ผู้ถูกฟ้องในคดีการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวออสเตรเลียในลาวถูกตั้งข้อหาจำหน่ายอาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย
สรุปประเด็นสำคัญ
- ทางการลาวตั้งข้อหากับเจ้าของโรงกลั่นสุราและพนักงานโฮสเทล 10 คน จากกรณีนักท่องเที่ยว 6 คนเสียชีวิต
- แม้เหตุเสียชีวิตในปี 2024 จะถูกเชื่อมโยงกับการดื่มสุราปนเปื้อนเมทานอล แต่ทางการลาวระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันสาเหตุได้ เนื่องจากไม่มีผลการชันสูตรศพอย่างเป็นทางการ
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
ทางการลาวระบุเมื่อวันเสาร์ว่า ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตหรือระบุผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยว 6 คนในปี 2024 ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกเชื่อมโยงกับการดื่มสุราปนเปื้อนเมทานอล เนื่องจากครอบครัวของผู้เสียชีวิตไม่อนุญาตให้มีการชันสูตรศพ
ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยชาวเดนมาร์ก 2 คน ชาวอเมริกัน 1 คน ชาวอังกฤษ 1 คน และวัยรุ่นชาวออสเตรเลีย 2 คน หลังเดินทางท่องเที่ยวในเมืองวังเวียงเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024
กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของลาวระบุในแถลงการณ์ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่าการเสียชีวิตดังกล่าวเกิดจากการกระทำของบุคคลใด หรือมีสาเหตุมาจากอะไร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ชันสูตรศพ จึงขาดหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นในการระบุสาเหตุการเสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยอาหารและยาของกระทรวงสาธารณสุขลาวตรวจพบสารเมทานอลในระดับสูงเกินมาตรฐานในผลิตภัณฑ์ Tiger Vodka
เมทานอลเป็นแอลกอฮอล์ชนิดมีพิษ ซึ่งอาจถูกผสมในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อเพิ่มความแรง แต่สามารถทำให้ตาบอด ตับเสียหาย และเสียชีวิตได้
แถลงการณ์ยังระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียและโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศไทย พบสารเมทานอลในเลือดของนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียทั้งสองคนที่เสียชีวิต
ทางการลาวได้ดำเนินคดีกับเจ้าของโรงกลั่นสุรา Tiger ในข้อหาผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย
ด้านกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์กยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ลาวได้ตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยหากศาลตัดสินว่ามีความผิด ผู้ต้องหาจะมีโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี และปรับเป็นเงิน
นอกจากนี้ เจ้าของและพนักงาน 10 คนของโฮสเทลที่นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันพักอยู่ ยังถูกตั้งข้อหา ทำลายพยานหลักฐาน หลังเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาล
ออสเตรเลียผิดหวังอย่างยิ่ง
การสอบสวนคดีนี้เป็นประเด็นที่สร้างความตึงเครียดระหว่างออสเตรเลียกับลาวมาโดยตลอด โดยการตั้งข้อหาในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นหรือไม่ หลังการเสียชีวิตของ เบียงกา โจนส์ และ ฮอลลี มอร์ตัน-โบวลส์ ผ่านมาเกือบ 2 ปี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย เพนนี หว่อง กล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียรู้สึก "ผิดหวังอย่างยิ่งและไม่พอใจอย่างมาก" ที่ทางการลาวไม่ได้ดำเนินคดีในข้อหาที่ร้ายแรงกว่านี้
หว่องระบุในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลออสเตรเลียได้ย้ำจุดยืนมาโดยตลอดว่า ข้อกล่าวหาควรสะท้อนถึงความร้ายแรงของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการสอบสวนที่ รอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรม
เธอยังเปิดเผยว่า จะหยิบยกจุดยืนของออสเตรเลียหารือโดยตรงกับรัฐมนตรีต่างประเทศลาวอีกครั้ง ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในสัปดาห์หน้า
เมือง วังเวียง เป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของนักเดินทางแบบแบ็กแพ็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับตั้งแต่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ของลาวเปิดประเทศรับการท่องเที่ยวเมื่อหลายสิบปีก่อน
ในอดีต เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงจากปาร์ตี้ที่เกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์และการใช้ยาเสพติดในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ก่อนจะปรับภาพลักษณ์ใหม่มาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ล่าสุด รัฐบาลออสเตรเลียได้ปรับเพิ่มระดับคำแนะนำการเดินทางสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปลาว ผ่านเว็บไซต์ Smartraveller
คำแนะนำฉบับล่าสุดระบุให้ชาวออสเตรเลีย "ใช้ความระมัดระวังในระดับสูง" เนื่องจากความเสี่ยงด้านอาชญากรรม ความเสี่ยงจากการได้รับพิษเมทานอล และความกังวลเกี่ยวกับการขาดความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมของลาว
พร้อมระบุว่า "ระบบกฎหมายของลาวอาจขาดความโปร่งใสหรือไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมได้ โดยเฉพาะในคดีอาญา"
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ




