การเป็นครอบครัวอุปถัมภ์ในออสเตรเลีย

Family playing on a green grass field

ครอบครัวจับมือเล่นกันบนสนามหญ้า Source: Pexels/ Kampus Production


Published 6 June 2022 at 10:38pm
By Chiara Pazzano
Presented by Chollada Kromyindee
Source: SBS

มีหลายเหตุผลที่ทำให้เด็กหลายคนต้องไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ (Foster Care) เช่น อาจเกิดความรุนแรงในครอบครัว หรือมีประวัติจากการถูกละเลยหรือถูกทำร้าย ปัจจุบันนี้ ออสเตรเลียกำลังขาดแคลนครอบครัวอุปถัมภ์ ในบางกรณีมีความต้องการครอบครัวที่มาจากวัฒนธรรมที่หลากหลาย


Published 6 June 2022 at 10:38pm
By Chiara Pazzano
Presented by Chollada Kromyindee
Source: SBS


กด 🔊 เพื่อฟังเรื่องนี้

LISTEN TO
becoming-a-foster-carer-in-australia image

มีหลายเหตุผลที่ทำให้เด็กหลายคนต้องไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ (Foster Care) เช่น อาจเกิดความรุนแรงในครอบครัว หรือมีประวัติจากการถูกละเลยหรือถูกทำร้าย ปัจจุบันนี้ ออสเตรเลียกำลังขาดแคลนครอบครัวอุปถัมภ์ ในบางกรณีมีความต้องการครอบครัวที่มาจากวัฒนธรรมที่หลากหลาย

SBS Thai

06/06/202213:00


Advertisement
ครอบครัวอุปถัมภ์ (Foster Care) เอื้อให้เด็กๆ และวัยรุ่นมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มั่นคง และทะนุถนอม ในช่วงเวลาสองสามเดือน หลายปี หรือตลอดชีวิตของพวกเขา

คุณโมนิกา (Monica - นามสมมติ) และสามีของเธอรับอุปถัมภ์เด็ก 3 คน ที่ถือกำเนิดจากแม่เดียวกัน

ฉันและสามีได้รับการอนุมัติให้รับอุปถัมภ์เด็กได้ 3 คน อายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 10 ปี เรานึกว่าจะได้เด็กที่โตกว่านี้ แต่เราได้รับเด็กน้อยคนหนึ่งที่อายุ 7 เดือนในตอนนั้น ซึ่งมีความกังวลเรื่องพัฒนาการของเขา ฉันมีพื้นฐานเรื่องพยาบาลอยู่บ้าง พวกเขาคิดว่าฉันจะเป็นผู้ดูแลที่ดีสำหรับเด็กคนนี้ และจากนั้นน้องสาวของเขาก็คลอดอีก 10 เดือนให้หลัง และพวกเขาถามเราว่าสนใจจะรับอุปถัมภ์เธอด้วยหรือไม่



คุณเรเน่ คาร์เตอร์ (Renée Carter) ผู้บริหารของ อด็อป เชนจ์ (Adopt Change) กล่าวว่า ออสเตรเลียกำลังขาดแคลนครอบครัวอุปถัมภ์

มีเด็กประมาณ 46,000 คนที่กำลังอาศัยอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า ‘การดูแลนอกบ้าน’ทั่วออสเตรเลีย เป็นการดูแลของรัฐบาลสำหรับเด็กๆ ที่ไม่ได้อาศัยอยู่กับผู้ปกครอง รัฐบาลจัดสรรให้พวกเขาอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ กับเครือญาติ หรือที่พักเฉพาะ ระหว่างที่พวกเขายังหาบ้านให้เด็กไม่ได้
คุณคาร์เตอร์กล่าวว่า ในบางกรณี มีความต้องการครอบครัวอุปถัมภ์ที่มีภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่แตกต่าง

คุณอลันนา ฮิวจ์ส (Alanna Huges) ผู้จัดการโปรแกรมการดูแลนอกบ้าน เบนีโวแลน โซไซที (Benevolent Society) ที่จัดหาครอบครัวอุปถัมภ์ให้แก่เด็กๆ ในเขตเกรทเทอร์ ซิดนีย์ (Greater Sydney) กล่าวว่า เด็กๆ อาจต้องถูกส่งไปให้ครอบครัวอุปถัมภ์ด้วยเหตุหลายประการ

มีหลายสาเหตุที่เด็กๆ อาจต้องถูกส่งไปให้ครอบครัวอุปถัมภ์หรือต้องการครอบครัวอุปถัมภ์ เหตุผลหลักคือเพื่อความปลอดภัยของเด็ก พวกเขาไม่สามารถอาศัยอยู่กับครอบครัวของพวกเขาได้ และพวกเขาต้องการการดูแลจากครอบครัวอุปถัมภ์ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ หรือระยะยาว เหตุผลอื่นๆ ที่เด็กต้องอยู่ในความดูแลของครอบครัวอุปถัมภ์ เช่น เกิดเหตุร้ายแรง ที่สมาชิกในครอบครัวเสียชีวิต หรืออาจไม่มีผู้อื่นดูแลเด็กได้

Man carrying a baby girl
ผู้ชายอุ้มเด็กผู้หญิง Source: Pexels/ Josh Willink


คุณคาร์เตอร์กล่าวว่า การมีบ้านที่มั่นคง ปลอดภัย และทะนุถนอมเด็ก เป็นกุญแจในการฟื้นฟูเด็กๆ เหล่านี้ ที่ประสบเหตุร้ายบางประการ

เด็กเหล่านี้เผชิญสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้ แต่พวกเขายังเป็นเด็กธรรมดา และสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ เป็นการบำบัดอันยิ่งใหญ่สำหรับเด็ก หรือโอกาสในการเริ่มต้นที่จะเป็นเด็กและเล่นโดยไม่ต้องกังวลถึงปัญหาของผู้ใหญ่ ได้รู้ว่าพวกเขาจะได้นอนที่ไหนในคืนนั้นและคืนต่อๆ ไป ได้รู้ว่ามีใครที่จะทำอาหารให้พวกเขาทาน

คุณฮิวจ์สกล่าวว่า หลายท่านสามารถยื่นมือเพื่ออุปถัมภ์ได้หลายแบบ

เรามีตั้งแต่ผู้อุปถัมภ์แบบฉุกเฉินในระยะสั้น ผู้อุปถัมภ์ระยะยาวผู้อุปถัมภ์ที่กำลังต้องการรับเลี้ยง (Adoption) หรือรับเป็นผู้ปกครองดูแล (Guardianship) เด็กที่อยู่ในการดูแลของพวกเขา และผู้ดูแลชั่วคราว (Respite Carers) ที่จะดูแลเมื่อเด็กต้องการ ซึ่งอาจเป็นเวลาหนึ่งสุดสัปดาห์ต่อเดือน หรือสองสุดสัปดาห์ต่อเดือน และเรายังมีผู้อุปถัมภ์ที่รับดูแลเด็กที่อยู่ในระหว่างรอเพื่อกลับไปที่บ้านหรือครอบครัว และพวกเขาให้การดูแลในช่วงนั้น

Mother and boy sunset
แม่อุ้มลูกชายขณะพระอาทิตย์ตกดิน Source: Pixabay/Pexels


กฎหมายและกระบวนการแตกต่างไปในแต่ละรัฐและมณฑล อาจมีการทำงานโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐบาลหรือเอเจนท์ดูแลเรื่องการรับอุปถัมภ์ แต่มีขั้นตอนสำคัญที่เหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในออสเตรเลีย

ขั้นตอนแรกคือการติดต่อหน่วยงานรับอุปถัมภ์ท้องถิ่นและหาข้อมูลเบื้องต้น

คุณฮิวจ์สกล่าวว่า ในรัฐนิวเซาท์เวลส์นั้นขึ้นอยู่กับเอเจนท์ในการอนุมัติผู้ที่จะสามารถเป็นผู้ปกครองอุปถัมภ์ได้ แต่กรมชุมชนและยุติธรรม (Department of Communities and Justice) มีหน้าที่จับคู่ครอบครัวที่ได้รับอนุมัติกับเด็กที่ต้องการการดูแล

กรมชุมชนและยุติธรรมเป็นองค์กรตามกฎหมาย ที่นำเด็กเข้าสู่การดูแล พวกเขาจะติดต่อเราเพื่อบอกว่า เรามีเด็กที่ต้องการการดูแล คุณมีผู้ดูแลที่เข้ากันได้ที่สามารถรับเด็กหรือไม่เราจะดูที่ประวัติของเด็กและผู้รับอุปถัมภ์ที่เรามี และหากเข้ากันได้ เราะจะเสนอการดูแลนั้น มันไม่ได้หมายความว่าการเสนอนั้นจะดำเนินการต่อ แต่เราจะเสนอการดูแลก่อน และเด็กจะมาอยู่ในโปรแกรมการดูแลของเราด้วยวิธีนั้น

คุณฮิวจ์สกล่าวว่า ผู้สมัครที่มีความประสงค์จะเป็นครอบครัวอุปถัมภ์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้นบางประการ

หนึ่งในข้อกำหนดคือคุณต้องเป็นพลเมืองออสเตรเลีย (Australian Citizen) หรือผู้พำนักถาวร (Permanent Resident) เรากำหนดให้ผู้สมัครต้องมีอายุมากกว่า 25 ปี และผู้สมัครต้องเต็มใจที่จะได้รับการตรวจสอบ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และมีใบอนุญาตให้ทำงานกับเด็ก (Working with children check) เรายังกำหนดด้วยว่าพวกเขาต้องมีสุขภาพดี

Hand holding with a child
จูงมือเด็กในสวน Source: Pixabay/StockSnap


หากพวกเขามีคุณสมบัติตามกำหนดและการสัมภาษณ์รอบแรกผ่านไปด้วยดี พวกเขาจะเข้าสู่กระบวนการประเมิน ซึ่งเอเจนท์จะตัดสินใจว่าพวกเขาเหมาะสมที่จะเป็นผู้รับอุปถัมภ์หรือไม่ และจะเป็นไปตามความคาดหวังของพวกเขาหรือไม่

ในบางกรณี เด็กที่อยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ในระยะสั้น อาจกลับกลายเป็นอยู่กับพวกเขาในระยะยาว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ คุณฮิวจ์สอธิบาย

เมื่อเด็กมาอยู่ในการอุปถัมภ์ในเบื้องต้น พวกเขามาอยู่ในการดูแลเพราะมีคำสั่งศาลแบบชั่วคราว (Interim Order) ศาลจะออกคำสั่งศาลในระยะสั้นเพื่อให้การทำงานเพื่อจุดประสงค์โดยรวมของเด็กคนนั้นสามารถทำได้ลุล่วงเด็กจะสามารถกลับบ้านของเขาได้หรือไม่? หากกลับไม่ได้ มีเส้นทางอะไรอื่นให้พวกเขาและบางครั้งมีการอนุมัติคำสั่งศาลที่สิ้นสุด ซึ่งหมายความว่าเด็กจะอยู่ในการดูแลระยะยาว

คุณฮิวจ์สกล่าวว่า ผู้ปกครองอุปถัมภ์บางท่านอาจกลายเป็นผู้ปกครองดูแลหรือพ่อแม่บุญธรรม

หากคุณเป็นผู้ดูแลระยะยาว ที่มีเด็กในการดูแลของคุณหลายปี คุณสามารถยื่นความจำนงได้ หากเป็นผลประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กในการเป็นผู้ปกครองดูแลหรือการรับเลี้ยงเด็กบุญธรรม มีวิธีมากมาย บางอย่างอาจพลิกผันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของคุณและของเด็กที่อยู่ในการดูแลของคุณ

คุณโมนิกายอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือกับความไม่แน่นอนในการเป็นผู้ปกครองอุปถัมภ์ โดยเฉพาะในตอนแรก

เราต้องเป็นผู้ปกครองที่เปิดใจยอมรับว่า พวกเขาจะอยู่กับเราจนกว่าพวกเขาอายุ 18 ปี และทุกวันที่พวกเขาอยู่กับเรา โอกาสที่พวกเขาจะถูกดึงออกไปจากเราเพื่อกลับสู่ครอบครัวบุพการีของพวกเขาน้อยลงทุกวัน แต่มันเป็นบางสิ่งที่ไม่แน่นอนเฉกเช่นเด็กที่รับอุปการะ หรือเด็กที่เป็นลูกของคุณเอง

Mum and daughter playing on the floor
แม่และลูกสาวเล่นบนพื้น Source: Pexels/ Karolina Grabowska


คุณฮิวจ์สกล่าวว่า เอเจนท์จะให้การช่วยเหลือผู้ปกครองอุปถัมภ์ เพื่อช่วยในกระบวนการรักษา

เด็กๆ ของเราส่วนใหญ่ได้รับความบอบช้ำในวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการถูกทารุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากทุกรูปแบบ หรืออาจประสบบาดแผลในขณะที่อยู่ในครรภ์ หากพวกเขาถูกพรากจากผู้ปกครองของพวกเขาตั้งแต่อายุยังน้อย การเป็นผู้ปกครองอุปถัมภ์นั้นเป็นมากกว่าจัดหาบ้านให้แก่เด็ก เราต้องเลี้ยงดูเด็กๆ ที่บอบช้ำโดยเฉพาะ และให้การดูแลเพื่อบำบัด เพื่อช่วยเด็กเหล่านี้ให้หายจากความบอบช้ำที่พวกเขาได้รับ"

คุณคาร์เตอร์อธิบายว่า การเป็นผู้อุปถัมภ์เด็กเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า

และแน่นอนว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าเช่นกัน เพราะคุณได้ทำความรู้จักเด็กเล็กๆ เหล่านี้ และเฝ้ามองพวกเขาเติบโตและมีโอกาสที่ดี ได้ใช้ศักยภาพของพวกเขาสำหรับสิ่งที่พวกเขาต้องการในชีวิต
ในกรณีส่วนใหญ่ ผู้ปกครองอุปถัมภ์มักรักษาความสัมพันธ์กับครอบครัวที่ให้กำเนิดเด็กและติดต่อกับเด็ก

หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักต้องการความช่วยเหลือ

โทรสายด่วนความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence Line) 1800 656 463

หรือสายด่วนคุ้มครองเด็ก (Child Protection Helpline) 13 21 11


คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์  

บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ 




Share