จากข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติออสเตรเลีย (ABS) พบว่า ผู้หญิงใช้เวลาไปกับงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างมากกว่าผู้ชายวันละกว่าหนึ่งชั่วโมง และมีแนวโน้มรู้สึกเร่งรีบหรือมีเวลาจำกัดมากกว่า
ข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา จากผลสำรวจการใช้เวลาในชีวิตประจำวันปี 2024 ของ ABS ซึ่งให้ภาพสะท้อนใหม่เกี่ยวกับวิธีที่ชาวออสเตรเลียแบ่งเวลาในแต่ละวัน
ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเพศในเรื่องการพักผ่อนและภาระงานบ้าน
โดยเฉลี่ยผู้ตอบแบบสอบถามในออสเตรเลียใช้เวลา 10 ชั่วโมง 43 นาที ไปกับการดูแลตนเอง ซึ่งรวมถึงการนอนหลับ การรับประทานอาหาร การดูแลสุขภาพ และสุขอนามัย
ขณะที่ 8 ชั่วโมง 20 นาที ถูกใช้ไปกับการทำงานและการศึกษา และอีก 4 ชั่วโมง 25 นาที ใช้กับงานบ้านที่ไม่ได้รับค่าจ้าง เช่น การดูแลบุตรหรือสมาชิกในครอบครัว
สำหรับเวลาว่างและการพักผ่อน ชาวออสเตรเลียใช้เวลาเฉลี่ย 5 ชั่วโมง 34 นาที กับกิจกรรมยามว่าง เช่น การพบปะสังสรรค์ การออกกำลังกาย การดูโทรทัศน์ และการอ่านหนังสือ
การเก็บข้อมูลครั้งนี้มาจากผู้เข้าร่วมสำรวจ 10,673 คน จาก 6,939 ครัวเรือน โดยมีการบันทึกกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 19,319 วัน

กราฟแท่งแสดง เวลาเฉลี่ยต่อวันจำแนกตามกิจกรรม Credit: Australian Bureau of Statistics
งานที่ไม่ได้รับค่าจ้าง
ผลสำรวจพบว่า ผู้หญิงร้อยละ 90 และ ผู้ชายร้อยละ 81 ทำงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างในแต่ละวัน
ผู้หญิงรายงานว่าใช้เวลากับงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างเฉลี่ย 4 ชั่วโมง 53 นาทีต่อวัน ซึ่งมากกว่าผู้ชายประมาณหนึ่งชั่วโมง โดยผู้ชายใช้เวลาเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 52 นาที
พ่อแม่ที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้เวลากับงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างมากกว่ากลุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด
ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวใช้เวลาเฉลี่ย 7 ชั่วโมง 4 นาทีต่อวัน ขณะที่คู่สมรสใช้เวลาเฉลี่ย 6 ชั่วโมง 16 นาที เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยโดยรวมที่ 4 ชั่วโมง 25 นาที
งานบ้าน
งานบ้านหมายถึงงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูแล บำรุงรักษา และจัดการภายในครัวเรือน โดยไม่รวมภาระการดูแลบุคคลอื่น
ผู้หญิงมีสัดส่วนทำงานบ้านในแต่ละวันมากกว่าผู้ชาย โดย ผู้หญิงร้อยละ 86 ระบุว่าทำกิจกรรมภายในบ้าน เทียบกับ ผู้ชายร้อยละ 75
กิจกรรมที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่
- การทำอาหาร ผู้หญิงร้อยละ 69.1 เทียบกับผู้ชายร้อยละ 53.8
- งานบ้าน เช่น ทำความสะอาด ผู้หญิงร้อยละ 56.9 เทียบกับผู้ชายร้อยละ 34.8
- การซื้อของ ผู้หญิงร้อยละ 25.8 เทียบกับผู้ชายร้อยละ 18.3
การดูแลบุตร
การดูแลเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การดูแลส่วนตัว การเล่นกับเด็ก หรือการช่วยทำการบ้าน โดยการดูแลในลักษณะเฝ้าดูแล (supervisory care) จะถูกวัดแยกต่างหาก
พ่อแม่ผู้หญิงมีแนวโน้มรายงานว่าดูแลบุตรมากกว่าพ่อแม่ผู้ชาย โดย ผู้หญิงร้อยละ 88 ระบุว่าดูแลบุตร เทียบกับ ผู้ชายร้อยละ 72
โดยเฉลี่ย แม่ใช้เวลาในการดูแลบุตร 4 ชั่วโมง 38 นาทีต่อวัน ซึ่งมากกว่าพ่อกว่า 1 ชั่วโมง โดยพ่อใช้เวลาเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 29 นาที
ขณะเดียวกัน การดูแลในลักษณะเฝ้าดูแล หมายถึงเวลาที่ผู้ใหญ่ใช้เวลาอยู่ในสถานที่เดียวกับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พร้อมที่จะให้การดูแลหากจำเป็น ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมหลักอื่น ๆ
เกือบหนึ่งในสี่ของผู้ตอบแบบสอบถาม (ร้อยละ 23) ระบุว่า มีการดูแลเด็กในลักษณะเฝ้าดูแล (supervisory care) ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมอื่น ๆ โดยใช้เวลาเฉลี่ย 7 ชั่วโมง 8 นาทีต่อวัน ผู้หญิงมีแนวโน้มทำหน้าที่นี้มากกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงร้อยละ 25 เทียบกับผู้ชายร้อยละ 21
เกือบ หนึ่งในสี่ (ร้อยละ 22) รายงานว่า ดูแลเด็กไปพร้อมกับการทำงานที่ไม่ได้รับค่าจ้าง โดยใช้เวลาเฉลี่ย 2 ชั่วโมง 49 นาทีต่อวัน
ขณะที่มีเพียง ร้อยละ 9 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่า ดูแลเด็กไปพร้อมกับการทำงานที่มีรายได้ ซึ่งใช้เวลาเฉลี่ย 5 ชั่วโมง 41 นาทีต่อวัน โดยผู้หญิง (ร้อยละ 10) มีสัดส่วนสูงกว่าผู้ชาย (ร้อยละ 8)
กิจกรรมด้านการทำงาน
กิจกรรมด้านการทำงาน รวมถึงการทำงานที่มีรายได้และการเดินทางไป–กลับจากที่ทำงาน
ผลสำรวจพบว่า ผู้ชายมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านการทำงานมากกว่าผู้หญิง โดยผู้ชายร้อยละ 48 เทียบกับผู้หญิงร้อยละ 38
ผู้ชายที่ทำกิจกรรมด้านการจ้างงานใช้เวลาทำงานต่อวันมากกว่าผู้หญิงเกือบหนึ่งชั่วโมง โดยผู้ชายใช้เวลาเฉลี่ย 8 ชั่วโมง 55 นาที เทียบกับผู้หญิงที่ใช้เวลาเฉลี่ย 7 ชั่วโมง 58 นาที
การทำงานจากที่บ้าน
ในวันทำงาน ผู้ที่ทำงานจากที่บ้านใช้เวลากับงานที่มีรายได้น้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ทำงานจากที่บ้าน
ผู้ที่ทำงานจากที่บ้านใช้เวลาเฉลี่ย 7 ชั่วโมง 8 นาที กับงานที่มีรายได้ ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้ทำงานจากที่บ้านใช้เวลาเฉลี่ย 8 ชั่วโมง 18 นาที
ขณะเดียวกัน ผู้ที่ทำงานจากที่บ้านใช้เวลากับงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างมากกว่าประมาณหนึ่งชั่วโมง โดยเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 24 นาที เทียบกับ 2 ชั่วโมง 26 นาที สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำงานจากที่บ้าน
ในวันที่ทำงานจากที่บ้าน ผู้หญิงใช้เวลากับงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างมากกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงใช้เวลาเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 48 นาที ขณะที่ผู้ชายใช้เวลาเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 1 นาที
ผู้ที่ทำงานจากที่บ้านในวันที่บันทึกข้อมูล ใช้เวลากับงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ทำงานจากที่บ้านประมาณหนึ่งชั่วโมง โดยเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 24 นาที เทียบกับ 2 ชั่วโมง 26 นาที
การทำงานจากที่บ้านยังเชื่อมโยงกับการมีเวลาว่างมากขึ้นด้วย
ผู้หญิงที่ทำงานจากที่บ้านใช้เวลากับกิจกรรมยามว่างเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 35 นาที เทียบกับ 3 ชั่วโมง 10 นาที สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้ทำงานจากที่บ้าน
ขณะที่ผู้ชายที่ทำงานจากที่บ้านใช้เวลากับกิจกรรมยามว่างเฉลี่ย 4 ชั่วโมง เทียบกับ 4 ชั่วโมง 24 นาที สำหรับผู้ชายที่ไม่ได้ทำงานจากที่บ้าน
เวลาว่าง
กิจกรรมยามว่างหมายถึงกิจกรรมที่ทำเพื่อความเพลิดเพลินหรือเติมเต็มความพึงพอใจส่วนบุคคล เช่น การดูโทรทัศน์ การออกกำลังกาย หรือการพบปะสังสรรค์
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ร้อยละ 91 ระบุว่ามีกิจกรรมยามว่างในแต่ละวัน โดยผู้ชายใช้เวลาเฉลี่ย 5 ชั่วโมง 48 นาที และผู้หญิงใช้เวลาเฉลี่ย 5 ชั่วโมง 21 นาที
พ่อแม่ใช้เวลากับกิจกรรมยามว่างน้อยกว่าผู้ที่ไม่มีบุตรอย่างเห็นได้ชัด โดยพ่อแม่มีเวลาว่างเฉลี่ยเพียง 3 ชั่วโมง 38 นาที เทียบกับ 6 ชั่วโมง 5 นาที สำหรับผู้ที่ไม่มีบุตร
การดูโทรทัศน์หรือรับชมสตรีมมิงเป็นกิจกรรมที่พบมากที่สุด โดย ร้อยละ 62 ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้เวลาเฉลี่ย 2 ชั่วโมง 55 นาทีต่อวัน
การพูดคุยหรือพบปะสังสรรค์ต่อหน้า ใช้เวลาเฉลี่ย 2 ชั่วโมง 19 นาที โดยประมาณ ร้อยละ 24 ของผู้ชาย รายงานว่ามีการสังสรรค์ต่อหน้า ใช้เวลาเฉลี่ย 2 ชั่วโมง 25 นาที ขณะที่ ร้อยละ 30 ของผู้หญิง ระบุว่าทำกิจกรรมนี้เช่นกัน แต่ใช้เวลาเฉลี่ยน้อยกว่าเล็กน้อยที่ 2 ชั่วโมง 15 นาที
การใช้โซเชียลมีเดีย ใช้เว็บไซต์ และการตรวจอีเมล ก็เป็นกิจกรรมที่พบได้บ่อยเช่นกัน โดย หนึ่งในสี่ของผู้ตอบแบบสอบถาม ใช้เวลาเฉลี่ย 1 ชั่วโมง 23 นาทีต่อวัน กับกิจกรรมเหล่านี้
ความเครียดด้านเวลา
ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ หนึ่งในสาม (ร้อยละ 33) ระบุว่า รู้สึกเร่งรีบหรือมีเวลาจำกัดอยู่เสมอหรือบ่อยครั้ง โดยผู้หญิงมีสัดส่วนสูงกว่าผู้ชาย (ร้อยละ 36 เทียบกับร้อยละ 30)
สาเหตุที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ การสร้างสมดุลระหว่างงานและครอบครัว ซึ่งถูกรายงานโดย ร้อยละ 42 ของผู้ที่รู้สึกเครียดเรื่องเวลา
ผู้หญิงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงอายุ 35 ถึง 44 ปี (ร้อยละ 49) ระบุว่า พวกเธอรู้สึกเร่งรีบหรือมีเวลาจำกัดอยู่เสมอหรือบ่อยครั้ง
ขณะที่ผู้ที่อยู่ในครอบครัวคู่สมรสที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 15 ปี มีแนวโน้มรู้สึกเร่งรีบอย่างมีนัยสำคัญ โดย ร้อยละ 51 ระบุว่ารู้สึกเช่นนั้น เทียบกับเพียง ร้อยละ 26 ของคู่สมรสที่ไม่มีบุตร













