ครอบครัวเจ้าของร้านอาหารไทยในเมืองทูวูมบาได้รับสถานะผู้พำนักถาวร หลังต่อสู้เรื่องวีซ่านานกว่า 10 ปี โดย กรินทร์ เยชอกู่ บอกกับเอสบีเอส ไทยว่า สิ่งที่กังวลที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา คืออนาคตของลูกและความไม่แน่นอนของชีวิตครอบครัวในออสเตรเลีย
ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่
หลังใช้ชีวิตอยู่ในออสเตรเลียมานานกว่าทศวรรษ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านสถานะการพำนักและการต่อสู้กับกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองที่ยืดเยื้อ ในที่สุดครอบครัวเจ้าของร้านอาหารไทยในเมืองทูวูมบา รัฐควีนส์แลนด์ ก็ได้รับสถานะผู้พำนักถาวรในออสเตรเลีย
ก่อนหน้านี้เอสบีเอส นิวส์ และ เอสบีเอส ภาษาฟิลิปปินส์ รายงานว่า เรย์นา นางัน และสามีของเธอ กรินทร์ เยชอกู่ และลูกสาว คาเอีย ได้รับการอนุมัติให้พำนักถาวร
หลังเผชิญปัญหาด้านวีซ่ามานานหลายปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากอดีตนายจ้างที่ไม่ดำเนินการตามข้อตกลงการสปอนเซอร์วีซ่า ส่งผลให้ครอบครัวต้องตกอยู่ในภาวะไม่แน่นอนและเผชิญกระบวนการทางกฎหมายหลายครั้ง
เรย์นาให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส ภาษาฟิลิปปินส์ ว่าสิ่งที่เธอต้องการมาตลอดคือการได้เห็นลูกสาวเติบโตในประเทศที่เธอเรียกว่าบ้าน
"นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่อยากให้ถูกพรากไปจากลูก โอกาสนั้น" เธอกล่าว
และสำหรับ กรินทร์ เยชอกู่ เจ้าของร้านคนไทย วันที่ได้รับข่าวการอนุมัติวีซ่าถาวรถือเป็นจุดสิ้นสุดของการรอคอยอันยาวนาน
"โล่งใจมากมากเลยครับ" เขาเปิดเผยกับเอสบีเอส ไทย
กรินท์เล่าว่า เขาเริ่มยื่นขอวีซ่าประเภท RSMS ตั้งแต่ปี 2016 และใช้เวลาหลายปีอยู่กับความไม่แน่นอน โดยในบางช่วงต้องรอการพิจารณาโดยแทบไม่มีความคืบหน้าเป็นเวลาหลายปี
แต่สิ่งที่สร้างความกังวลให้เขามากกว่าตัวสถานะวีซ่า คืออนาคตของครอบครัว
"สิ่งที่กังวลที่สุดคือการใช้ชีวิตมากกว่าครับ"
หลังจากยื่นเรื่องไปได้ไม่กี่เดือน เราก็รู้ว่าแฟนท้อง ตอนนั้นวีซ่าก็ยังไม่ได้ ผมห่วงอนาคตของลูกมากมากครับกรินทร์
เขากล่าวว่า การมีลูกในช่วงเวลาที่อนาคตของครอบครัวยังไม่แน่นอน ทำให้ทุกการตัดสินใจในชีวิตเต็มไปด้วยคำถามว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร และจะสามารถสร้างความมั่นคงให้กับลูกได้หรือไม่
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ครอบครัวก้าวผ่านความไม่แน่นอนมาได้ คือการสนับสนุนจากชุมชนในเมืองทูวูมบา
ผมกับภรรยารู้สึกตื้นตันมาก พวกเขา (ชุมชนทูวูมบา) รักเรา เขาดูแลเรากรินท์
กรินท์กล่าวว่า การสนับสนุนดังกล่าวมาจากทั้งชุมชนท้องถิ่น กลุ่มศาสนา และเพื่อนบ้านจำนวนมากที่ร่วมรณรงค์และให้กำลังใจครอบครัวของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
"มันมีหลายโบสถ์ แล้วก็คนในชุมชนที่ช่วยเหลือพวกเรา"
เขาอธิบายว่า ทูวูมบาเป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตร มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมีความรู้สึกของความเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง แม้ว่าชุมชนไทยจะมีขนาดไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ของออสเตรเลีย
หลังจากได้รับสถานะผู้พำนักถาวรแล้ว สิ่งที่เคยเป็นเพียงความหวัง เริ่มกลายเป็นแผนการที่จับต้องได้
"ตอนนี้ก็วางแผนอนาคตครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้าน เรื่องธุรกิจ แล้วก็เรื่องลูก"
เมื่อถูกถามว่ามีข้อคิดอะไรสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาด้านวีซ่า กรินท์กล่าวว่า การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและการขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการไม่ยอมแพ้
"ผมท้อหลายรอบครับ แต่แฟนก็บอกตลอดว่า เดี๋ยวก็ได้ เดี๋ยวก็ได้"
หลังการรอคอยที่ยาวนานกว่าสิบปี วันนี้ครอบครัวของเขาสามารถเริ่มต้นวางแผนชีวิตในออสเตรเลียได้อย่างมั่นใจมากขึ้น พร้อมกับความหวังว่าบทใหม่ของชีวิตจะไม่ต้องถูกกำหนดด้วยความไม่แน่นอนของสถานะวีซ่าอีกต่อไป
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ





