ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมาเว็บไซต์ Time Out ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ชื่อดังของโลก ได้ประกาศ 50 เมืองที่ดีที่สุดในโลก ผ่านการสำรวจข้อมูลเชิงลึกผ่านผู้คน 24,000 คน จาก 150 เมืองทั่วโลก จากนั้นทำการรวบรวมคำตอบหลายพันรายการเข้ากับการลงคะแนนของผู้เชี่ยวชาญด้านเมืองของ Time Out กว่า 100 คน หลังจากนั้นได้ขอความช่วยเหลือจากเครือข่ายนักเขียนท้องถิ่นของเพื่อบอกว่าอะไรที่ทำให้เมืองของพวกเขาน่าไปเยือนในตอนนี้
และผลการสำรวจก็ออกมาว่า เมลเบิร์น เมืองหลวงของรัฐวิกตอเรียขึ้นแท่น ‘เมืองที่ดีที่สุดในโลก’ ประจำปี 2026 ไป และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เมืองในประเทศออสเตรเลียครองอันดับหนึ่ง
สำหรับเหตุผลที่เมลเบิร์นครองตำแหน่งนี้ในปีนี้ไปนั้น ทาง Time Out ระบุว่าเมลเบิร์นมีมหกรรมกีฬาระดับระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทนนิสออสเตรเลียนโอเพ่น (ซึ่งทำลายสถิติผู้เข้าชมทั้งหมดในปี 2026) การแข่งขันฟอร์มูล่าวันออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์ รอบชิงชนะเลิศเอเอฟแอล และการแข่งขันคริกเก็ตวันบ็อกซิ่งเดย์

ส่วนเรื่องของอาหารเองขึ้นชื่อสุดๆ อย่างที่สังเกตเห็นได้ว่าผู้คนยินดีต่อแถวนานกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อซื้อเบอร์เกอร์ชื่อดัง หรือเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษที่ร้านอาหารเก่าแก่กว่า 100 ปี ถนนและย่านที่เจ๋งที่สุดของเมลเบิร์นเต็มไปด้วยสถานที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่โรงภาพยนตร์อินดี้และบาร์บนดาดฟ้า ไปจนถึงร้านขายแผ่นเสียงและแกลเลอรี่แปลกตา

รวมไปถึงการมีอาคารเก่าแก่ที่สง่างาม ตรอกซอกซอยที่เรียงรายไปด้วยภาพกราฟิตี้ฝาผนังสีสันสดใส สวนสาธารณะระดับโลก และแม่น้ำ (ยาร์รา) ที่มีความสำคัญทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งสำหรับชุมชนพื้นเมืองในท้องถิ่น
นอกจากนี้ ด้วยอุโมงค์รถไฟใต้ดินสายใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการ (โครงการรถไฟขนาดใหญ่ที่ปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะของเมลเบิร์นใหม่ทั้งหมด) การเดินทางไปรอบ ๆ เมืองที่มีทุกอย่างครบครันแห่งนี้จึงง่ายกว่าที่เคย
เมลเบิร์นได้รับคะแนนดีในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งผลตอบรับเชิงบวกทำให้เมืองหลวงของรัฐวิกตอเรียแห่งนี้เป็นเมืองที่ดีที่สุดอันดับสามของโลกสำหรับการอยู่อาศัยคนรุ่น Gen Z ขณะที่ร้อยละ 94 ของคนท้องถิ่นให้คะแนนสูงในด้านอาหาร ส่วนอีกร้อยละ 92 ชื่นชอบศิลปะและวัฒนธรรม และร้อยละ 77 แนะนำสถานบันเทิงยามค่ำคืนของเมืองนี้
ด้าน นิโคลัส รีซ นายกเทศมนตรีเมืองเมลเบิร์นกล่าวว่า การที่เมืองเมลเบิร์นขึ้นมาอยู่อันดับหนึ่งนั้นเป็นเรื่องราวของการกลับมาอย่างน่าทึ่ง
"เมลเบิร์นได้อันดับหนึ่งแล้ว และนี่คือความพยายามร่วมกันของทีมงานที่ยอดเยี่ยมและเรื่องราวของการกลับมาที่ไม่ธรรมดา เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมลเบิร์นกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ร้ายแรงบางอย่าง เราเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีการล็อกดาวน์ยาวนานที่สุดในโลก"

เมือง 10 อันดับแรกนั้นประกอบไปด้วย
เซี่ยงไฮ้ (จีน) เอดินบะระ (สก็อตแลนด์) ลอนดอน (อังกฤษ) นิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) เคปทาวน์ (แอฟริกาใต้) เม็กซิโกซิตี้ (เม็กซิโก) กรุงเทพมหานคร (ไทย) โซล (เกาหลีใต้) และโตเกียว (ญี่ปุ่น) ตามลำดับ
อีกสองเมืองในออสเตรเลียที่ติดอันดับ 50 เมืองได้แก่ ซิดนีย์ติด (อันดับที่ 21) และแอดิเลด (อันดับที่ 29)
เมลเบิร์นไม่ได้แค่อยู่ดี แต่น้ำประปาก็ดีเลิศด้วย
น้ำประปาในรัฐวิคเตอเรีย ของออสเตรเลียนั้นจะถูกบังคับใช้ภายใต้กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในน้ำดื่ม ( Safe Drinking Water Act 2003 และ Safe Drinking Water Regulations 2015 ) โดยในทุกปีจะมีการตรวจน้ำตัวอย่างจาก 160 แหล่ง เพื่อควบคุมให้คุณภาพน้ำยังคงดีอยู่ โดยจะวัดค่าหลักๆ ดังนี้
ความใส ( clarity ) สี ค่าความเป็นด่าง (pH) แร่ธาตุและสารธรรมชาติเช่นเหล็กและแมงกานีส แบคทีเรีย เช่น อีโคไลน์ ระดับสารคลอรีนและฟลูออไรด์ การปนเปื้อน เช่น น้ำมัน และ พยาธิ
และเมื่อปลายปี 2022 น้ำประปาเมลเบิร์นได้ถูกยกให้เป็นน้ำประปาที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย นอกจากนี้ในปี 2019 เมลเบิร์นได้รับรางวัลเหรียญเงินในการแข่งขัน ‘best municipal water’ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่ครั้งนั้นกรรมการทั้ง 10 คนจะทำการชิมน้ำประปาจากทั่วโลก และลงคะแนนในเรื่องรสชาติ ลักษณะความใส กลิ่น ความรู้สึกในปาก และรสชาติที่ค้างอยู่ในคอ
เมลเบิร์นมีค่าเช่าถูกที่สุดในออสเตรเลีย
รายงานฉบับใหม่จากแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ Domain ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าเช่าบ้านหรือห้องชุดในเมืองใหญ่ทั่วออสเตรเลียมีราคาเพิ่มขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนธันวาคม 2025
เมลเบิร์น ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในประเทศมาโดยตลอด ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงที่มีค่าเช่าบ้านถูกที่สุด โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 580 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ เนื่องจากราคาบ้านที่ประกาศขายนั้นแตะระดับ "เพดานราคาที่คนทั่วไปสามารถจ่ายได้" แล้ว
รายงานระบุว่า ค่าเช่าบ้านในเมลเบิร์นลดลงร้อยละ 1.7 ตลอดทั้งปี นับเป็นเมืองเดียวของออสเตรเลียที่มีตัวเลขดังกล่าว
ค่าเช่าบ้านที่ถูกลงจะส่งผลกระทบต่อผู้เช่า เจ้าของบ้าน และนักลงทุนในรัฐวิกตอเรียในระดับที่แตกต่างกันไป ขณะที่ทั้งประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยและอัตราการว่างงานต่ำ
อาชญกรรมที่พุ่งสูง ความท้าทายที่รัฐวิกตอเรียกำลังเผชิญ
รัฐวิกตอเรียกำลังเผชิญกับอัตราการก่ออาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้นจากการลักทรัพย์ การบุกรุกบ้าน และการกระทำผิดซ้ำของเยาวชน โดยอาชญากรรมพุ่งสูงขึ้นถึง 15.7 เปอร์เซ็นต์ในกลางปีงบประมาณ 2025
ตามสถิติอาชญากรรมล่าสุด พบว่าเยาวชนอายุระหว่าง 10 ถึง 17 ปี ประมาณ 1,100 คน ถูกจับกุมรวมกัน 7,000 ครั้ง ขณะที่ตำรวจวิกตอเรียประกาศว่าเด็กๆ กำลังหันไปใช้ความรุนแรงอย่างรวดเร็ว
📻 ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram
