ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เอสบีเอส ไทยพบการซื้อขาย “ปากกาลดน้ำหนัก” อย่างแพร่หลายในกลุ่มเฟซบุ๊กของคนไทยในออสเตรเลีย โดยมีการโฆษณาว่าเป็นตัวช่วยลดน้ำหนักและคุมความอยากอาหารได้อย่างรวดเร็ว แต่จากการตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายกันในชุมชนคนไทยไม่ได้ผ่านการอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล และถูกนำมาจำหน่ายนอกระบบสาธารณสุขอย่างผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันยังมีการอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์เปปไทด์นำเข้าจากหลากหลายแหล่ง ทำให้เกิดคำถามถึงความปลอดภัยและที่มาของสินค้าเหล่านี้
ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เอสบีเอส ไทย พบการซื้อขาย "ปากกาลดน้ำหนัก" และผลิตภัณฑ์เปปไทด์อย่างแพร่หลายในกลุ่มเฟซบุ๊กของคนไทยในออสเตรเลีย โดยส่วนใหญ่เป็นการจำหน่ายโดยบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ และมีการเสนอขายผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและเวชภัณฑ์ของออสเตรเลีย หรือ Therapeutic Goods Administration (TGA)
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของทางการออสเตรเลียต่อการเพิ่มขึ้นของการนำเข้า การโฆษณา และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เปปไทด์ที่ไม่ได้รับการรับรอง ซึ่ง TGA ระบุว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ รวมถึงภาวะตับอักเสบ ปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
อ้างอิงจากวิทยาลัยศึกษาแพทย์ทั่วไปในพระราชินูปถัมภ์แห่งออสเตรเลีย (The Royal Australian College of General Practitioners - RACGP) ยากลุ่มตัวกระตุ้นตัวรับ glucagon-like peptide-1 (GLP-1) เป็นยาที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ยากลุ่มนี้ช่วยชะลอการย่อยอาหาร (ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น) อาจออกฤทธิ์ต่อสมองเพื่อลดความหิว
วารสาร Australian Prescriber ระบุว่า ในประเทศออสเตรเลีย ยากลุ่ม GLP-1 และยากลุ่ม GIP/GLP-1 agonist ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในการจัดการน้ำหนักเรื้อรัง โดยใช้ร่วมกับการควบคุมพลังงานในอาหารและเพิ่มกิจกรรมทางกาย ในผู้ป่วยดังต่อไปนี้
- ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน (ดัชนีมวลกาย หรือ BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 30)
- วัยรุ่นที่เป็นโรคอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 60 กก. และดัชนีมวลกายอยู่ในหรือสูงกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 ตามแผนภูมิการเจริญเติบโตของดัชนีมวลกายตามเพศและอายุ) (เฉพาะเซมากลูไทด์)
- ผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกิน (ดัชนีมวลกาย 27 ถึง 30) ร่วมกับโรคแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักอย่างน้อยหนึ่งโรค
- ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน (ดัชนีมวลกายมากกว่าหรือเท่ากับ 30)
- วัยรุ่นที่เป็นโรคอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 60 กก. และดัชนีมวลกายอยู่ในหรือสูงกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 ตามแผนภูมิการเจริญเติบโตของดัชนีมวลกายตามเพศและอายุ) (เฉพาะเซมากลูไทด์)
- ผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกิน (ดัชนีมวลกาย 27 ถึงน้อยกว่า 30) ร่วมกับโรคแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักอย่างน้อยหนึ่งโรค
เอสบีเอส ไทย ได้ตรวจสอบและทดลองติดต่อขอซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจากผู้ขายในกลุ่มเฟซบุ๊กคนไทยในออสเตรเลีย พบว่าผลิตภัณฑ์บางรายการสามารถสั่งซื้อได้โดยตรงผ่านการสนทนาออนไลน์ โดยไม่มีการร้องขอเอกสารทางการแพทย์หรือหลักฐานการสั่งจ่ายยาจากแพทย์ก่อนการซื้อขาย
| ผลิตภัณฑ์ (ยี่ห้อ) | ปริมาณโดส | ราคา(ดอลลาร์ออสเตรเลีย) | ระยะเวลาที่ผู้ขายอ้างว่าใช้ได้ |
| Wegovy | 1 มก. | $400 | 4-5 เดือน |
| Mounjaro | 2.5 มก. | $350 | 1.5 เดือน |
| Mounjaro | 2.5 มก. | $335 | 1 เดือน |
| Mounjaro | 5 มก. | $500 | 2.5 เดือน |
| Mounjaro | 7.5 มก. | $720 | 3.5-4 เดือน |
*รายละเอียดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวรวบรวมจากผู้ขายสามรายที่เอสบีเอส ไทย ติดต่อ

คนไทยรับปากกาลดน้ำหนักมาขายจากที่ไหน
ข้อมูลที่เอสบีเอส ไทยพบ สามารถสรุปประเด็นการจัดหาปากกาลดน้ำหนักในกลุ่มเฟซบุ๊กของคนไทยในออสเตรเลียได้เป็น 3 ช่องทางหลัก ดังนี้
ช่องทางแรกคือการนำใบสั่งยาที่ตนเองได้รับจากแพทย์ทั่วไป (GP) ในออสเตรเลียมาใช้ในการสั่งซื้อยา จากนั้นนำไปจำหน่ายต่อในกลุ่ม
ช่องทางที่สองคือการใช้ใบสั่งยาของบุคคลใกล้ชิด เช่น สมาชิกครอบครัวหรือคนรู้จัก เพื่อเข้าถึงยาในปริมาณที่มากขึ้น ก่อนนำมาขายต่อในลักษณะเชิงพาณิชย์
ส่วนช่องทางที่สาม พบว่ามีการนำผลิตภัณฑ์จากคลินิกเสริมความงามในประเทศไทยเข้ามา โดยใช้วิธีให้ลูกเรือหิ้วเข้าประเทศออสเตรเลีย ก่อนนำไปกระจายขายในกลุ่มออนไลน์
รูปแบบทั้งหมดสะท้อนถึงการหมุนเวียนของยาควบคุมผ่านช่องทางส่วนบุคคลและกึ่งนำเข้า ซึ่งอยู่นอกระบบสาธารณสุขในออสเตรเลีย

โฆษกของ TGA ได้กล่าวกับเอสบีเอส ไทย ผ่านทางอีเมลว่า
การนำเข้ายา GLP-1 หรือผลิตภัณฑ์เปปไทด์เข้ามาในออสเตรเลียเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและแจ้งอย่างถูกต้องนั้น ผิดกฎหมาย
บริษัทออสเตรเลียที่ได้รับการรับรองเท่านั้นที่สามารถนำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ และผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการอนุมัติสำหรับตลาดออสเตรเลีย เว้นแต่จะมีข้อยกเว้นหรือการอนุมัติเฉพาะ
โครงการนำเข้าส่วนบุคคลอนุญาตให้มีการนำเข้ายาในปริมาณจำกัดสำหรับการใช้ส่วนตัวเท่านั้น และห้ามการขายหรือจัดหาให้กับผู้อื่นโดยเด็ดขาด
การละเมิดข้อกำหนดเหล่านี้อาจส่งผลให้สินค้าถูกยึดและทำลายที่ชายแดน และอาจมีการดำเนินการด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือการบังคับใช้เพิ่มเติม
นอกจากนี้โฆษกของ TGA ยังกล่าวอีกว่า การจัดหา นำเข้า หรือโฆษณาสินค้าทางการแพทย์ที่ไม่ได้รับการอนุมัติโดยปราศจากอำนาจที่เหมาะสม ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสินค้าทางการแพทย์ 1989 (the Therapeutic Goods Act 1989)
บทลงโทษสำหรับการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ บทลงโทษทางแพ่งสูงสุด 1.65 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อการฝ่าฝืนหนึ่งครั้งต่อบุคคล หรือ 16.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อการฝ่าฝืนหนึ่งครั้งสำหรับนิติบุคคล หรือจำคุก
นอกจากนี้ พระราชบัญญัตินี้ยังครอบคลุมถึงความผิดทางอาญาหลายประการ บทลงโทษทางอาญาอาจรวมถึงโทษจำคุกระหว่าง 5 ถึง 7 ปี
และท้ายสุด โฆษก TGA ย้ำว่า สารกระตุ้นตัวรับ GLP-1 (เช่น เซมากลูไทด์ หรือ ไทร์เซพาไทด์) เป็นยาที่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ในออสเตรเลีย และควรใช้ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และแพทย์อาจสั่งจ่ายยาตามการประเมินทางคลินิกของผู้ป่วยแต่ละราย
ขอแนะนำอย่าซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์เปปไทด์ที่ไม่ได้รับการอนุมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ได้มาทางออนไลน์หรือจากต่างประเทศ ผู้บริโภคควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายผ่านร้านขายยาในออสเตรเลียเท่านั้น
หน่วยงานรัฐออสเตรเลียเตือนมีผู้ป่วยไตอักเสบเฉียบพลันจากการใช้ผลิตภัณฑ์เปปไทด์ลดน้ำหนัก
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน องค์กรอาหารและยาของออสเตรเลีย หรือ the Therapeutic Goods Administration (TGA) ได้ออกแถลงการณ์ว่าด้วยความกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึง การโฆษณา และการใช้ผลิตภัณฑ์เปปไทด์ (peptide) ที่ไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งกำลังแพร่หลายมากขึ้นในประเทศ
TGA กล่าวว่าพวกเขาได้รับข้อมูลคนไข้ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากรัฐและดินแดนต่างๆ พบว่าพวกเขาได้รับผลข้างเคียงร้ายแรงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 มีรายงานผู้ป่วยภาวะตับอักเสบเฉียบพลันหกรายในรัฐวิกตอเรีย ซึ่งเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์เปปไทด์ที่ไม่ได้รับการอนุมัติ โดยมีฉลากระบุว่าเป็น Retatrutide
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้แก่
- Retatrutide
- Reta
- R-10, R-20

กรมสาธารณสุขแห่งรัฐวิกตอเรียกล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ซื้อขายผ่านทางออนไลน์ ผ่านเพื่อน และผ่านบัญชีโซเชียลมีเดีย
Retatrutide เป็นยาที่อยู่ระหว่างการทดลองและยังไม่ได้รับการอนุมัติให้จำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ปลอดภัยในออสเตรเลีย มีการทำการตลาดอย่างแพร่หลายทางออนไลน์โดยอ้างว่าช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ฟื้นฟูร่างกาย และต่อต้านริ้วรอย
TGA ระบุว่า ผลกระทบต่อสุขภาพที่พบจากการใช้เปปไทด์ที่เถื่อน ได้แก่ ความเสียหายต่อตับ อาการแพ้อย่างรุนแรง รวมถึงการอักเสบและภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพอื่นๆ ที่ต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์
ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนสินค้ารักษาโรคของออสเตรเลีย (Australian Register of Therapeutic Goods) คือสินค้าที่ยังไม่ผ่านการประเมินด้านความปลอดภัย คุณภาพ หรือประสิทธิผลจาก TGA ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีสาร BPC-157, GHK-Cu, TB-500, retatrutide และ CJC-1295

หน่วยงานระบุว่า “[TGA] ไม่สามารถกำกับดูแลส่วนประกอบ มาตรฐานการผลิต หรือความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เปปไทด์ที่ไม่ได้รับการอนุมัติเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าสินค้าปลอมจำนวนมากถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายยาของแท้ ทำให้ผู้บริโภคแยกแยะได้ยากว่าผลิตภัณฑ์ใดอาจไม่ปลอดภัยหรือเป็นอันตราย”
ขณะที่ข้อมูลสำคัญด้านความปลอดภัยยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดอีกหลายประการ ได้แก่
- กระบวนการผลิตเป็นอย่างไรและได้มาตรฐานหรือไม่
- ผลิตภัณฑ์ยาแบบฉีดนั้นปลอดเชื้อและผลิตภายใต้สภาวะปลอดเชื้อหรือไม่
- เปปไทด์เหล่านี้ออกฤทธิ์ในร่างกายมนุษย์อย่างไร
- ลักษณะ ความถี่ และความรุนแรงของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
TGA ยังระบุว่าผลิตภัณฑ์จำนวนมากจำหน่ายในรูปแบบผงหรือยาฉีดบรรจุขวดที่ไม่มีฉลากหรือข้อมูลที่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบส่วนผสมหรือมาตรฐานการผลิตได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านการปนเปื้อน ความไม่แน่นอนของขนาดยา และการได้รับสารที่ไม่ทราบชนิดหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยการนำเข้า การโฆษณาออนไลน์ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ที่เพิ่มขึ้น กำลังกลายเป็นประเด็นด้านสาธารณสุขที่น่ากังวลมากขึ้น
ศาสตราจารย์ไมเคิล คิดด์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์แห่งออสเตรเลีย กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ผลิตภัณฑ์เปปไทด์ที่ไม่ได้รับการรับรองกำลังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนเพิ่มมากขึ้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้บางส่วนยังไม่ผ่านการทดลองทางคลินิกในมนุษย์อย่างเพียงพอ และอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ ชาวออสเตรเลียไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่ตนไว้วางใจ”
ดร. อแมนดา คัสส์ รักษาการหัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ กล่าวว่าในแถลงการณ์เดียวกันว่า “TGA กำลังติดตามและตอบสนองต่อการไม่ละเมิดพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ปี 1989 อย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการนำเข้า การจัดหา และการโฆษณาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ผิดกฎหมาย ผลิตภัณฑ์เปปไทด์ที่ไม่ได้รับการอนุมัติได้รับการเพิ่มเข้ามาเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญลำดับต้นสำหรับการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ TGA หากพบว่ามีการละเมิดข้อกำหนดอย่างร้ายแรง TGA อาจดำเนินการตามกฎระเบียบข้อกำหนดของตน”
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ





