ตั้งแต่เริ่มจำความได้ “เด็กชายบูม” หรือธีรภัทร สุรวรรธนกุล (Theerapath Surawanthanakul) รู้ตลอดเวลาว่า ตัวเองไม่ใช่เด็กผู้ชาย และไม่ชอบเล่นแบบเด็กผู้ชาย เพราะน้องบูมชอบความสวยงามของเด็กผู้หญิง ชอบเล่นแบบเด็กผู้หญิง ชอบดูหนังแนวผู้หญิงๆ และอยากเป็นตัวละครผู้หญิงแบบในหนัง
“ด้วยความที่ตอนนั้น สังคมสอนเราว่า อย่าตุ้งติ้ง ก็เลยต้องแอบเอาไว้ แต่ก็แอบได้ไม่มิดหรอกค่ะ” น้องบูมกล่าว
“หนูโทรหาแม่ บอกแม่ว่าหนูอยากเป็นอย่างนี้นะ แม่ก็โอเค จนกระทั่งพ่อเจอวิกผมในห้อง พ่อก็ยึดเครื่องสำอาง ยึดวิกผมไปหมด พ่อเขาโกรธมากเลยค่ะ”
บอกแม่ว่าหนูอยากเป็นอย่างนี้นะ แม่ก็โอเค จนกระทั่งพ่อเจอวิกผมในห้อง พ่อก็ยึดเครื่องสำอาง ยึดวิกผมไปหมด
จากเดิมที่พ่อโกรธมาก ไปสู่การที่ทุกคนในครอบครัวยอมรับ น้องบูมเผยถึงปัจจัยที่ทำให้เธอได้มาอยู่จุดนี้และมีความสุขในแบบที่ตัวเองเป็น
“ปัจจัยหลักคือครอบครัว ครอบครัวสำคัญมาก ถ้าครอบครัวดี ก็ดีไป หนูโชคดีที่ครอบครัวสนับสนุน ถึงพ่อจะดุ แต่พ่อก็เป็นคนพาไปหาหมอ สองคือเรื่องสังคม สังคมที่หนูเจอมา หนูไม่เคยโดนบุลลี (bully กลั้นแกล้งรังแก) เรื่องเพศเลย ตั้งแต่ที่เมืองไทย หนูอยู่โรงเรียนชายล้วน แต่เพื่อนหนูดีมาก หนูไม่เคยโดนบุลลี พอมาอยู่ที่นี่ เขาทรีต (treat ปฏิบัติต่อเรา) อย่างไม่ได้แตกต่าง เขาทรีตเราเหมือนผู้หญิง เดี๋ยวนี้สังคมเปิดใจยอมรับมากขึ้น”
ครอบครัวสำคัญมาก ถ้าครอบครัวดี ก็ดีไป สองคือเรื่องสังคม สังคมที่หนูเจอมา หนูไม่เคยโดนบุลลี เรื่องเพศเลย
กด ▶ เพื่อฟังสัมภาษณ์ฉบับเต็ม
คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai
บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ facebook.com/sbsthai
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โควิด-19 อัปเดต: ออสฯ ไฟเขียวชุดตรวจคอมโบ 'โควิด-ไข้หวัดใหญ่'










