การเข้าถึงบริการสุขภาพทางเพศอาจเป็นเรื่องท้าทายสำหรับคนไทยที่เพิ่งย้ายมาออสเตรเลีย ทั้งจากความไม่คุ้นเคยกับระบบสาธารณสุข ค่าใช้จ่าย และความไม่มั่นใจในการพูดคุยเรื่องเพศกับบุคลากรทางการแพทย์ ฐิสาณัฒิ แก้วนุกูล หรือไบรท์ คนไทยที่อาศัยอยู่ในซิดนีย์ เล่าถึงประสบการณ์การเข้าถึงยา PrEP และบริการสุขภาพทางเพศในออสเตรเลีย
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
จุดเริ่มต้นของการใช้ PrEP
ฐิสาณัฒิ แก้วนุกูล หรือไบรท์ คนไทยในซิดนีย์ เริ่มรู้จักยา PrEP ตั้งแต่ปี 2015 ขณะอยู่ในประเทศไทย หลังได้รับข้อมูลจากเพื่อนที่เคยมาออสเตรเลีย
PrEP (ยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ) คือยาเม็ดที่ใช้ลดความเสี่ยงติดเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์ ยาชนิดนี้ป้องกันเฉพาะเชื้อ HIV เท่านั้น ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น โรคหนองใน โรคติดเชื้อคลามิเดีย โรคเริมที่อวัยวะเพศ หรือโรคซิฟิลิส
เมื่อเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ไบรท์จึงไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในหาดใหญ่ โดยคิดว่าน่าจะสามารถตรวจ HIV ได้ฟรีจากโครงการของรัฐ แต่เมื่อบอกพยาบาลว่าต้องการมารับ PrEP กลับได้รับคำเตือนเรื่องการใช้ถุงยางอนามัย ก่อนที่พยาบาลจะแนะนำให้ไปยังองค์กรชุมชนใกล้โรงพยาบาลแทน
องค์กรชุมชนด้านสุขภาพทางเพศที่ชื่อว่าโครงการฟ้าสีรุ้ง
เขาบอกว่าประสบการณ์แตกต่างจากโรงพยาบาลอย่างมาก โดยได้รับการต้อนรับและมีพื้นที่พูดคุยเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และประสบการณ์ทางเพศโดยไม่รู้สึกถูกตีตรา ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไบรท์เข้าถึง PrEP และใช้ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ
ระบบใหม่ในประเทศใหม่
ไบรท์บอกว่า เมื่อย้ายมาออสเตรเลียในปี 2022 เขาต้องเริ่มเรียนรู้ระบบสาธารณสุขใหม่แทบทั้งหมด ตั้งแต่คำว่า GP Medicare ไปจนถึงการเข้าถึงบริการทางเพศ เขาเล่าว่าตัวเองมาออสเตรเลียด้วย Work and Holiday visa และไม่มี Medicare

สิ่งที่ทำให้กังวลมากที่สุดในช่วงแรกคือ เรื่องค่าใช้จ่าย เพราะไบรท์เข้าใจว่าหากไปพบแพทย์จะต้องจ่ายเงินก่อนแล้วจึงนำไปเบิกประกันภายหลัง ทำให้ไม่กล้าเข้าไปใช้ระบบสุขภาพมากนัก
ไบรท์บอกว่า แม้จะพยายามศึกษาข้อมูลด้วยตัวเอง แต่ความไม่คุ้นเคยกับระบบและความกังวลเรื่องการเงินยังเป็นอุปสรรค ขณะเดียวกัน การพูดคุยเรื่องสุขภาพทางเพศกับแพทย์ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
ไม่ใช่จีพีทุกคนที่จะพูดถึงเรื่องของสุขภาพทางเพศ
ไบรท์จึงมองว่า อุปสรรคไม่ได้มีเพียงเรื่องภาษา แต่รวมถึงความรู้สึกว่าจะสามารถพูดคุยกับแพทย์เรื่องเพศได้อย่างสบายใจหรือไม่
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อไบรท์ยังมี PrEP ที่นำติดตัวมาจากไทย โดยเตรียมยาไว้ประมาณ 3 เดือนก่อนย้ายมาออสเตรเลีย พร้อมใบรับรองแพทย์ แต่เมื่อยากำลังจะหมด ก็ทำให้ต้องเริ่มหาวิธีเข้าถึง PrEP ในออสเตรเลียอย่างจริงจัง
สุดท้ายไบรท์ได้คำแนะนำจากคนที่มีประสบการณ์ใช้บริการ sexual health อยู่แล้วเขาบอกว่ามีบริการที่สามารถรับ PrEP ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
Sexual Health Clinic
เมื่อไบรท์เข้าถึงบริการคลินิกสุขภาพทางเพศในซิดนีย์ ประสบการณ์กลับแตกต่างจากความกังวลในช่วงแรกอย่างมาก เพราะการรับ PrEP ไม่ได้จบเพียงการรับยา แต่ยังต้องตรวจเลือดและมีโอกาสพูดคุยเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ รวมถึงการป้องกันด้วยวัคซีน
ไบรท์เล่าว่า การเข้ารับบริการครั้งแรกทำให้ได้รู้จักโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และวิธีป้องกันที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบเอ และ HPV รวมถึงวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคเหล่านี้
ไบรท์มองว่าการต้องตรวจเลือดก่อนรับ PrEP ยังเป็นโอกาสให้ผู้ใช้บริการได้เรียนรู้เรื่องสุขภาพทางเพศไปพร้อมกัน เพราะสามารถพูดคุยและถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ได้โดยไม่รู้สึกถูกตีตรา
การที่ไปรับยา PrEP แล้วไปตรวจเลือด มันเหมือนเป็นการที่เราเปิดโอกาส เหมือนเราไปเรียนคอร์สฟรี โดยที่ถามเขาได้โดยไม่มีการตีตรา
ทำความเข้าใจเพื่อลดการตีตรา
สำหรับไบรท์ การย้ายมาอยู่ออสเตรเลียไม่ได้เปลี่ยนแค่การเข้าถึงบริการสุขภาพทางเพศ แต่ยังทำให้กล้าพูดคุยเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากขึ้น โดยเฉพาะกับคนที่อยู่ในออสเตรเลียมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งไบรท์รู้สึกว่ามีการตีตราน้อยลงเมื่อพูดถึงเรื่องเหล่านี้
“พี่รู้สึกว่าพี่ย้ายมาถึงเนี่ย พี่กล้าที่จะมีบทสนทนากับคนที่นี่เกี่ยวกับเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากกว่าตอนอยู่ที่ไทย” ไบรท์เล่า
เขาบอกว่าในช่วงแรกๆ เขารู้สึกว่าตัวเองพูดคุยกับเพื่อนเรื่องการป้องกันหรือการไปรับ PrEP ได้โดยไม่ต้องรู้สึกอับอายหรือหวาดกลัวที่จะพูดถึงเรื่องเหล่านี้
ไบรท์มองว่าอีกสิ่งสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ตัวเองเข้าถึงข้อมูลและบริการที่มีอยู่ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับ PrEP หรือสุขภาพทางเพศ
“ถ้าเราไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจ เราลองเปิดโอกาสให้กับตัวเอง เข้าไปหาโอกาส อย่างเช่น ถ้าเราไม่มั่นใจกับเรื่องของยา PrEP ว่ามันมีประสิทธิภาพจริงๆ หรือเปล่า ลองไป sexual health clinic ครับ มันฟรี”
การได้ข้อมูลที่เพียงพอยังช่วยให้มุมมองต่อผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV เปลี่ยนไปด้วย เขาอยากให้เรื่องนี้ถูกมองเป็นเรื่องปกติ และลดการตีตราที่เกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ
“พี่ก็อยากจะฝากว่าถ้าเราอะยังไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจอยู่ดี ลองคุยกับตัวเองดูว่าเราเข้าถึงข้อมูลเพียงพอหรือเปล่า แล้วเราป้องกันตัวเองยังไง”
ท้ายที่สุด ไบรท์มองว่าการพูดคุยเรื่องสุขภาพทางเพศไม่จำเป็นต้องหมายความว่าทุกคนต้องเลือกวิธีเดียวกัน แต่สิ่งสำคัญคือการทำให้คนรู้ว่าตัวเองมีทางเลือก และสามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองได้
ผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV ในออสเตรเลียสามารถขอรับการสนับสนุน การรักษาพยาบาลฟรี และบริการเฉพาะทางได้จากองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ
บริการสุขภาพและสุขภาวะทางเพศทางออนไลน์เป็นภาษาไทย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Welcome by emen8
บริการการเข้าถึงยา PrEP โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในออสเตรเลีย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Ending HIV
รัฐวิกตอเรีย - โครงการ Living Positive Victoria หรือ Melbourne Sexual Health Centre
รัฐนิวเซาท์เวลส์ - Positive Life NSW หรือ Multicultural HIV and Hepatitis Service (MHAHS)
รัฐควีนส์แลนด์ - Queensland Positive People (QPP) หรือ Queensland Council for LGBTI Health Northern
เขตปกครองนอร์ทเทิร์นแทริทรี - NAPWHA Peer Support
รัฐเซาท์ออสเตรเลีย - South Australia Mobilisation + Empowerment for Sexual Health
แทสเมเนีย - Council on AIDS, Hepatitis and Related Diseases (TAScaHRD)
แคนเบอร์รา - HIV/AIDS Legal Centre (HALC) หรือ Sexual Health Centre
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ





