ในวาระที่ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมกำลังเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของการเมืองไทย ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันกับกรณีการปล่อยตัวพักโทษ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร หลังรับโทษนอกเรือนจำมา 6 เดือน จากโทษจำคุกแรกเริ่ม 8 ปี
และล่าสุด เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตโฆษกรัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสมัยนายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งลี้ภัยทางการเมืองนานถึง 15 ปี ได้เดินทางกลับประเทศไทย พร้อมประโยคทองว่า “กลับไปรับใช้ เมืองไทยครับ” ซึ่ต่อมาหลังถูกควบคุมตัวมาที่กองปราบปราม ในข้อหาคดีอาวุธปืนและอั้งยี่ก่อนที่ต่อมาจะได้ประกันตัววงเงินคดีละ 200,000 บาท

หากย้อนดูความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งเกิดขึ้นและคาราคาซังมาตั้งแต่ช่วงรัฐประหารปี 2549 ตั้งแต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ปี 2552 – 2553 การต่อต้านรัฐประหารในปี 2557 รวมถึงการชุมนุมตั้งแต่ปี 2563 คนที่ออกมาแสดงออกทางการเมืองจำนวนมากจบลงด้วยการมีคดีความติดตัว หลายคนต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัย
ความตลกร้ายหรือจะเรียกว่าเป็นจังหวะพอดิบพอดี การกลับบ้านของ ทักษิณ ชินวัตร ที่นำมาสู่การพักโทษ และทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปโดยคำถามใหญ่คือ แล้วผู้ลี้ภัยทางการเมืองคนอื่นล่ะ พวกเขามีความหวังจะกลับบ้านบ้างหรือไม่ ความหวังในพ.ร.บ.นิรโทษกรรม






