กด ▶ ด้านบนเพื่อฟังสัมภาษณ์
นพ.กิติภูมิ ธรรมสิรภพ (Dr. Kitiphume Thammasiraphop) หรือ หมอโจ้ ที่หลายคนอาจคุ้นหน้าของเขาจากการที่เห็นเขาเป็นพิธีกรบนเวทีในงานชุมชนไทยหลากหลายงานในซิดนีย์และแคนเบอร์รา หมอโจ้พูดภาษาไทยคล่อง แม้จะมาย้ายมาอยู่ในออสเตรเลียตั้งแต่อายุ 5 ขวบ
ขณะนี้ถึงเขาจะเป็นแพทย์ฝึกหัด ของแผนกพลาสติกเสริมสร้างและการผ่าตัดมือ (Plastic Reconstructive & Hand Surgery Registrar) ที่โรงพยาบาลแคนเบอร์รา (Canberra Hospital and Health Services) แต่เขาก็ยังมาร่วมงานชุมชนไทยอยู่เป็นประจำ โดยทำหน้าที่พิธีกร อีกทั้งยังเล่นระนาด เล่นขิม และบางครั้งก็ร่วมการแสดงรำไทยด้วย

หมอโจ้ กล่าวว่า การเป็นศัลยแพทย์หรือหมอผ่าตัดนั้น นอกจากจะต้องมีใจรักในงานที่ทำ มีความอดทน และมีวินัยแล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติอื่นที่โดดเด่นคือ
“เราต้องแน่วแน่ในทุกการตัดสินใจที่เรามี กรีดหนังหรือเย็บทุกครั้งก็ต้องมีเจตนา เราไม่สามารถลังเลได้ สุดท้ายคือเราต้องมีเมตตากรุณาต่อคนไข้ และเมตตาต่อตัวเองด้วย เพราะงานมันหนัก” หมอโจ้ เผย
เราต้องแน่วแน่ในทุกการตัดสินใจที่เรามี กรีดหนังหรือเย็บทุกครั้งก็ต้องมีเจตนา เราไม่สามารถลังเลได้
เขาเล่าถึงการผ่าตัดที่ท้าทายที่สุด ในชีวิตการทำงานทำงานเป็นแพทย์ฝึกหัด คือการผ่าตัดที่มือของคนไข้คนหนึ่ง ซึ่งได้รับบาดเจ็บขณะใช้เครื่องบดไม้
“การผ่าตัดครั้งนั้นท้าทายมาก เพราะมันกระทบหลายนิ้ว กระดูกหักหลายชิ้น แล้วการผ่าตัดใช้เวลา 6 ชั่วโมง ความท้าทายที่สุดในเคสนั้นก็คือ การใช้กล้องจุลทรรศน์ เพราะเส้นเลือดและเส้นประสาทนั้นเล็กมาก แต่มันสำคัญมาก การที่เราจะซ่อมเส้นเลือดและเส้นประสาทนั้น เราจึงต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อที่จะส่องดูและเย็บด้วยไหมที่เล็กกว่าเส้นผมของเราอีก เราก็ต้องอยู่ในห้องผ่าตัดโดยไม่พักเลย 6 ชั่วโมง และต้องใส่เกราะที่ทำจากตะกั่ว เพราะมันจะกันรังสีเอ็กซเรย์ได้ โดยเราจะต้องเอ็กซเรย์ว่าเราจะซ่อมกระดูกที่หักยังไง เอาเหล็กไปซ่อม เอาสกรู (screw ตะปูเกลียว) ไปใส่ยังไง” หมอโจ้ เล่า
การที่เราจะซ่อมเส้นเลือดและเส้นประสาท เราต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อส่องดูและเย็บด้วยไหมที่เล็กกว่าเส้นผมของเรา เราต้องอยู่ในห้องผ่าตัดโดยไม่พักเลย 6 ชั่วโมง และต้องใส่เกราะที่ทำจากตะกั่วกันรังสีเอ็กซเรย์

จากข้อมูลของสำนักงานภาษีแห่งออสเตรเลีย หรือเอทีโอ ศัลยแพทย์หรือหมอผ่าตัด เป็นอาชีพที่มีรายได้เฉลี่ยสูงเป็นอันดับหนึ่งของออสเตรเลีย คือโดยรายได้โดยเฉลี่ย 394,303 ดอลลาร์ (ข้อมูลจากเอทีโอ ประจำปีการเงิน 2018-2019)
หมอโจ้ ได้อธิบายเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังค่าตอบแทนที่สูงลิ่วนี้ แต่ย้ำว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ผลักดันให้เขาอยากเป็นหมอผ่าตัด
“การที่อยากทำงานด้านนี้ มันไม่ใช่เพราะเงินที่ได้หรือค่าตอบแทน แต่ที่อยากทำงานนี้ เพราะมันมีความท้าทาย และมันได้ make a difference to people’s lives ซึ่งอันนั้นเป็นค่าตอบแทนที่สูงที่สุด”
ไม่ใช่เพราะเงินที่ได้หรือค่าตอบแทน แต่ที่อยากทำงานนี้ เพราะมันมีความท้าทาย และมันได้ make a difference to people’s lives

ให้เราค้นคว้าในสิ่งที่ใฝ่ฝัน แต่อย่าลืมความเป็นไทย
นอกจากนี้ หมอโจ้ยังได้ฝากข้อคิดถึงคนไทยในออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นคนที่เพิ่งย้ายมาอยู่ หรือเด็กไทยที่เติบโตที่นี่ในครอบครัวคนไทย
“เราอาจคิดว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น แต่อย่าคิดอย่างนั้นเลย ผมเองก็เคยคิดอย่างนั้นตอนเป็นเด็ก ตอนอยู่มัธยม เคยคิดว่าภาษาอังกฤษของเรามันไม่เก่งเท่ากับฝรั่ง แต่ (ความจริงแล้ว) เราอาจจะเก่งในด้านอื่น เราเป็นตัวของตัวเองดีกว่า ให้เราค้นคว้าในสิ่งที่ใฝ่ฝัน แต่อย่าลืมความเป็นไทย”
กด ▶ เพื่อฟังสัมภาษณ์ฉบับเต็ม
คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai
บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ facebook.com/sbsthai
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เครือจักรภพจะอยู่รอดต่อไปหลังการสวรรคตของควีนเอลิซาเบธหรือไม่











