เมื่อ 15 ปีก่อน ‘เมย์ ศรคำ’ เดินเข้าไปในร้านกาแฟเล็กๆ ในประเทศไทย แล้วสะดุดตากับแก้วกาแฟอิมพอร์ตจากญี่ปุ่น ความงดงามของชิ้นงานนั้นทำให้เธอตกหลุมรักศิลปะการปั้นเซรามิกหรือการปั้นดินเผาตั้งแต่นั้นมา
เมื่อเมย์ย้ายมาอยู่เมลเบิร์น เธอยังคงพกพาความหลงใหลนั้นมาด้วย แต่การเริ่มต้นในต่างแดนไม่ง่าย เมย์พยายามหาคอร์สเรียนและเวิร์กช็อปแต่เต็มหมด จนกระทั่งช่วงล็อกดาวน์ เธอตัดสินใจซื้อชุดเครื่องปั้นและดินมาฝึกเองที่บ้าน
นั่นคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นศิลปินปั้นเซรามิกของเธอ
จากความหลงใหลการปั้น สู่วันแรกที่เริ่มลงมือ
เมย์จำได้ดีว่าช่วงล็อกดาวน์คือจังหวะที่ทำให้เธอกล้าลงมือทำในสิ่งที่รัก เธอซื้ออุปกรณ์ทั้งหมดมาลองเอง และถ้วยใบแรกนั้นใช้เวลาปั้นกว่าสองชั่วโมง แม้จะไม่สมบูรณ์ แต่กลับมีความหมายมาก เพราะเป็นวันที่เธอเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยตัวเอง

“วันนั้นน่าจะเป็นวีคแรกของล็อกดาวน์เลย แล้วก็แบบ โอเค ฉันจะทำเซรามิกนี่แหละ แล้วก็ซื้อเครื่องมา ซื้ออุปกรณ์มา”
ต่อมา เธอได้รับคำแนะนำจากศิลปินปั้นเซรามิกคนหนึ่ง ให้เรียนรู้ที่จะไม่ยึดติดกับผลงาน แม้จะเป็นชิ้นแรกก็ตาม เมย์บอกว่าคำพูดนั้นเปลี่ยนวิธีคิดของเธอ ให้ “flow กับตัวเอง” และเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ โดยไม่กลัวผิดพลาด
ก้าวแรกในตลาดศิลปะเซรามิกออสเตรเลีย
จากนั้น เมย์ตั้งสตูดิโอของตัวเองอย่างจริงจัง และสมัครเข้าร่วม Pottery Expo งานใหญ่ที่รวบรวมศิลปินเซรามิกจากทั่วประเทศออสเตรเลีย แม้จะเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่เธอก็ได้รับเลือกให้เข้าร่วม ท่ามกลางศิลปินที่มีประสบการณ์มานานหลายสิบปี
ในวันนั้น ผลงานของเมย์ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ชมและเพื่อนศิลปิน ผลงานขายได้ตั้งแต่วันแรก และนั่นคือช่วงเวลาที่เมย์รู้ว่า งานที่ทำด้วยใจสามารถเชื่อมผู้คนเข้าหากันได้ แม้จะเป็นในประเทศที่เธอเพิ่งเริ่มต้นใหม่

“เมย์ไม่ได้ทำงานเพื่อขาย แต่ทำเพราะอยากแชร์กำลังใจ คือมันเป็นงานศิลปะ มันเลยไม่มีแรงกดดันใด ๆ เลย เพราะทุกคนแตกต่างกัน เราเห็นมันเป็นเรื่องสวยงามไปหมด”
จากศิลปิน สู่ผู้ถ่ายทอดแรงบันดาลใจ
หลังจากผลงานเริ่มเป็นที่รู้จัก เจ้าของสตูดิโอหลายแห่งชวนเมย์ไปสอนปั้นเซรามิก โดยเธอสอนทั้งในสตูดิโอของผู้อื่นและจัดเวิร์กช็อปของตัวเอง เพื่อถ่ายทอดทั้งเทคนิคและแนวคิดเรื่อง mindfulness ผ่านศิลปะ
แม้จะเป็นคนไทยเพียงคนเดียว ในห้องเรียนที่เต็มไปด้วยผู้เรียนชาวออสเตรเลีย แต่เมย์กลับพบว่าศิลปะคือภาษาสากลที่เชื่อมใจคนได้ เธอรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่เห็นผู้เรียนยิ้มให้กับผลงานของตัวเอง เพราะสำหรับเธอ นั่นคือการแบ่งปันความสุขที่แท้จริง
ตอนแรกตื่นเต้นมาก เพราะเราเป็นคนไทย แล้วคนที่มาเรียนเป็นคนออสเตรเลียหมดเลย แต่หลัง ๆ มันสนุก แล้วก็รู้สึกภูมิใจในตัวเอง ได้เห็นทุกคนอยากเรียนต่อ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากเมย์กล่าว
ความท้าทายและความสมดุลในชีวิต
จากวันแรกที่เมย์เริ่มลงมือปั้นเซรามิกในช่วงล็อกดาวน์ จนถึงวันนี้เธอกลายเป็นหนึ่งในศิลปินเซรามิกไทยที่ได้รับการยอมรับในออสเตรเลีย ล่าสุดเธอยังเป็นหนึ่งใน 40 ศิลปินที่ได้รับเลือกให้ร่วมงาน Melbourne Ceramic Fair อีกด้วย แต่เธอยังคงมองเส้นทางนี้ด้วยความถ่อมตัว และไม่หยุดพัฒนาทั้งงานศิลปะและตัวเอง

เมย์มองว่าการทำงานศิลปะคือการเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามความกลัว และใช้ความท้าทายเป็นแรงผลักดันให้เติบโต และเธอบอกว่าไม่กลัวความผิดพลาดอีกต่อไป เพราะทุกก้าวคือการค้นหาความหมายของชีวิต
“มันไม่มีความกลัวอยู่ในนั้น ถ้าจะเฟลก็มาเลย พร้อมที่จะตอบทุกอย่าง พร้อมที่จะรู้สึกทุกอย่าง แล้วมันก็ทำให้เราได้แชร์ความเป็นเราให้คนอื่นด้วย”
อย่างไรก็ตาม หลังจากทุ่มเทให้กับงานมาหลายปี เมย์เริ่มหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น และอยากต่อยอดงานในแนวทางที่เชื่อมโยงศิลปะกับ wellness เพื่อให้ศิลปะไม่ใช่เพียงเครื่องมือสร้างสรรค์ แต่เป็นพื้นที่พักใจสำหรับทั้งผู้สร้างและผู้ชม
ฟังเรื่องของ 'เมย์ ศรคำ' ศิลปินปั้นเซรามิกในออสเตรเลียได้ในพอดคาสต์ด้านล่าง
ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ | เฟซบุ๊ก | อินสตาแกรม








