กด ▶ ฟังพอดคาสต์ด้านบน
งานเลี้ยงต้อนรับและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่บ้านของกงสุลกิติมศักดิ์ประจำเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เทสซา ซัลลิวัน มีคณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยกว่า 40 สถาบันร่วมงาน รวมถึงตัวแทนจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของออสเตรเลียด้วย

เอสบีเอสไทยสัมภาษณ์ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล ประธานสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มองประเด็นการทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมและพัฒนาด้านการศึกษาของทั้งไทยและออสเตรเลียในแง่ของการแลกเปลี่ยนนักศึกษา เนื่องจากออสเตรเลียส่งเสริมให้นักศึกษาเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ และประเทศไทยสามารถเป็นพื้นที่ให้การศึกษาแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาจากออสเตรเลียได้

“รูปแบบแรกเป็นโครงการแลกเปลี่ยนที่ทางรัฐบาลออสเตรเลียสนับสนุน ประมาณ 6 สัปดาห์ เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม เรื่องสภาพแวดล้อม ให้นักศึกษาของออสเตรเลียเห็นโลกอีกมิติหนึ่ง อีกรูปแบบหนึ่งคือหลักสูตรระยะสั้นเพื่อให้ได้หน่วยกิต เช่น เรื่องสุขภาพ เรื่องของโรคเขตร้อน โรคติดเชื้อบางอย่างที่ไม่มีที่ออสเตรเลีย”
ทั้งนี้ ประเทศไทยส่งนักศึกษามาศึกษาต่อที่ออสเตรเลียในระดับอุดมศึกษาจำนวนมากเช่นกัน ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์เล็งเห็นถึงโอกาสในการส่งนักศึกษามาศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย เพื่อให้กลับไปเป็นอาจารย์สอนในสาขาที่สามารถพัฒนาประเทศไทยต่อไปได้

สำหรับความร่วมมือที่ไทยคิดว่าจะเป็นประโยชน์คือการทำงานวิจัยร่วมกันกับออสเตรเลีย เช่น เรื่องความยั่งยืน ความมั่นคงเรื่องอาหาร และเรื่องสุขภาพ เพื่อให้สามารถพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยให้นำมาใช้งานได้จริง ในรูปแบบของการสร้างบริษัท start up
ด้านนางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รากล่าวถึงการพัฒนาความร่วมมือเพื่อเสริมจุดแข็งของไทยและออสเตรเลีย และสิ่งที่ไทยสามารถนำความรู้ไปพัฒนาด้านอื่นได้ โดยเฉพาะในสาขาใหม่ๆ ที่ควรมีการเรียนรู้ เช่น เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์
“เรื่องเกม การพัฒนาเกม การพัฒนาอะนิเมชัน การสร้างภาพยนต์ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เรื่องพวกนี้จะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นธุรกิจได้อย่างหนึ่ง”
รวมถึงรูปแบบ วิธีการ แนวทางปฏิบัติที่ไทยสามารถนำความรู้ไปปรับปรุงหลักสูตรหรือแนวทางศึกษาต่อไป การแลกเปลี่ยนบุคลากรเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน และการทำวิจัยร่วมกันที่ไทยอยากส่งเสริม

ประเทศไทยเราต้องการการพัฒนาด้านการเกษตร เพื่อยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกร การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ มาดูว่าที่ออสเตรเลียทำอย่างไรให้ภาคเกษตรกรมีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งที่เราสามารถทำวิจัย เรียนรู้ เพื่อนำกลับไปใช้เอกอัคราชทูตไทยฯ อาจารี กล่าว
สำหรับสถานการณ์วีซ่าที่ออสเตรเลียเข้มงวดมากขึ้น เอกอัคราชทูตอาจารีกล่าวว่าวีซ่าไม่น่าจะเป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกันระหว่างไทย-ออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ทางสถานทูตทราบถึงปัญหาที่นักศึกษาไทยต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ เชื่อนักศึกษาไทยปรับตัวเก่ง ขยัน และอดทน หากมีปัญหา สามารถติดต่อสมาคมไทยต่างๆ รวมถึงสถานทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ ก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ
ทางด้านการส่งเสริมการศึกษาในระดับอื่นๆ นางหัทยา คูสกุล กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ กล่าวถึงการดูแลนักศึกษาไทยในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และการทำงานเพื่อพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย-ออสเตรเลียเสมอ โดยทำงานร่วมกับ Study New South Wales ซึ่งมีโปรแกรมดูแลนักศึกษาต่างชาติ

“รัฐนิวเซาท์เวลส์มีบริการสำหรับนักศึกษาต่างชาติในหลายๆ ด้าน ทั้งการให้คำปรึกษาด้านการปรับตัว ชีวิต ความเป็นอยู่ สุขภาพ สุขภาพจิต รวมถึงเรื่องกฎหมาย เช่น การเช่าบ้าน ถ้ามีปัญหา ทางมหาวิทยาลัย หรือทางสถาบันการศึกษา ทาง Study New South Wales สามารถให้คำปรึกษาได้ รวมถึงสถานกงสุลใหญ่ฯด้วย”
กงสุลใหญ่ฯ หัทยายังกล่าวถึงปัญหาอื่นๆ เช่น การปรับตัวต่างวัฒนธรรม ปัญหาความรุนแรงในความสัมพันธ์ ซึ่งสามารถขอคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ได้
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ โทร (02) 9241 2542 หรือ sydney.thaiembassy.org
สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา โทร (02) 6206 0100 หรือ canberra.thaiembassy.org
คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai
บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ facebook.com/sbsthai
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ทูตไทยไขข้อสงสัย 'กงสุลสัญจร' มีบริการอะไรเพื่อคนไทยบ้าง?











