เมื่อไฟป่ามอดลง การฟื้นฟูเริ่มต้นอย่างไร

Australia Explained: Bushfire Recovery

"การได้พูดคุยกับใครบางคนที่ผ่านประสบการณ์คล้ายกัน คือพลังสำคัญในการก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบาก" Source: AFP / SAEED KHAN/AFP

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง รวมถึงภูมิประเทศที่เอื้อต่อการเกิดไฟป่า ออสเตรเลียจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญไฟป่าบ่อยที่สุดในโลก ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ไฟป่ามีแนวโน้มเกิดบ่อยและรุนแรงมากขึ้น คำถามสำคัญคือ หลังไฟมอดลงแล้ว การฟื้นฟูจะเริ่มต้นอย่างไร


ประเด็นสำคัญ
  • หลังไฟป่ามอด ควรกลับเข้าบ้านเมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่าปลอดภัยที่จะทำได้ และควรตรวจสอบสถานที่โดยรอบให้แน่ใจว่าปลอดภัย ก่อนเข้าบ้าน
  • ความช่วยเหลือมีทั้งศูนย์ฟื้นฟู ความช่วยเหลือทางการเงิน และบริการด้านสุขภาพจิต เพื่อช่วยให้คุณรับมือกับผลกระทบจากไฟป่า
  • การฟื้นฟูหลังประสบภัยจากไฟป่าต้องใช้เวลา การพึ่งพาความช่วยเหลือจากชุมชน และการดูแลสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน

การเผชิญไฟป่าเป็นประสบการณ์ที่กระทบทั้งร่างกายและจิตใจ

ชาริฟ เบย์ทีห์ รองผู้บังคับการหน่วยดับเพลิงอาสาสมัครจากหน่วยดับเพลิงพื้นที่ชนบท (Rural Fire Service) ในเมืองนานา เกลน (Nana Glen) รัฐนิวเซาท์เวลส์ เล่าถึงประสบการณ์เผชิญไฟป่าครั้งใหญ่ครั้งแรกในปี 2019 และความทรงจำยังคงชัดเจนมาจนถึงวันนี้

เมื่อขับรถผ่านป่าที่ไหม้เกรียม เห็นสัตว์ที่สูญเสียที่อยู่อาศัย มันเป็นภาพที่เหนือความเป็นจริง กว่าที่ผมจะตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ก็ต้องรอจนกลับไปที่สถานี ระหว่างการสรุปเหตุการณ์ ฟังเรื่องราวและความรู้สึกของทุกคน เราทุกคนเป็นอาสาสมัคร และนี่คือไฟป่าครั้งแรกของทีมเรา
เบย์ทีห์ รองผู้บังคับการหน่วยดับเพลิงพื้นที่ชนบท (Rural Fire Service) กล่าว

การกลับบ้านหลังการอพยพอาจเป็นเรื่องที่ยากและหนักหนาทางอารมณ์

อย่างไรก็ตาม ควรรอฟังคำแนะนำจากทางการ ก่อนกลับเข้าไปในพื้นที่ คุณจะสามารถเข้าพื้นที่ได้ก็ต่อเมื่อหน่วยงานฉุกเฉินของรัฐ (State Emergency Service หรือ SES) ยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว

และควรเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น อาหารที่เก็บได้นาน น้ำดื่ม เงินสด ไฟฉาย และถ่านสำรองไปด้วย

หากบ้านยังคงอยู่ ให้ตรวจสอบความเสียหายเชิงโครงสร้างก่อนเข้าไป และหากต้องเข้าไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากกรองอากาศ ถุงมือ เสื้อแขนยาว และรองเท้าที่แข็งแรง พร้อมหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กและสัตว์เลี้ยงเข้าไปในช่วงแรก

และตรวจสอบถ่านไฟหรือจุดความร้อนที่อาจหลงเหลืออยู่ เพราะยังสามารถลุกไหม้ซ้ำได้อีกหลายวัน

“หลังไฟป่าผ่านพ้นไปได้ 2 อาทิตย์ เรายังได้รับแจ้งเหตุซ้ำ ๆ จากเจ้าของบ้านที่ไม่รู้ว่ายังมีท่อนไม้คุกรุ่นอยู่ เมื่อมีลมแรงขึ้นมาอีกรอบ มันก็กลับมาติดไฟได้อีก ถ่านไฟเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดไฟป่าซ้ำได้ โดยเฉพาะหากอยู่ใกล้ตัวบ้าน”

Metropolitan Fire Service Firefighters in the front of the fire site house.
ทีมนักดับเพลิงกำลังเดินเข้าบ้านที่ประสบเหตุไฟไหม้ Credit: mastersky/Getty Images

หากคุณมีประกัน ควรบันทึกความเสียหายทั้งหมดก่อนเคลื่อนย้ายหรือทำความสะอาด ถ่ายภาพ วิดีโอ และจดบันทึกรายการทรัพย์สินที่สูญเสียไป

ศูนย์พักพิงและศูนย์ช่วยเหลือจะถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อให้ที่พัก อาหาร น้ำดื่ม และการสนับสนุนเบื้องต้น ขณะที่หน่วยงานของรัฐ เช่น หน่วยฟื้นฟูภาวะฉุกเฉินแห่งรัฐวิกตอเรีย (Emergency Recovery Victoria) หน่วยบริการภาครัฐนิวเซาท์เวลส์ (Service NSW) หรือสายด่วนฟื้นฟูภัยพิบัติรัฐควีนส์แลนด์ (Queensland Recovery Hotline) สามารถช่วยวางแผนขั้นตอนถัดไปให้ได้ รวมถึงการเข้าถึงความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลด้วย

เบย์ทีห์ระบุว่า เส้นทางการฟื้นฟูแตกต่างกันไปในแต่ละคน

“การทำให้ชีวิตกลับสู่ภาวะปกติสำหรับผู้ที่สูญเสียทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องยาก รวมถึงการเคลียร์ถนน ซากปรักหักพัง และต้นไม้ที่อาจก่อปัญหาในอนาคต มันคือกระบวนการฟื้นฟูที่ยาวนาน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและความสูญหายที่แต่ละคนเผชิญ”

ควันไฟป่ายังส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ สุขภาพ และชีวิตประจำวัน ทั้งในพื้นที่ใกล้และไกล โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ

แพทย์หญิงไหล เหิง ฟง แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่า ผลกระทบอาจคงอยู่นาน แม้ควันจะจางหายไป

“เหมือนที่เราได้ทราบจากเหตุแบล็ก ซัมเมอร์ การได้รับควันเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ ภาวะสมองเสื่อม โรงมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตด้วย”

พญ.ฟงกล่าวต่อว่า ภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซ้ำๆ อาจกระตุ้นภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า และอาการเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรง (post-traumatic stress)

เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดซ้ำๆ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะทำให้เราได้เห็นบ่อยขึ้น และรุนแรงขึ้น ผู้คนจะถูกกระตุ้นจากประสบการณ์เดิมๆ และจะมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น
พญ.ฟงอธิบาย
Australia Explained: Bushfire Recovery
ภาพถ่ายทางอากาศแสดงความเสียหายจากไฟป่าในออสเตรเลีย จากเหตุการณ์ไฟป่าปี 2020 ที่เมืองเบลล์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ บริเวณเทือกเขาบลูเมาน์เทนส์ Credit: mikulas1/Getty Images

เมื่อเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ ศูนย์ฟื้นฟู (recovery centre) จะเปิดให้บริการ พร้อมนักจิตวิทยาและบริการส่งต่อ

แพทย์ทั่วไป (General Practitioner หรือ GP) และสายด่วนอย่าง Lifeline หรือ Beyond Blue ก็สามารถให้การสนับสนุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เอริน เพลลี จากสภากาชาดออสเตรเลียระบุว่า การดูแลเด็กและเยาวชนหลังภัยพิบัติเป็นสิ่งสำคัญ และสุขภาวะของผู้ปกครองมีบทบาทต่อการรับมือของเด็กอย่างมาก

“การดูแลเด็กในฐานะพ่อแม่หลังเกิดภัยพิบัติเป็นเรื่องยาก เพราะมีหลายสิ่งที่ต้องจัดการควบคู่กัน เด็กอาจมีปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่หลากหลาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะพวกเขาต้องรับมือกับหลากหลายเรื่องราว การให้ความมั่นใจและการดูแลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”

หากพบว่าเด็กมีพฤติกรรมที่น่ากังวล ควรขอความช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่น ๆ ผ่านแพทย์ทั่วไปหรือสายด่วน เช่น Kids Helpline ซึ่งให้บริการสำหรับเยาวชนอายุ 5 ถึง 25 ปี

เพลลีย้ำว่า การฟื้นฟูต้องใช้เวลา และมักนานกว่าที่คาดคิด

“จากประสบการณ์ที่เราพบคือ กระบวนการเหล่านี้ใช้เวลานานกว่าที่หลายคนคาดคิด ผู้คนต้องเผชิญกับภาระสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนปิด การติดต่อกับบริษัทประกันภัย หรือการยื่นขอรับเงินสนับสนุนเป็นต้น ขณะเดียวกัน ชุมชนทั้งหมดก็มักได้รับผลกระทบพร้อมกัน ทำให้วิธีการรับมือแบบเดิม ๆ และผู้คนที่ปกติเราจะขอความช่วยเหลือได้ กลายเป็นเรื่องท้าทาย เพราะพวกเขาเองก็เผชิญภัยพิบัติในเวลาเดียวกัน”

Australia Explained: Bushfire Recovery
บ้านบนภูเขาใกล้เมืองมิเชลาโก รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ถูกไฟป่าทำลาย Credit: Ashley Cooper/Getty Images

อย่างไรก็ตาม เพลลีระบุว่าคนส่วนใหญ่สามารถฟื้นตัวได้ดี ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัว เพื่อน และชุมชน พร้อมแนะนำให้หาเวลาสำหรับความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน แม้ในเวลาที่ยากลำบาก

“การออกไปเดินเล่น พาสุนัขไปเดินเล่น เดินรอบละแวกบ้านกับลูก ๆ หรือจัดปิกนิกกับเพื่อนบ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่นอย่างอิสระ ขณะที่คุณยังสามารถพูดคุยกับใครบางคนที่ผ่านประสบการณ์คล้ายกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยให้คุณยังคงรับมือกับกระบวนการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติได้ต่อไป”

และหากคุณทำได้ การรับฟังและอยู่เคียงข้างผู้อื่นก็สร้างความแตกต่างได้เช่นกัน

เพราะช่วยเหลือผู้อื่นไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่

การได้รู้ว่ามีใครสักคนห่วงใย รับฟังสิ่งที่คุณกำลังเผชิญ และช่วยให้คุณค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นการบริจาคสิ่งของ เงิน หรือเวลาเสมอไป แต่เป็นการเปิดใจและรับฟังกันอย่างแท้จริง
เพลลีจากสภากาชาดออสเตรเลียอธิบาย

Australia Explained เป็นพอดคาสต์ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ในออสเตรเลีย

คุณสามารถส่งคำถามหรือไอเดียหัวข้อที่น่าสนใจมาได้ที่ australiaexplained@sbs.com.au

ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ | เฟซบุ๊ก | อินสตาแกรม


    Share

    Follow SBS Thai

    Download our apps

    Watch on SBS

    Thai News

    Watch now