พรรคกรีนส์เตรียมขวางกฎใหม่ของรัฐบาล ที่ทำให้วีซ่าบิดามารดา ‘แพงลิบ’

EXCLUSIVE: พรรคกรีนส์เตรียมล่มกฎใหม่ของรัฐบาล ซึ่งกำหนดเงื่อนไขรายได้ของผู้ขอวีซ่าให้บิดามารดา เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมสองเท่า

Greens senator Nick McKim

Greens Senator Nick McKim Source: AAP

เอสบีเอส นิวส์ มีรายงานพิเศษว่า พรรคกรีนส์ เตรียมยื่นญัตติไม่ยินยอมในวุฒิสภา ในสัปดาห์หน้าเมื่อการประชุมรัฐสภาจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เพื่อพยายามล่มกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับการเป็นผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์ในการขอวีซ่าประเภทต่างๆ (sponsorship rules) ของรัฐบาล

วุฒิสมาชิก นิค แมคคิม จากพรรคกรีนส์กล่าวว่า เขามั่นใจว่าญัตติดังกล่าวจะมีผู้สนับสนุนเพียงพอจากพรรคขนาดเล็กและวุฒิสมาชิกอิสระ แต่พรรคแรงงานนั้นจำเป็นต้องเข้าร่วมด้วย

ด้านพรรคแรงงานได้กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยจำเป็นต้องมีระดับเงินเดือนที่สูงขึ้นมากในการขอวีซ่าให้บิดามารดามายังประเทศออสเตรเลีย ว่าเป็น “การบ่อนทำลายอย่างเงียบๆ” ต่อครอบครัวของผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน ทว่าเมื่อวานนี้ (1 พ.ค.) ทางพรรคก็ยังไม่ได้ผูกมัดที่จะร่วมลงญัตติไม่ยินยอมแต่อย่างใด

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายการขอวีซ่าให้บิดามารดา
ตัวอย่างค่าใช้จ่ายการขอวีซ่าให้บิดามารดา (ภาพโดย เอสบีเอสนิวส์) Source: SBS News

เอสบีเอสนิวส์ ได้รายงานในสัปดาห์ที่แล้วว่า เมื่อต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา รัฐบาลของนายเทิร์นบูลล์ ได้เพิ่มกำหนดระดับเงินเดือนผู้เป็นสปอนเซอร์ขึ้นกว่าสองเท่า โดยความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นไม่จำเป็นต้องผ่านรัฐสภา แต่ทว่าสามารถถูกยับยั้งโดยเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้:

- ระดับรายได้ต่อปีสำหรับบุคคลเดียว ในการเป็นสปอนเซอร์ให้กับบิดาหรือมารดาเพียงคนเดียว เพิ่มขึ้นเป็น $57,738

- ระดับรายได้ต่อปีสำหรับบุคคลเดียว ในการเป็นสปอนเซอร์ให้กับทั้งบิดาและมารดาของตน เพิ่มขึ้นเป็น $86,607 (จากเดิม $35,793)

- ระดับรายได้ต่อปีสำหรับคู่ครอง ในการเป็นสปอนเซอร์ให้กับทั้งทั้งบิดาและมารดาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพิ่มขึ้นเป็น $115,476 ต่อปี

โดยที่กฎใหม่นี้ เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อผู้ที่ได้ยื่นขอวีซ่าไปแล้วประมาณ 30,000 คำร้อง วีซ่าที่ได้รับผลกระทบนั้นได้แก่ประเภทหรือซับคลาสต่างๆ สำหรับบิดามารดา (Subclass 143, 173, 864, 884, 103 และ 804) และ ซับคลาส 835 สำหรับ ‘ญาติคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่’

วีซ่าสำหรับบิดามารดานั้น มีจำนวนจำกัดเป็นอย่างมากในแต่ละปี ทำให้มีผู้รอคอยวีซ่าประเภทนี้อยู่เป็นจำนวนมาก โดยที่:

- วีซ่าชนิด นอนคอนทริบิวทอรี (non-contributory parent) ขณะนี้กำหนดให้บุตรต้องวางเงินประกันจำนวน $5,000 ดอลลาร์ และรับประกันที่จะเป็นผู้ชำระเงินสวัสดิการให้แก่พ่อหรือแม่เป็นเวลาสองปี มีจำนวนวีซ่าจำกัดที่ 1,500 รายต่อปีเท่านั้น  และจำนวนเงินประกันของวีซ่านี้จะเพิ่มขึ้นเป็น $7,500 ในปี 2019

- วีซ่าชนิด คอนทริบิวทอรี (contributory parent) ขณะนี้บุตรต้องวางเงินประกันจำนวน $10,000 ดอลลาร์ และรับประกันที่จะเป็นผู้ชำระเงินสวัสดิการให้แก่พ่อหรือแม่เป็นเวลาสิบปี มีจำนวนวีซ่าจำกัดที่กว่าเจ็ดพันรายต่อปีเท่านั้น และจำนวนเงินประกันของวีซ่านี้จะเพิ่มขึ้นเป็น $15,000 ในปี 2019

รัฐบาลยังสามารถเรียกร้องหลักประกันเพิ่มเติม (Assurance of Support) สำหรับกรณีการอุปการะบุตรบุญธรรม (adoptions), วีซ่าสำหรับบุตร  (child visas), ผู้กำพร้า (orphans) ในบางกรณี  ตลอดจนกรณีของอดีตผู้อยู่อาศัย (former residents)

นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าต่างๆ นั้น จำเป็นต้องจ่ายทันทีและไม่สามารถขอเงินคืนได้ ถึงแม้ว่าวีซ่าจะไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าบิดามารดานั้น อาจสูงถึงเกือบ $4,000 ดอลลาร์

ซึ่งความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน รวมถึง สหพันธ์สภาชุมชนชาติพันธุ์แห่งออสเตรเลีย หรือ The Federation of Ethnic Communities’ Councils of Australia (FECCA) และได้มีการล่ารายชื่อทาง เว็บไซต์ change.org ในเรื่องนี้อีกด้วย

change.org
ภาพจาก change.org via SBS News Source: change.org

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้จากเว็บไซต์ของรัฐบาลออสเตรเลีย:

https://www.legislation.gov.au/Details/F2018L00425

และ

https://www.humanservices.gov.au/individuals/enablers/types-assurance-support


Share

1 min read

Published

Updated

By James Elton-Pym

Presented by Tanu Attajarusit

Source: AAP, SBS News




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now