งานวิจัยใหม่พบว่าอัตราส่วนระหว่างเด็กหญิงและเด็กชายที่เป็นออทิสติกนั้นใกล้เคียงกันมากกว่าที่เคยคิดไว้ เป็นที่เข้าใจกันว่าปัจจุบันอัตราส่วนของผู้ชายต่อผู้หญิงที่เป็นออทิสติกอยู่ที่ 4 ต่อ 1 อย่างไรก็ตาม งานวิจัยใหม่ชี้ให้เห็นว่าอาจต่ำถึง 2 ต่อ 1 ในขณะที่ช่องว่างนี้กำลังค่อยๆ ลดลง ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าสี่สิบปีกลายเป็นกลุ่มสำคัญกลุ่มหนึ่งที่เข้ารับการวินิจฉัย
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
สำหรับหลายๆ คน การเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่อายุยังน้อย แต่ถ้าหากคุณใช้ชีวิตส่วนใหญ่รู้สึกแตกต่างจากคนอื่นในแบบที่คุณอธิบายไม่ได้ล่ะ
นี่คือประสบการณ์ของหญิงสาวหลายคน เช่นเดียวกับนาโอมิ
"เมื่อประมาณสี่ปีที่แล้ว ฉันเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากมากในชีวิต ทั้งเรื่องหมดไฟในอาชีพการงาน และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายอย่าง เลิกรากับคนรักที่คบกันมานาน และความขัดแย้งในครอบครัว ฉันดิ้นรนอย่างหนักจริงๆ และเริ่มไปพบจิตแพทย์คนใหม่ หลังจากนั้นไม่กี่เดือน เธอบอกว่าเธอคิดว่าฉันอาจเป็นผู้ที่มีความแตกต่างทางระบบประสาท (neurodivergent) ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ฉันตกใจมาก เพราะฉันไม่เคยสงสัยมาก่อนเลย แม้ว่าฉันจะรู้ดีว่าตัวเองดิ้นรนมาตลอดชีวิต แต่ฉันคิดว่าเหตุผลที่ฉันไม่เคยสงสัยมาก่อนก็เพราะฉันแทบไม่เข้าใจภาวะออทิสติกและสมาธิสั้น ฉันจึงไม่คิดว่าตัวเองจะมีภาวะนี้"
ปัจจุบันนาโอมิอายุ 51 ปีแล้ว และเธอสามารถมองย้อนกลับไปและเห็นสัญญาณของความแตกต่างทางระบบประสาทของเธอได้
แต่เธอบอกว่าช่วงเวลาหลายปีที่เธอไม่รู้ตัว ทำให้ผลกระทบจากการถูกตีตราในแง่ลบจากเพื่อนๆ ยังคงอยู่กับเธอมาจนถึงทุกวันนี้
“การเติบโตมาในฐานะผู้ที่มีความแตกต่างทางระบบประสาท แตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ คนส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจสิ่งที่คุณเป็น ฉันโดนตำหนิและวิจารณ์อยู่ตลอด และหลายๆ ครั้งฉันก็รู้สึกแย่มาก หากคุณเติบโตมากับสิ่งที่ผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์ คำก่นด่า คุณก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นภาวะในตัวคุณเอง สถานการณ์แบบนี้น่าสับสนมาก และมันทำให้ฉันกลายเป็นคนที่ต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครมาว่าฉันได้ ฉันจึงต้องหลบซ่อนตัวเองเพื่อจะได้เข้ากับสังคม ได้กลมกลืนกับคนอื่นๆ"
ดร.ทามารา เมย์ นักจิตวิทยาคลินิก กล่าวว่า หลายๆ คนที่ได้รับคำวินิจฉัยมักจะเกิดความรู้สึกเศร้าเป็นปกติ
“บ่อยครั้งที่ผู้คนมักจะบอกผู้หญิงว่าพวกเธอล้นเกินพอดี อารมณ์อ่อนไหวเกินไป เนื่องจากปัญหาการควบคุมอารมณ์ที่เกิดจากภาวะออทิสติกและสมาธิสั้นซึ่งเป็นเรื่องเล่าที่พวกเธอได้ยินอยู่บ่อยๆ ตลอดชีวิต พวกเธอมีข้อบกพร่อง ดังนั้นในแง่ของความเศร้า ฉันมักจะพูดคุยกับผู้หญิงที่ฉันวินิจฉัยโรคเสมอว่า อาจมีกระบวนการเศร้าโศกที่สำคัญเกิดขึ้นหลังจากได้รับการวินิจฉัย เพราะตอนนี้เราอธิบายได้ว่าทำไมพวกเธอถึงมีปัญหามากมายตลอดชีวิต และผู้คนอาจรู้สึกโกรธและเสียใจที่เรื่องนี้ไม่ได้รับการตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ โดยพ่อแม่ ครู หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอื่นๆ ที่พวกเธอเคยพบ ที่พวกเธอได้ทำการบำบัดมากมายที่ไม่ได้ผล หรือลองใช้ยาที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสำหรับสิ่งที่พวกเธอกำลังเผชิญอยู่ เป็นต้น ดังนั้นมันจึงเป็นกระบวนการเศร้าโศกที่มีอารมณ์หลากหลายเกิดขึ้น ทั้งความโกรธ ความหดหู่ ความเศร้าเสียใจต่อตัวเองในวัยเด็ก สิ่งที่พวกเธอต้องประสบ กระบวนการนี้แทบจะเป็นสากลที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญ ซึ่งชีวิตของพวกเขาอาจจะดำเนินไปในเส้นทางที่แตกต่างและง่ายกว่ามาก หากพวกเขารู้เรื่องนี้เกี่ยวกับตัวเอง และสามารถเข้าถึงการสนับสนุนและการดูแลที่พวกเขาต้องการ รวมถึงมีความเข้าใจในเรื่องนี้อยู่รอบตัวพวกเขา"
ดร.ทามารา กล่าวว่า มีปัจจัยที่ซับซ้อนมากมายที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยภาวะความผิดปกติทางพัฒนาการของระบบประสาท เช่น ออทิสติกหรือสมาธิสั้น
โดยทั่วไปแล้ว เธอกล่าวว่า ภาวะเหล่านี้ถูกจำกัดไว้แคบๆ ว่าส่งผลกระทบต่อคนเพียงหนึ่งในหมื่นคน และส่วนใหญ่มักพบในเด็กผู้ชาย
การมุ่งเน้นไปที่ผู้ชายและเด็กผู้ชายนี้ทำให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงไม่ได้รับการให้ความสำคัญในการวิจัยเกี่ยวกับภาวะความผิดปกติทางพัฒนาการของระบบประสาทมาเป็นเวลานานและมักได้รับการวินิจฉัยในวัยที่ช้ากว่า
เธอกล่าวว่า นั่นเป็นเพราะปัจจุบันมีการระบุลักษณะที่พบได้ทั่วไปในเด็กผู้หญิงและผู้หญิงได้ดีขึ้นแล้ว
"โดยทั่วไปแล้ว เด็กผู้หญิงมักจะมีทักษะทางสังคมที่ผิวเผินกว่า พวกเธออาจจะมีเพื่อนเพียงคนเดียวที่แทบจะกลายเป็นความสนใจพิเศษของพวกเธอ และพวกเธอก็จะผูกพันกับเพื่อนคนนั้นมาก ดังนั้นจากภายนอกจึงดูเหมือนว่าพวกเธอมีเพื่อน ในขณะที่เด็กผู้ชายอาจมีปัญหาแม้กระทั่งการหาเพื่อนสักคนและมักจะอยู่คนเดียวหรือเก็บตัว... บางทีพวกเธออาจมีทักษะทางสังคมที่ผิวเผินที่ดีกว่าและมักจะหลบซ่อนตัวและสามารถปกปิดปัญหาบางอย่างของตนได้ แต่บ่อยครั้งที่ออทิสติกมักถูกเชื่อมโยงกับเด็กผู้ชายและผู้ชาย ทำให้เด็กผู้หญิงมักได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอื่นๆ เช่น โรคซึมเศร้า หรือความวิตกกังวลทางสังคม หรือโรคบุคลิกภาพผิดปกติ เช่น โรคบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง ดังนั้นพวกเธอจึงมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่แตกต่างออกไป เพราะแพทย์ ครู ผู้ปกครอง และอื่นๆ ไม่ได้ตระหนักว่าออทิสติกสามารถเกิดขึ้นได้ในเด็กผู้หญิงเช่นกัน"
ดร.ทามารากล่าวว่า ในขณะที่การวิจัยยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงมุมมองเกี่ยวกับออทิสติกและสมาธิสั้นอาจทำให้ผู้คนเข้าใจตนเองได้ดีขึ้นโดยปราศจากความอับอาย
และยังมีโอกาสที่จะทำลายอุปสรรคและแบบแผนที่มักเป็นอุปสรรคต่อการวินิจฉัยในผู้หญิง
นาโอมิกำลังเป็นที่ปรึกษาด้านการยืนยันตัวตนทางระบบประสาท โดยทำงานให้กับ Amaze ในสายด่วน Autism Connect ซึ่งเป็นสายด่วนระดับชาติสำหรับทุกคนในชุมชนออทิสติกที่ต้องการความช่วยเหลือและแหล่งข้อมูล
เธอไม่เสียใจเลยที่ค้นพบตัวตนที่แตกต่างทางระบบประสาทของเธอ
“ฉันคิดว่าสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ที่เป็นคนที่มีความแตกต่างทางระบบประสาทมักประสบ หากได้รับการวินิจฉัยในภายหลัง คือความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอก เป็นคนแตกต่าง เป็นคนแปลกๆ อาจจะดูเงอะงะ หรืออาจจะรู้สึกว่าคนอื่นๆ ได้รับการขัดเกลาทักษะทางสังคมมาแล้ว แต่พวกเราไม่รู้อะไรเลย แต่เมื่ออยู่กับคนอื่นที่มีรูปแบบสมองแบบเดียวกัน ทุกอย่างก็จะราบรื่น และนั่นจะทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นด้วย... แต่ทุกคน ไม่ว่าคุณจะมีสมองแบบไหน ก็มีสไตล์ของตัวเอง และความหลากหลายแบบนี้ ฉันว่ามันทำให้สังคมมีความสมบูรณ์และงดงามยิ่งขึ้น”
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรมติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม




