงลงได้ในตอนนั้นเป็นเพียงปัจจัยเอื้อบางอย่างเท่านั้น หากไม่เช่นนั้นมันอาจกลายเป็นเหตุไฟไหม้ระดับหายนะที่โลกจะต้องตะลึง และคำถามก็คือ เรากำลังอาศัยโชคช่วยอยู่หรือเปล่า ที่จำเป็นในตอนนี้คือ เราต้องลงทุนกับพื้นที่รอยต่อระหว่างเมืองกับป่า เพื่อทำให้เมืองและชุมชนปลอดภัย และตราบใดที่เรายังไม่ลงมือทำ เราก็เหมือนกำลังวางเดิมพัน และวันหนึ่งเราอาจตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า โชคไม่เข้าข้างเราในการการเดิมพันครั้งนี้” ศ.โบว์แมนกล่าว

รายงานฉบับใหม่ ที่จัดทำร่วมกันโดยอดีตผู้บัญชาการดับเพลิงของออสเตรเลีย และ Climate Council ระบุว่า นี่เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น ก่อนที่เมืองใหญ่บางแห่งในออสเตรเลียจะเผชิญกับภัยพิบัติ ในระดับเดียวกันกับเหตุไฟไหม้ลอสแอนเจลิสในปี 2025

ทางด้าน เกร็ก มัลลินส์ (Greg Mullins) อดีตผู้บัญชาการ Fire and Rescue New South Wales กล่าวว่า พื้นที่โดยรอบเมืองใหญ่ของออสเตรเลียมีลักษณะคล้ายคลึงกับลอสแอนเจลิสอย่างมาก

“เราได้ศึกษาพื้นที่อย่างเทือกเขาบลูเมาน์เทนส์ ชายฝั่งตอนกลางของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ชานเมืองซิดนีย์ เทือกเขา Yarra Ranges, Dandenongs, เนินเขาแอดิเลด, เนินเขาเพิร์ท รวมถึงพื้นที่รอบโฮบาร์ต และแน่นอนว่าแคนเบอร์รา ซึ่งล้วนมีลักษณะร่วมกับลอสแอนเจลิส คือเป็นภูเขาสูงชัน มีป่าไม้หนาทึบ มีสภาพอากาศที่เอื้อต่อไฟป่า ซึ่งรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีบางวันที่ลมแรงและสภาพอากาศอันตรายถึงขั้นหายนะ” อดีตผู้บัญชาการ มัลลินส์เล่า

ศาสตราจารย์โบว์แมนกล่าวว่า ในบางแง่มุม เมืองต่าง ๆ ในออสเตรเลียอาจเปราะบางยิ่งกว่าเมืองในรัฐแคลิฟอร์เนียเสียอีก

“บางครั้งเรามีสภาพอากาศที่เอื้อต่อไฟป่ารุนแรงยิ่งกว่าแคลิฟอร์เนียเสียอีก เรามีพื้นที่ทะเลทรายภายในประเทศเหมือนกัน และอากาศร้อนจากทะเลทรายเหล่านั้นสามารถพัดกระหน่ำออกมาพร้อมลมแรง ราวกับไดร์เป่าผมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ทุกอย่างแห้งผากในเวลาอันรวดเร็ว” เขาเสริม

ปัจจุบัน มีประชาชนในออสเตรเลียมากถึง 6.9 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในเขตเสี่ยงไฟไหม้บริเวณแนวขอบเมือง

ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 65 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ปี 2000

อดีตผู้บัญชาการ มัลลินส์ ซึ่งเคยร่วมปฏิบัติการรับมือไฟป่า “Black Summer” ในช่วงปี 2019–2020 กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเสี่ยงเหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้น

“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ก่อให้เกิดไฟโดยตรง แต่ทำให้เกิดเงื่อนไขที่ทำให้ไฟรุนแรงขึ้น ลุกลามกว้างขึ้น และเกิดบ่อยขึ้น การเผาไหม้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ คือสิ่งที่ก่อปัญหานี้ และกำลังทำลายโลกของเราที่จะส่งต่อให้กับลูกหลานในอนาคต” เขากล่าว

ทางด้าน เอมี เบลน กล่าวว่า เธอหวังว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการ เพื่อไม่ให้ผู้อื่นต้องเผชิญความหวาดกลัวเช่นเดียวกับที่เธอเคยพบเจอ

“รัฐบาลเคยบอกเราว่าภัยพิบัติเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทับซ้อน และพร้อมกัน ดังนั้น ตอนนี้เราจำเป็นต้องเห็นรัฐบาลเริ่มลงมือทำ เพื่อให้สถานการณ์เลวร้ายน้อยลง และหันมาลงทุนให้กับชุมชน เพื่อให้เรารู้สึกปลอดภัย เพราะรายงานฉบับนี้เป็นสิ่งที่น่าตกใจอย่างยิ่ง” เธอกล่าว

ในขณะที่หลายพื้นที่ของออสเตรเลียกำลังเตรียมรับมือกับอากาศร้อนจัดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยนักอุตุนิยมวิทยาอาวุโส จากสำนักอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลีย ไมเคิล เอฟรอน (Michael Efron) ระบุว่า ได้มีการประกาศเตือนคลื่นความร้อนรุนแรงในบางพื้นที่ของ ACT ทางตอนใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ และทางตะวันออกของรัฐวิกตอเรียแล้ว

“เรากำลังเผชิญสภาพคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2019–2020 และแน่นอนว่าสิ่งนี้จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงจากไฟไหม้” เอฟรอนกล่าว

Share

Recommended for you

Follow SBS Thai

Download our apps
SBS Audio
SBS On Demand

Listen to our podcasts
Independent news and stories connecting you to life in Australia and Thai-speaking Australians.
Understand the quirky parts of Aussie life.
Get the latest with our exclusive in-language podcasts on your favourite podcast apps.

Watch on SBS
Thai News

Thai News

Watch in onDemand
ออสเตรเลียเตรียมรับมือไฟป่าครั้งใหญ่ปี 2026 มีพื้นที่ไหนบ้างต้องระวัง | SBS Thai