เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่านักท่องเที่ยวหญิงรายหนึ่งร่วงลงไปในหลุมเก็บของเสียลึกประมาณสองเมตร ขณะใช้ห้องน้ำแบบสุขาหลุม หรือที่เรียกว่า long-drop toilet หรือ pit toilet หลังจากพื้นโครงสร้างพังถล่มลงอย่างกะทันหัน
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เขตอนุรักษ์อุกกาบาตเฮนเบอร์รี (The Henbury Meteorite Crater) ที่เขตปกครองตนเองนอร์ทเทิร์นเทร์ริทอรี (NT) ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลและไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
ทำให้สามีและลูก ๆ ของเธอต้องขับรถออกไปขอความช่วยเหลือ ทิ้งให้เธอติดอยู่ในหลุมดังกล่าวเพียงลำพังเป็นเวลานานกว่าสามชั่วโมง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยของเสียและสิ่งปฏิกูล
ต่อมา มีช่างท้องถิ่นขับรถผ่านมาและเข้าช่วยเหลือ โดยใช้อุปกรณ์และเชือกลากรถหย่อนลงไปในหลุม ก่อนใช้เวลาราว 45 นาที จึงสามารถดึงตัวนักท่องเที่ยวขึ้นมาได้สำเร็จ
เบื้องต้น เธอได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและอยู่ในอาการตกใจ ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมือง อลิซ สปริงส์ (Alice Springs)
จากการรายงานของ news.com.au ซึ่งอ้างคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานความปลอดภัยด้านแรงงานของรัฐนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (NT WorkSafe) ระบุว่า เหตุการณ์เกิดจากการพังถล่มของโครงสร้างพื้นห้องน้ำ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับสภาพวัสดุที่เสื่อมสภาพ
แม้ยังไม่มีข้อสรุปจากการสอบสวน แต่กรณีนี้ได้จุดคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและการดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวห่างไกลของออสเตรเลีย
และทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า เหตุใดประเทศที่มีระบบสาธารณูปโภคทันสมัยอย่างออสเตรเลีย จึงยังมีห้องน้ำแบบสุขาแบบหลุมอยู่
ทำไมออสเตรเลียยังมีสุขาแบบหลุม
สำหรับบางคนที่เคยเดินทางไปยังพื้นที่ธรรมชาติหรือพื้นที่ห่างไกลในออสเตรเลีย ห้องน้ำลักษณะนี้อาจเป็นประสบการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน
แอมป์ คนไทยในรัฐควีนส์แลนด์ เล่าว่าเขาเคยใช้ห้องน้ำลักษณะนี้ระหว่างเดินทางไปพื้นที่ใกล้กรุงแคนเบอร์รา ซึ่งในบริเวณนั้นไม่มีห้องน้ำแบบทั่วไปให้ใช้
“ตอนแรกคิดว่าจะเป็นห้องน้ำแบบชักโครกทั่วไป แต่พอเข้าไปถึงก็รู้ว่าไม่ใช่แบบที่คุ้นเคย”
เขาบอกว่าเมื่อมองลงไปด้านล่าง ทำให้รู้สึกตกใจ เพราะไม่เคยเจอห้องน้ำลักษณะนี้มาก่อน
ด้าน เอ็ม คนไทยในรัฐแทสมาเนียเล่าให้เอสบีเอส ไทยฟังว่าเธอมีประสบการณ์ใช้ส้วมหลุมเป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่อเดินทางไปที่เกาะบรูนี รัฐแทสมาเนีย
"มันเป็นเหมือนชักโครก มองลงไปเป็นหลุมดำ ๆ กลิ่นแรงมาก ไม่มีน้ำหรืออะไรให้ชำระ ก็งงๆ ว่าห้องน้ำแบบนี้ก็มีด้วย"
ประสบการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติ จุดตั้งแคมป์ เส้นทางเดินป่า หรือพื้นที่ห่างไกลในออสเตรเลีย ซึ่งห้องน้ำแบบส้วมหลุมยังคงถูกใช้งานในหลายพื้นที่
ชนา คนไทยในรัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นผู้ที่ชื่นชอบการแคมป์ปิง เปิดเผยกับเอสบีเอส ไทย ถึงประสบการณ์การใช้ห้องน้ำแบบสุขาหลุมว่า ล่าสุดเธอได้ใช้ห้องน้ำลักษณะนี้ที่ Pineapple Flat ในรัฐวิกตอเรีย ช่วงวันหยุดยาวอีสเตอร์ที่ผ่านมา
เธอกล่าวว่า สุขาหลุมส่วนใหญ่ที่เคยใช้งานมีโครงสร้างมั่นคงและดูปลอดภัย โดยมักมีโถชักโครกติดตั้งครอบหลุมที่ขุดไว้ลึก และมีป้ายคำแนะนำสำหรับผู้ใช้งานอย่างชัดเจน เช่น การปิดฝาหลังใช้งานทุกครั้ง เพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์
"ส่วนใหญ่ที่เจอไม่เคยเจอที่เก่ามากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารที่เทพื้นปูน มีโถชักโครกครอบหลุมไว้"
ชนาเสริมว่า จากประสบการณ์ที่เดินทางไปยังพื้นที่ธรรมชาติหลายแห่ง มักพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของอุทยาน เช่น เรนเจอร์ เข้ามาตรวจตราและดูแลพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่มาแคมป์ปิงในพื้นที่เหล่านั้น
สุขาแบบหลุมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ในพื้นที่เหล่านี้ ห้องน้ำแบบส้วมหลุม หรือ pit toilet เป็นหนึ่งในระบบสุขาภิบาลที่เรียกว่า “ห้องน้ำแบบไม่ใช้น้ำ” ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่การติดตั้งระบบท่อระบายน้ำแบบเมืองทำได้ยาก หรืออาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรอบ
สุขาแบบหลุมทำงานโดยไม่ต้องใช้น้ำซึ่งแตกต่างจากชักโครกทั่วไปที่ต้องใช้น้ำในปริมาณมากในการชำระล้าง โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงในการรวบรวมของเสียลงสู่หลุมใต้ดิน ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำได้อย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่แห้งแล้งหรือห่างไกลที่ทรัพยากรน้ำมีจำกัด
นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังต้องการโครงสร้างพื้นฐานน้อยกว่าระบบบำบัดน้ำเสียแบบดั้งเดิม ไม่จำเป็นต้องมีเครือข่ายท่อขนาดใหญ่ สถานีสูบน้ำ หรือโรงบำบัดน้ำเสียที่ใช้พลังงานสูง ส่งผลให้ลดทั้งผลกระทบจากการก่อสร้างและการใช้พลังงานในระยะยาว
ในบางกรณี ของเสียยังสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติผ่านกระบวนการทางจุลชีววิทยา ซึ่งช่วยคืนสารอาหารสู่ดินได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกตำแหน่งที่ตั้งและการจัดการที่เหมาะสมยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน
ข้อมูลจาก Your Home ซึ่งเป็นคู่มือของรัฐบาลออสเตรเลียที่ให้คำแนะนำด้านการออกแบบบ้านอย่างยั่งยืน หรือ Australia’s Guide to Environmentally Sustainable Homes ระบุว่า ระบบห้องน้ำแบบไม่ใช้น้ำ (Waterless toilets or ‘dry sanitation’ systems) สามารถช่วยลดการใช้น้ำ ลดน้ำเสีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้
หนึ่งในรูปแบบที่พบได้บ่อยคือห้องน้ำแบบหมัก (composting toilet) ซึ่งของเสียจะถูกเก็บและย่อยสลายในภาชนะตามกระบวนการทางธรรมชาติ โดยมีทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้นเอง
ห้องน้ำลักษณะนี้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของห้องน้ำสมัยใหม่ได้ และหากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โดยทั่วไปจะไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์
สุขาหลุมกับการท่องเที่ยว
ในปัจจุบันห้องน้ำแบบไม่ใช้น้ำยังคงถูกติดตั้งเพิ่มเติมในพื้นที่ธรรมชาติของออสเตรเลียเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตัวอย่างเช่น หน่วยงาน Parks and Wildlife ในเขตปกครองนอร์ทเทิร์นเทร์ริทอรี ระบุว่าได้ติดตั้งห้องน้ำแบบ composting หรือ “Green Loo” เพิ่มเติมบนเส้นทางเดินเขา เมาท์ ซอนเดอร์ (Mount Sonder) ซึ่งเป็นเส้นทางไป-กลับระยะทาง 15.8 กิโลเมตร
หลังมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น และพบปัญหาพฤติกรรมการใช้ห้องน้ำที่ไม่เหมาะสมตามจุดชมวิวและพื้นที่สูงบางแห่งบนเส้นทาง ลาราพินตา เทรล (Larapinta Trail)
การเลือกพื้นที่ที่ติดตั้งห้องน้ำลักษณะนี้ไม่ได้คำนึงถึงเพียงความสะดวกของผู้ใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงการกลมกลืนกับภูมิทัศน์ธรรมชาติ อยู่ใกล้โครงสร้างพื้นฐานเดิม และสามารถเข้าถึงได้เพื่อการบำรุงรักษา

ในบางพื้นที่ การบำรุงรักษายังมีความท้าทายสูง เช่น ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการเปลี่ยนถังเก็บของเสีย เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างไกลและเข้าถึงด้วยวิธีปกติได้ยาก
ขณะเดียวกัน ห้องน้ำลักษณะนี้อาจไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่าง เช่น กระดาษชำระ ผู้ใช้งานจึงต้องเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานไปเอง และปฏิบัติตามแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติ
ข้อจำกัดและผลกระทบของสุขาหลุม
แม้ระบบสุขาหลุมหรือห้องน้ำแบบไม่ใช้น้ำจะมีข้อดีด้านสิ่งแวดล้อม แต่ก็มีข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ
ในด้านสุขอนามัย ระบบส้วมหลุมมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแหล่งน้ำใต้ดิน หากมีการออกแบบหรือจัดการไม่เหมาะสม
เนื่องจากสุขาหลุมอาศัยการซึมผ่านของของเสียลงสู่ดินตามธรรมชาติ หากตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น บ่อน้ำ ลำธาร หรือพื้นที่ที่ระดับน้ำใต้ดินตื้น อาจทำให้เชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนซึมลงสู่แหล่งน้ำใต้ดินได้
องค์การอนามัยโลก (WHO) และแนวทางด้านสุขาภิบาลระบุว่า การติดตั้งสุขาหลุมจึงต้องคำนึงถึงระยะห่างจากแหล่งน้ำ ลักษณะของดิน ระดับน้ำใต้ดิน และปริมาณการใช้งาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
และสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปยังพื้นที่ลักษณะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ธรรมชาติ จุดตั้งแคมป์ หรืออุทยานแห่งชาติ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่าห้องน้ำแบบนี้ทำงานอย่างไร และเตรียมตัวให้เหมาะสม
ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้งานควรสังเกตสภาพโดยรอบก่อนเข้าใช้ เช่น พื้น โครงสร้าง และความสะอาดของพื้นที่ หากพบความผิดปกติ เช่น พื้นโยก แตก ผุ หรือมีกลิ่นผิดปกติรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานและแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หากสามารถทำได้
ในวันที่หลายคนคุ้นเคยกับห้องน้ำแบบชักโครกในชีวิตประจำวัน ประสบการณ์ของผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลของออสเตรเลีย การใช้สุขาแบบหลุมอาจดูแปลก ไม่คุ้นเคย หรือแม้แต่ไม่น่าใช้สำหรับบางคน
แต่ในอีกแง่หนึ่ง นี่คือโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม
ทั้งในแง่ของการใช้ทรัพยากร และการลดผลกระทบต่อธรรมชาติ
และขณะที่ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้น ไม่แน่วันหนึ่งเราอาจเห็นระบบสุขาหลุมกลับมาใช้ตามบ้านเรือนก็เป็นได้
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม







