หยุดหรือเปลี่ยนเกม? ทรัมป์ชะลอแผนโจมตีอิหร่าน ท่ามกลางข้อโต้แย้งเรื่องการเจรจา

DC: U.S. President Trump Returns to the White House

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ (AAP) Source: SIPA USA / Samuel Corum/Sipa USA/Samuel Corum/Sipa USA

อิหร่านระบุว่า ยังไม่มีการเจรจาใด ๆ กับสหรัฐฯ แม้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ จะอ้างว่าผู้แทนของสหรัฐฯ ได้มีการหารือกับผู้นำอิหร่านที่ได้รับการยอมรับคนหนึ่ง ขณะเดียวกัน อิสราเอลระบุว่าจะยังคงโจมตีอิหร่านและเลบานอนต่อไป ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ของการหยุดยิง


ผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านอ่านแถลงการณ์ของ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน โดยระบุว่า

“เพื่อตอบโต้คำกล่าวอ้างอันเป็นเท็จของทรัมป์ ประธานรัฐสภาขอยืนยันว่าไม่มีการเจรจาใด ๆ กับสหรัฐฯ เขายังระบุว่าข่าวปลอมกำลังถูกเผยแพร่เพื่อบิดเบือนตลาดการเงินและตลาดน้ำมัน และเป็นความพยายามเพื่อหลีกหนีจากสถานการณ์ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังเผชิญอยู่”

นอกจากนี้ กาลีบาฟยังโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่าชาวอิหร่านต้องการเห็นการลงโทษสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างเด็ดขาดและน่าอับอาย

เขาย้ำอีกครั้งว่า ไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ เกิดขึ้น

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงยืนยันว่าผู้แทนสหรัฐฯ ได้มีการพูดคุยกับผู้นำอิหร่านที่ได้รับความเคารพรายหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้กำหนดเส้นตาย 48 ชั่วโมงให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยเส้นตายดังกล่าวตรงกับเวลา 10:45 น. ตามเวลาออสเตรเลียตะวันออก (AEDT) ของวันอังคารที่ 24 มีนาคม

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดผู้นำสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจชะลอแผนการดำเนินการดังกล่าวออกไป

เพื่อเปิดโอกาสให้มีเวลาอีก 5 วันสำหรับความพยายามทางการทูต โดยอ้างว่ามีการพูดคุยที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์กับเจ้าหน้าที่อิหร่าน

เขากล่าวว่า

“พวกเขาติดต่อมา พวกเขาต้องการทำข้อตกลง และเราก็พร้อมที่จะทำข้อตกลง แต่ต้องไม่มีสงครามอีก และต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ อิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป พวกเขาเห็นด้วยกับเรื่องนี้ หากไม่เป็นไปตามนี้ ก็จะไม่มีข้อตกลง”

อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันว่าไม่มีการเจรจาหรือการหารือใด ๆ กับสหรัฐฯ นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อสามสัปดาห์ก่อน

การชะลอแผนของสหรัฐฯ มีขึ้นไม่นานหลังจากรัฐบาลอิหร่านประกาศว่า จะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิสราเอล รวมถึงปฏิบัติการใด ๆ ที่สนับสนุนฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย หากสหรัฐฯ ดำเนินการตามแผนที่จะทำลายโครงข่ายพลังงานของอิหร่าน

อิสราเอลกำลังทำอะไรอยู่?

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า อิสราเอลจะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านและเลบานอนต่อไป ขณะที่สหรัฐฯ กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ของการหยุดยิง

เนทันยาฮูเปิดเผยว่า เขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมองว่ายังมีโอกาสใช้ความได้เปรียบทางทหารที่เกิดขึ้นเพื่อผลักดันไปสู่ข้อตกลงที่ตอบโจทย์เป้าหมายของสงคราม

เขากล่าวว่า

“ประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อว่ามีโอกาสใช้ความสำเร็จสำคัญของกองทัพอิสราเอลและกองทัพสหรัฐฯ เพื่อนำไปสู่ข้อตกลงที่บรรลุเป้าหมายของสงคราม และปกป้องผลประโยชน์สำคัญของเรา ขณะเดียวกัน เราจะยังคงโจมตีทั้งในอิหร่านและเลบานอน เรากำลังทำลายโครงการขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์ รวมถึงสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อกลุ่มเฮซบอลเลาะห์”

เขายังระบุว่า อิสราเอลได้สังหารนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์เพิ่มอีกสองคนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และจะมีปฏิบัติการเพิ่มเติมตามมา

ชาวอิหร่านบางส่วนไม่เชื่อว่าจะเกิดการเจรจา

ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ ประชาชนในกรุงเตหะรานบางส่วนแสดงความสงสัยต่อคำกล่าวอ้างของทรัมป์เกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพ

ชาวเมืองคนหนึ่งกล่าวว่า

“ถ้าเราเชื่อเขา เราก็จะแพ้ จากสิ่งที่เขาทำที่ผ่านมา เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าคำว่า ‘มิตรภาพ’ ของเขาหมายถึงอะไร เขาทำลายทุกอย่าง ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี”

เธอยังกล่าวว่าการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่างหากที่จะเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจต่อประชาชนอิหร่าน

อีกคนหนึ่งกล่าวว่า

“เราไม่มีทางรู้จริง ๆ ว่าเบื้องหลังนักการเมืองเกิดอะไรขึ้น การเจรจาเป็นเรื่องที่เราพูดถึงกันมาหลายปี วันนี้บอกว่าจะเจรจา พรุ่งนี้ก็อาจเปลี่ยนอีก ฉันไม่คิดว่าจะมีการเจรจาจริงระหว่างรัฐบาลเหล่านี้”

การสู้รบยังดำเนินต่อในเลบานอน

ขณะเดียวกัน การสู้รบยังคงดำเนินต่อในเลบานอน

โมฮัมเหม็ด ซาเลห์ เป็นหนึ่งในชาวเลบานอนที่ต้องอพยพ หลังหลบหนีการโจมตีของอิสราเอลทางตอนใต้ของประเทศ และต้องมาตั้งเต็นท์พักอาศัยบริเวณชายฝั่งกรุงเบรุต

เขากล่าวว่า

“เราจะไม่ยอมแพ้ ก่อนหน้านี้พวกเขาทำลายพื้นที่ทางใต้หลายครั้ง แต่ก็มีการสร้างขึ้นใหม่เสมอ เรากลับไปตั้งถิ่นฐานใหม่ตามแนวชายแดน เราไม่เคยยอมแพ้ ทั้งก่อนปี 2000 หลังปี 2000 และในปี 2006 ก็เหมือนกัน”

ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ ทางการอิสราเอลยืนยันว่าพลเรือนอิสราเอลวัย 60 ปีชื่อ โอเฟอร์ มอสโควิตซ์ เสียชีวิตใกล้ชายแดนเลบานอน โดยในตอนแรกอิสราเอลกล่าวโทษเลบานอนว่าเป็นผู้รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพลเรือนอิสราเอลรายแรกในความขัดแย้งบริเวณชายแดนครั้งนี้

เลบานอนถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งในภูมิภาคเมื่อต้นเดือนมีนาคม หลังกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอล

จนถึงขณะนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางแล้วมากกว่า:

1,500 คนในอิหร่าน มากกว่า 1,000 คนในเลบานอน 15 คนในอิสราเอลและทหารสหรัฐฯ 13 นาย

ขณะเดียวกัน ประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนจากพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกของเลบานอน รวมถึงชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุต ต้องพลัดถิ่นจากความรุนแรงครั้งนี้

 


ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now