Thai Voice: Thrixept จากซีนใต้ดินสู่โจทย์สร้างเครือข่ายฮิปฮอปไทยที่มากกว่าเมนสตรีม

Hip hop ALC Header Cutout.jpg

กลุ่มนักเต้นสตรีทแดนซ์ในนาม Thrixept ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลียมาทำกิจกรรมและแข่งขันที่นครเมลเบิร์น Credit: SBS Thai / Chayada Powell

Thrixept กลุ่มนักเต้นสตรีทแดนซ์จากไทย ใช้เวลา 3 สัปดาห์ในเมลเบิร์นภายใต้ทุนสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย เราชวนพวกเขาคุยถึงสิ่งที่ได้เห็นจากระบบชุมชนฮิปฮอปที่นี่และคำถามต่อการสร้างเครือข่ายฮิปฮอปไทยที่มากกว่าเมนสตรีม


Thrixept คือกลุ่มนักเต้นไทยที่มีสมาชิก 5 คน เควิน ซี น็อต ทิปปี้ และก้อย นักเต้นสตรีทแดนซ์ที่เติบโตมาจากทักษะการเต้นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป็อปปิ้ง ฮิปฮอป คอนเทมโพรารี หรือแม้กระทั่งบีบอย

ซี หนึ่งในกลุ่มนักเต้นเล่าให้เราฟังว่า จุดเริ่มต้นของกลุ่มมาจากการเป็นเพื่อน และการได้มาซ้อมด้วยกันโดยบังเอิญ ก่อนจะเริ่มแชร์ “หลากมุมมอง” ด้านการเต้น และท้ายที่สุดจึงรวมตัวกัน

“ตอนแรกเราก็อยู่กันคนละทีมแล้วก็จับพลัดจับผลูได้มาซ้อมเต้นด้วยกันพอได้เริ่มซ้อมเต้นไปก็เริ่มแชร์มุมมองเกี่ยวกับเรื่องเต้นมากขึ้น”

จากการซ้อมเต้น พวกเขาขยับไปทำโปรเจกต์แรกร่วมกัน เป็นวิดีโอแนว mixed media ที่เอาฮิปฮอปฟรีสไตล์มาผสมกับกราฟิก

จากนั้นพวกเขาก็ทำสิ่งที่ท้าทายยิ่งขึ้น โดยมีการจัดอีเวนต์สตรีทแดนซ์ของตัวเองในชื่อ Bad Vibes Battle อีเวนต์ที่ค่อย ๆ เติบโตจากงานเล็กในระดับท้องถิ่น ไปสู่งานที่ที่แลกเปลี่ยนศิลปะการเต้นในระดับนานาชาติ ซี เล่าว่า

“ตอนนั้นมีประมาณ 40 คนเองที่มาแข่ง แต่รอบล่าสุดที่เราเพิ่งจัดไป มีคนประมาณ 500 คน แล้วก็มีผู้แข่งขันประมาณ 300 กว่าคน”

จากจุดนี้เป็นการสร้าง “เครือข่าย” ในวัฒนธรรมสตรีทแดนซ์ที่ไม่เพียงแต่เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทักษะ แต่ยังเป็นการสร้างชุมชนของสตรีทแดนซ์ให้เข้มแข็งมากขึ้น

ทิปปี้ บอกว่าการจัดอีเวนท์และกิจกรรมแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนความเป็นตัวแทนศิลปะการเต้นแขนงนี้ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“อยากให้ Bad Vibes Battle เป็นแพลตฟอร์มที่ represent ฮิปฮอปคัลเจอร์ที่เป็นไทยแล้วก็เป็นแพลตฟอร์มให้กับฮิปฮอปในเซาท์อีสต์เอเชียด้วย”

hiphop profile.jpeg
กลุ่มนักเต้นสตรีทแดนซ์ไทย Thrixept Credit: Supplied/Thrixept

วงการฮิปฮอปไทยเป็นอย่างไร

เมื่อถามถึงฮิปฮอปซีนในไทย Thrixept อธิบายว่า ภาพที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยคือฮิปฮอปที่อยู่ในสื่อกระแสหลักทั่วไป เช่นแร็ปเปอร์ รายการทีวี เพลงที่กลายเป็นกระแส

แต่ในมุมของคนในวงการ พวกเขาบอกว่าฮิปฮอปมีองค์ประกอบหลากหลาย แม้ว่าตอนนี้จะมีการทำงานร่วมกันมากขึ้นในแต่ละสาย แต่ส่วนมากจะแยกกันอยู่กลุ่มใครกลุ่มมัน ซี อธิบายว่า

“จริง ๆ ฮิปฮอปมี 5 elements แรป ดีเจ เต้น กราฟฟิตี้ แล้วก็ MC แต่ว่าในไทยจะค่อนข้างแยกกัน”

พวกเขาอธิบายว่า ฮิปฮอปที่อยู่ในโลกคอมเมอร์เชียลมีพื้นที่มากที่สุดในแง่การรับรู้ของสาธารณะ

ตรงกันข้ามกับคนที่อยู่ใน ซีนใต้ดินที่ยากจะผลักตัวเองให้เป็นศิลปินที่คนจดจำได้ น็อตสะท้อนความท้าทายในเรื่องนี้ว่า

“ที่ไทยฮิปฮอปยังไม่เข้าถึงทุกคนได้ขนาดนั้น แต่ต่างประเทศ จะเห็นนักเต้นมากมายที่ได้เล่นโฆษณา"

ที่ไทยเป็นเรื่องยากมากที่นักเต้นฮิปฮอปจะได้ขึ้นไปยืนโดยที่ได้เป็นตัวของตัวเอง
น็อต

Taboo ของการเต้นกินรำกิน

เมื่อคุยเรื่องการสนับสนุนและทัศนคติของครอบครัวต่องานที่พวกเขาทำอยู่ พวกเขายอมรับว่าช่วงแรกครอบครัวก็ไม่มั่นใจ

โดยเฉพาะเมื่อการเต้นถูกผูกกับภาพจำของความไม่มั่นคงทางอาชีพ ความปลอดภัย และภาพจำของ “ซีนกลางคืน”

ก้อยเล่าว่ากว่าจะทำให้ครอบครัวเริ่มเข้าใจในสายงานที่กำลังทำอยู่ก็ต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

แม่จะกลัวมาก เวลาไปซ้อม แล้วเราไปซ้อมดึก เค้าก็จะแบบไปเป็นวัยรุ่นมั่วสุมอะไรหรือเปล่า เค้าก็จะงง แต่เราก็ให้เค้าเข้ามาดูเลยว่า เราทำอันนี้อยู่จนเค้าเข้าใจ
ก้อย

เควินมองว่าปัจจุบันสังคมมีทัศนคติที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะเทรนด์โลกและโซเชียลมีเดีย รวมถึงการที่ผู้ปกครองเห็นการเต้นในมุมกิจกรรมพัฒนาทักษะสำหรับเด็กมากขึ้น

“การเต้นในไทยสมัยพวกผมวัยรุ่น ค่อนข้างมี reputation หรืออิมเมจไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หลายคนจะ struggle ปัญหาคล้ายๆกัน ถ้าจะมาเต้นพ่อแม่ก็จะค่อนข้าง against"

"ไม่เหมือนสมัยนี้ค่อนข้าง open มากขึ้น อาจจะด้วยเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไปหรือ social media มันไม่ใช่ feel เต้นกินรำกินแล้ว”

hip hop body.jpeg
ฮิปฮอปสามารถแยกได้เป็นห้าประเภท 5 เช่น แรป ดีเจ เต้น กราฟฟิตี้ และ MC Credit: Supplied/Thrixept

ผู้หญิงในวงการฮิปฮอป

ทิปปี้ พูดถึงความท้าทายในฐานะผู้หญิงในวงการฮิปฮอป ที่เหมือนจะมีแต่ผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ว่า เธออยากให้ผู้หญิงในวงการนี้มองว่าความละเอียดอ่อนแบบผู้หญิงไม่ใช่สิ่งที่เป็นข้อจำกัด แต่เป็นสิ่งที่พิเศษ

ไม่ใช่แค่ในวงการฮิปฮอป แต่รู้สึกว่าการเป็น female figure ในวงการแนวกีฬา เราจะโดนมองว่าไม่เป็นผู้หญิงมากพอ หรือว่าไม่เหมาะสม
ทิปปี้

“เราพยายามไปทำตามความแข็งแรงแบบผู้ชายที่เราอาจจะไม่สามารถทำแบบนั้นได้ อยากให้ผู้หญิงในวงการฮิปฮอปมั่นใจมาก

กว่านี้ เห็น quality ของการเป็นผู้หญิงมากกว่านี้”

hip hop sbs logo.jpeg
กลุ่มนักเต้น Thrixept เข้ามาให้สัมภาษณ์ที่สตูดิโอเอสบีเอสไทย ในนครเมลเบิร์น Credit: SBS Thai/Chayada Powell

ความร่วมมือของชุมชนฮิปฮอปไทย-ออสเตรเลีย

การเดินทางมาออสเตรเลียของ Thrixept เริ่มจากการรู้จักเพื่อนที่ทำงานสตรีทแดนซ์ในออสเตรเลียผ่านการจัดงานอีเวนท์

และมีการพัฒนาความร่วมมือเป็นโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและนำพาพวกเขามาจัดการแสดงในดินแดนดาวน์อันเดอร์

เควินอธิบายว่า

“เราทำ residency project ที่ Dance house ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อแดนเซอร์โดยเฉพาะ และมีการแสดงที่ Arts Centre Melbourne"

โดยร่วมมือกับ Cypher Culture (องค์กรไม่แสวงหากำไรที่สนับสนุนและเสริมศักยภาพชุมชนและวัฒนธรรมสตรีทแดนซ์ในรัฐวิกตอเรีย) และจากการแข่งขันครั้งนี้จะนำผู้ชนะฮิปฮอปจากออสเตรเลียไปไทยเพื่อร่วมงาน Bad Vibes Battle ของเรา”

สิ่งที่กลุ่มนักเต้นกลุ่มนี้เน้นย้ำคือการได้เห็น “ระบบนิเวศ” ของชุมชนสตรีทแดนซ์ที่เชื่อมโยงกับภาครัฐในอนาคต

เพื่อที่จะทำให้ศิลปะแขนงนี้ก้าวหน้าและสามารถขยายพื้นที่เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้คนในชุมชนได้มากขึ้น พวกเขาแชร์ความเห็นที่สะท้อนไปถึงภาครัฐในไทยว่า

“พอมาที่นี่ก็เริ่มเข้าใจว่า การที่รัฐบาลซัพพอร์ตหลายๆอย่างมันจะไปได้ไกล ครีเอทโปรแกรมหรือมีพื้นที่สำหรับผู้คน ที่ไทยตอนนี้เราหาเงินกันเอง ต้องจัดการกันเอง”

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now