นายกฯ อนุทินยื่นยุบสภา เตรียมคืนอำนาจประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาตึงเครียด

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่า การยุบสภาจะไม่กระทบต่อปฏิบัติการทางทหารของไทยตามแนวชายแดน และยืนยันว่ากองกำลังยังคงทำงานตามภารกิจตามปกติ

Thai Prime Minister Anutin Charnvirakul arrives at Parliament in Bangkok

นายอนุทิน ชาญวีรกูล เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า เขาตั้งใจจะยุบสภาภายในสิ้นเดือนมกราคม Source: AAP / Sakchai Lalit/AP

ประเด็นสำคัญ

  • นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยื่นขอยุบสภา เพื่อเปิดทางจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด
  • การตัดสินใจเกิดขึ้นหลังขัดแย้งกับพรรคประชาชนซึ่งขู่ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล
  • การยุบสภาจะเร่งโรดแมปเลือกตั้ง ให้เกิดขึ้นเร็วกว่าช่วงมีนาคม–เมษายนที่คาดการณ์ไว้เดิม

ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศยื่นเรื่องขอยุบสภา เพื่อ “คืนอำนาจให้ประชาชน” และเปิดทางให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเร็วขึ้นกว่ากรอบเวลาเดิมที่คาดว่าจะอยู่ช่วงมีนาคมถึงเมษายนปีหน้า

โฆษกรัฐบาล สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งกับพรรคฝ่ายค้านพรรคใหญ่ที่สุด คือ พรรคประชาชน ซึ่งขู่จะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล

“เราไม่สามารถเดินหน้าต่อในสภาได้ จึงต้องคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน” โฆษกรัฐบาลกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์

การยุบสภาครั้งนี้จะเร่งให้ไทม์ไลน์การเลือกตั้งเร็วขึ้น โดยคาดว่าจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ภายในกรอบเวลาที่กระชั้นกว่าก่อนหน้า

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเกิดขึ้นขณะเดียวกับที่ชายแดนไทย–กัมพูชากำลังเผชิญการปะทะต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 4 แล้ว

โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน และบาดเจ็บเกือบ 200 คน อย่างไรก็ตาม นายกฯ อนุทินยืนยันว่า การยุบสภาจะไม่กระทบต่อปฏิบัติการทางทหารของไทยตามแนวชายแดนแต่อย่างใด

ความปั่นป่วนทางการเมืองเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 คน และผู้บาดเจ็บเกือบ 200 คนจากการปะทะตามแนวชายแดนหลายจุด

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธว่า การยุบสภาจะไม่กระทบต่อปฏิบัติการทางทหารของไทยในพื้นที่ชายแดน แม้จะมีการปะทะเกิดขึ้นมากกว่าสิบจุด รวมถึงบางพื้นที่ที่มีการยิงปะทะด้วยอาวุธหนัก

“ผมจะคืนอำนาจให้ประชาชน” นายอนุทินโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อค่ำวันพฤหัสบดี

นายอนุทินถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่สามของไทยนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2023 และความไม่เสถียรทางการเมืองที่ยืดเยื้อกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง และการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา

ตามรัฐธรรมนูญไทย หากพระมหากษัตริย์ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเห็นชอบตามคำร้องขอยุบสภาของนายกรัฐมนตรี จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45–60 วันหลังจากนั้น

ไทม์ไลน์จัดการเลือกตั้งเร็วขึ้น

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายอนุทินเคยระบุว่า เขามีแผนจะยุบสภาภายในสิ้นเดือนมกราคม และจัดการเลือกตั้งทั่วไปในช่วงเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน

แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดจะทำให้ไทม์ไลน์ดังกล่าวถูกเร่งให้เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นายอนุทินก้าวขึ้นสู่อำนาจหลังจากนำพรรคภูมิใจไทยถอนตัวออกจากรัฐบาลผสมชุดเดิม และหันไปจับมือกับพรรคประชาชน

ซึ่งได้เสนอเงื่อนไขหลายประการแลกกับการสนับสนุนให้เขาขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี หนึ่งในนั้นคือการจัดทำประชามติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โฆษกรัฐบาล สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ระบุว่า ความตึงเครียดเริ่มต้นขึ้นเมื่อพรรคประชาชนไม่สามารถบรรลุข้อเรียกร้องของตนได้จึงประกาศว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาทันที

ด้าน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อค่ำวันพฤหัสบดีว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ก่อนร่วมจัดตั้งรัฐบาล

“พวกเราได้พยายามใช้เสียงของฝ่ายค้านผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ตกลงกันไว้” เขากล่าว


ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


1 min read

Published

Presented by Chayada Powell

Source: Reuters




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now