จากเหตุกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู ในประเทศไทย เอสบีเอสไทยพูดคุยกับคนไทยที่เป็นคุณแม่ในออสเตรเลียสองท่าน และคุณพ่อคนไทย รวมถึงผู้ที่ทำงานอยู่ในศูนย์ดูแลเด็กในออสเตรเลีย รวมถึงเสียงบรรยากาศงานจุดเทียนไว้อาลัย ที่เมืองเมลเบิร์น
เหตุการณ์กราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565 นับเป็นเหตุการณ์อันเศร้าสลดในประเทศไทยและทั่วโลก
เอสบีเอสไทยสอบถามคุณพ่อคุณแม่คนไทยถึงความรู้สึกและความคิดเห็น หลังจากทราบข่าวนี้

คุณณัชาอร (แนท) คุณแม่คนไทยในเมลเบิร์น มีลูก 2 คน คุณแนทใช้บริการดูแลเด็กเล็ก (Day care) ทั้งที่ออสเตรเลียและไทย เธอพูดถึงเรื่องความปลอดภัย การถือครองอาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเรื่องความรุนแรงในครอบครัว
ทุกครั้งที่เอาลูกไปไทย เพราะทุกครั้งเวลาเราไปไทยจะไปประมาณ 2-3 เดือน จะต้องเอาลูกไปไว้ที่เดย์แคร์อยู่แล้ว
“รัฐต้องใช้วิธีบังคับ ด้วยเหตุว่าเป็นภัยต่อสังคม แล้วยิ่งคนที่อยู่ในเครื่องแบบ แล้วมีอาวุธอยู่กับตัว ยิ่งน่าจัดการกว่าคนอื่นเลย”
คุณอุ๊ คุณแม่คนไทยที่ซิดนีย์ เธอมีลูกชายอยู่ที่ประเทศไทย คุณอุ๊พูดถึงเรื่องความปลอดภัย เรื่องพระราชบัญญัติอาวุธปืนและยาเสพติดว่า
คือล่าสุด เพิ่งไปไทยแล้วกลับมา รู้สึกว่า แม้กระทั่งแค่ข้ามถนน อะไรเงี๊ยะ ความปลอดภัยแค่เล็กๆ น้อยๆ ยังไม่มีเลย
“เราได้เห็นข่าวเหมือนเค้าจะมีพรบ.ปืนออกมา เหมือนมันจะเสรีมากขึ้น เราก็เลยคิดว่า เออ แล้วมันจะดีไหม ในอนาคต"

คุณอาเนช เวศย์ชวลิต (ฉั่ง) คุณพ่อคนไทยพูดถึงเหตุการณ์นี้ไว้ในเรื่องความปลอดภัย การจัดการของเจ้าหน้าที่ และเรื่องความรุนแรงในครอบครัว
ทำไมมันถึงเกิดขึ้นได้ง่ายขนาดนั้น และหลังจากเกิดเหตุแล้วระยะเวลาในการจัดการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเนี่ย มันถึงใช้เวลาขนาดนั้น จนเกิดเหตุขึ้นมากมาย
“อย่างเหตุกราดยิงที่ผ่านมา รวมถึงก่อนหน้านี้ที่โคราช ทั้งสองครั้งล่าสุดเป็นบุคลากรของรัฐ คำถามคือหลังจากคุณได้รับเค้าเข้ามาแล้ว คุณมีการตรวจสอบหรือว่าอัปเดตประสิทธิภาพ ศักยภาพ หรือความพร้อมในการทำงานของเค้าหรือเปล่า"

คุณพัชรา (มิ้ม) คุณแม่คนไทย และทำงานที่ศูนย์ดูแลเด็ก ในออสเตรเลีย พูดถึงเรื่องของความปลอดภัยและการดูแลเด็ก
ปกติถ้ามีลูกอยู่ในศูนย์เด็กเล็ก เค้าจะมีรหัสผ่านตรงหน้าประตู จะมีฟอร์มให้กรอกว่าใครสามารถที่จะมารับลูกเราได้บ้าง
“ถ้าเกิดว่าเราได้กลิ่นหรือสังเกตอาการมึนเมา เราจะรีบแจ้งตำรวจทันทีเลยค่ะ แล้วก็ต้องส่งเรื่องไปหน่วยงานปกป้องเด็ก (Child Protection)”
บริการให้ข้อมูลและให้ความช่วยเหลือเรื่องสุขภาพจิต 24 ชั่วโมง Beyond Blue 1300 224 636 หรือ beyondblue.org.au
บริการสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาทางอารมณ์ 24 ชั่วโมง Lifeline โทร 13 11 14 หรือ lifeline.org.au
บริการให้คำปรึกษาแก่ผู้ชายที่มีปัญหาเรื่องอารมณ์รุนแรง ความสัมพันธ์และการเลี้ยงดูบุตร 24 ชั่วโมง No To Violence 1300 766 491 ntv.org.au
บริการปรึกษาสำหรับกลุ่มความหลากหลายทางเพศ Q Life โทร 1800 184 527
บริการให้คำปรึกษาแก่ผู้เยาว์ 24 ชั่วโมง Kids Helpline โทร 1800 55 1800 หรือ kidshelpline.com.au
บริการให้คำปรึกษาป้องกันการฆ่าตัวตายและสุขภาพจิต เป็นบริการโทรกลับ Suicide Call Back Service โทร 1300 659 467 suicidecallbackservice.org.au





