วิกฤตสภาพอากาศและภาษีนำเข้าดันมัทฉะราคาพุ่ง

Matcha beverage with packaged matcha products on a shelf in the background.

ลาเต้มัทฉะเย็นที่ร้าน Asha Tea House สื่อถึงความต้องการมัทฉะที่เพิ่มสูงทั่วโลก ส่งผลให้ราคาชาผงยอดนิยมชนิดนี้พุ่งขึ้น Source: AAP, AP / Haven Daley

เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยในญี่ปุ่น ความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก การขาดแคลนแรงงาน รวมถึงภาษีนำเข้าที่สูงจากสหรัฐต่อญี่ปุ่นและจีน เหล่านี้ต่างเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคามัทฉะทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น กระแสความนิยมมัทฉะอาจต้องเจอบททดสอบครั้งใหม่ เมื่อผู้คนต้องควักกระเป๋าจ่ายแพงขึ้น


“ฉันดื่มมัทชะทุกเช้า มันคือเครื่องดื่มประจำตัว และมันเป็นวิธีที่ฉันเริ่มต้นวันใหม่” เมลิสซา ลินด์ซีย์ ลูกค้าประจำร้าน Asha Tea House ในซานฟรานซิสโกกล่าว

เจ้าของร้านนี้คือ เดวิด เหลา เขาอธิบายให้ฟังว่า

“มัทฉะคือชาเขียวที่บดด้วยหินจนเป็นผง แตกต่างจากการชงใบชาในน้ำร้อน เพราะเราบริโภคทั้งใบ”

บริษัท GS Haly เป็นหนึ่งในผู้จัดหามัทฉะให้กับคาเฟ่ต่างๆ อารอน วิก ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายจัดหาชา กล่าวว่า มัทฉะเคยถูกใช้ในพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมและมีการบริโภคอย่างแพร่หลายทั่วโลก ทั้งในรูปแบบเครื่องดื่มและเป็นส่วนประกอบในของหวาน

“มีการใช้มัทฉะมาอย่างยาวนาน ทั้งใช้เป็นส่วนประกอบในเบเกอรี่ ขนมหวาน และลูกกวาดต่าง ๆ”

ที่จริงแล้ว มัทฉะยังถูกยกให้เป็น ซูเปอร์ฟู้ด ความนิยมของมัน ปรากฏเต็มโซเชียล เช่นรูปมัทฉะลาเต้สีเขียวสด ซึ่งเป็นที่นิยมในคาเฟ่ไม่ว่าจะเป็นโตเกียว

เรื่อยมาจนถึงลอสแอนเจลิส แต่เมื่อไม่นานนี้ อารอน วิก เตือนว่าอุตสาหกรรมและคนรักมัทฉะกำลังมีปัญหา เพราะผลผลิตมัทฉะปีนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูงทั่วโลก

อารอนกล่าวว่า “อุปทานมีจำกัด ไม่ใช่เพราะขาดนวัตกรรมหรือขาดการพัฒนา” แต่เพราะญี่ปุ่นปลูกชาได้เพียงเท่านี้”

ปัญหาด้านอุปทานบวกกับความนิยมของมัทฉะ ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะมัทฉะญี่ปุ่นซึ่งขึ้นชื่อด้านคุณภาพ คาดว่าปีนี้อาจปรับราคาสูงขึ้นถึง 70% ทั่วโลก

“เราพูดเสมอว่าความต้องการมัทฉะกำลังเพิ่มขึ้น แต่แค่หนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมา ความต้องการพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด แบบไม่เคยเป็นมาก่อน"

เดวิด เหลา เจ้าของร้าน Asha Tea House ก็ยืนยันได้ถึงกระแสความนิยมนี้

“ราคามัทฉะพุ่งสูงขึ้นมาก สำหรับร้านเรา ราคาขึ้นมากกว่าสองเท่า ซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อน เราขายเครื่องดื่มมัทฉะวันละหลายร้อยแก้ว และใช้มัทฉะหลายร้อยกิโลกรัมทุก ๆ เดือนหรือสองเดือน เรียกได้ว่าเยอะมากจริง ๆ”

ขณะเดียวกัน แลร์รี ทิสคอร์เนีย ผู้สอนพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น ก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

แลร์รี ทิสคอร์เนียเล่าว่า “ผมกับภรรยาสอนพิธีชงชาเป็นการส่วนตัวทุกสัปดาห์ มีนักเรียนมาเรียนตลอด เดี๋ยวนี้คนที่ไปซื้อมัทฉะตามร้านชา ถูกจำกัดให้ซื้อได้เพียงกระป๋องเล็ก ๆ 20 กรัม ทั้งที่เมื่อปีก่อนยังซื้อได้ทีละหลายร้อยกรัม มันแปลกมากจริง ๆ”

ราคามัทชะที่พุ่งสูง มาจากสภาพอากาศแย่ในญี่ปุ่น และการขาดแคลนแรงงานทั้งในญี่ปุ่นและจีน รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยงบประมาณสนับสนุน เครื่องมือ และแม้แต่การให้คำปรึกษา เพื่อจูงใจให้หันมาปลูก เทนฉะ (ใบชาที่ใช้ทำมัทชะ) แทนเซ็นฉะ

โดยตั้งแต่ปี 2008 การผลิตเทนฉะเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า และการส่งออกไปสหรัฐก็คิดเป็นถึงหนึ่งในสามของการส่งออกชาทั้งหมดของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ว่าจะเพียงพอหรือไม่ เพราะอารอน วิกชี้ว่า ภาษีนำเข้าของสหรัฐยิ่งกดดันตลาดมากขึ้น โดยมัทฉะญี่ปุ่นถูกเก็บภาษี 15% และมัทฉะจากจีนถูกเก็บเกือบ 38%

“ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจนถึงตอนนี้ มาจากสมดุลอุปสงค์อุปทานล้วน ๆ คือมีใบชาน้อย แต่ความนิยมมัทฉะพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว และนอกจากนี้ และเราจะต้องเจอการขึ้นราคาอีกจากภาษีนำเข้าแน่นอน”

ทั้งหมดนี้หมายความว่า… คนรักมัทชะคงต้องเตรียมใจกับการจ่ายแพงขึ้นทุกครั้งที่ยกแก้ว

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now