ขณะนี้มีโพสต์บนเฟซบุ๊กที่เผยแพร่ในกลุ่มคนไทยในออสเตรเลียหลายกลุ่ม อ้างว่า “คนไทยติด Top 10 สัญชาติที่ยื่นขอวีซ่าลี้ภัยในออสเตรเลีย” พร้อมข้อความที่เชื่อมโยงว่าสถิติดังกล่าวอาจทำให้รัฐบาลออสเตรเลียมีมาตรการเข้มงวดกับผู้เดินทางจากประเทศไทยมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลที่เผยแพร่โดยกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) ล่าสุด เอสบีเอส ไทยพบว่า ข้อมูลที่เผยแพร่ในกลุ่มเฟซบุ๊กไม่ตรงกับสถิติของรัฐบาลออสเตรเลีย
ข้ออ้าง (Claim)
เอสบีเอส ไทย พบโพสต์บนเฟซบุ๊กระบุว่า
“ข้อมูลล่าสุด (สิ้นปี 2025–ต้นปี 2026) ระบุว่าคนไทยยังคงติด Top 10 สัญชาติที่ยื่นขอวีซ่าลี้ภัย (Subclass 866) สูงที่สุด”
นอกจากนี้ ยังมีข้อความเชื่อมโยงว่า
“สถิติการขอลี้ภัยที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลออสเตรเลียเข้มงวดกับการตรวจสอบวีซ่าคนไทยมากขึ้น”
โพสต์ลักษณะนี้ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊กบางส่วนแสดงความกังวลว่าคนไทยอาจถูกเพ่งเล็งมากขึ้นจากนโยบายตรวจคนเข้าเมือง

ตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact check)
เอสบีเอส ไทย ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ Department of Home Affairs ซึ่งเผยแพร่สถิติผู้ยื่นขอ Protection visa (Subclass 866)
ข้อมูลล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่า มีผู้ยื่นขอวีซ่าประเภทนี้จากประเทศไทย 21 คน
มีคำขอที่ไม่ได้รับอนุมัติ 28 คน (รวมคำขอจากช่วงก่อนหน้า) ไทยอยู่ใน อันดับที่ 21 ของสัญชาติที่ยื่นคำขอ ซึ่งถือเป็นลำดับท้ายของประเทศที่มีผู้ยื่นคำขอ ไม่ใช่ Top 10 ตามที่มีการกล่าวอ้าง
นอกจากนี้ ตัวเลขจากกระทรวงมหาดไทยยังเปิดเผยจำนวนผู้ขอยื่นวีซ่าลี้ภัยในประเทศออสเตรเลีย (onshore) ที่เป็นคนไทย เอสบีเอส ไทย ได้ตรวจสอบสถิติตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 ถึง กุมภาพันธ์ 2026 พบจำนวนผู้ขอยื่นวีซ่าลี้ภัยชาวไทย ดังนี้
ช่วงเวลา | จำนวนผู้ยื่นวีซ่าลี้ภัย (คน) | ลำดับของประเทศไทย |
| กุมภาพันธ์ 2025 | 32 | 16 |
| มีนาคม 2025 | 34 | 18 |
| เมษายน 2025 | 51 | 10 |
| มิถุนายน 2025 | 43 | 13 |
| กรกฎาคม 2025 | 40 | 14 |
| สิงหาคม 2025 | 37 | 14 |
| กันยายน 2025 | 36 | 15 |
| ตุลาคม 2025 | 24 | 20 |
| พฤศจิกายน 2025 | 31 | 14 |
| ธันวาคม 2025 | 22 | 22 |
| มกราคม 2026 | 24 | 18 |
| กุมภาพันธ์ 2026 | 21 | 21 |
ที่มา สถิติโครงการด้านมนุษยธรรม
จากข้อมูลชุดเดียวกันยังพบว่า ประเทศที่มีอัตราการอนุมัติสูง ได้แก่ อัฟกานิสถาน ร้อยละ 100 รัสเซีย ร้อยละ 100 เวเนซุเอลา ร้อยละ 100 เมียนมา ร้อยละ 96.88 ตุรกี ร้อยละ 94.44 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์ด้านความขัดแย้ง การละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการประหัตประหารทางการเมืองในประเทศต้นทาง
READ MORE

Temporary protection visas flagged
ความเข้าใจผิดเรื่องมาตรการห้ามเข้าประเทศ
ความกังวลในชุมชนไทยยังเพิ่มขึ้นหลังมีข่าวเกี่ยวกับมาตรการใหม่ของรัฐบาลออสเตรเลียเกี่ยวกับการควบคุมผู้เดินทางจากประเทศที่มีความเสี่ยงด้านความขัดแย้ง เอสบีเอส ไทย ได้ตรวจสอบมาตรการนี้แล้วพบว่า
รัฐสภาออสเตรเลียมีมติผ่านกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 ก่อนที่กฎหมายจะได้รับพระบรมราชานุญาต (Royal Assent) เมื่อวันที่ 13 มีนาคม และมีผลใช้บังคับตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2026
กฎหมายดังกล่าวให้อำนาจรัฐมนตรีกำหนดกลุ่มประเทศที่อาจถูกจำกัดการเดินทางชั่วคราวได้สูงสุด 6 เดือน อย่างไรก็ตามยังไม่มีการประกาศรายชื่อประเทศอย่างเป็นทางการ ทว่าการคาดการณ์ส่วนใหญ่ระบุว่าอาจเกี่ยวข้องกับประเทศในตะวันออกกลางที่มีความขัดแย้ง
มาตรการนี้เกี่ยวข้องกับคนไทยหรือไม่
จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลว่าประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกพิจารณา
มาตรการดังกล่าวมุ่งเน้นประเทศที่มีสถานการณ์ความขัดแย้งด้านความมั่นคง
รายงานของ SBS News ยังระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจกระทบผู้ถือวีซ่าชั่วคราวประมาณ 61,000 คนในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น อิสราเอลประมาณ 11,000 คน อิหร่านประมาณ 7,000 คน เลบานอนมากกว่า 1,000 คน

ใครไม่ได้รับผลกระทบ
ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยระบุว่า มาตรการนี้จะไม่กระทบ ผู้ที่อยู่ในออสเตรเลียอยู่แล้ว
ผู้ถือวีซ่าคุ้มครอง ผู้ถือวีซ่ามนุษยธรรม ผู้ที่มีครอบครัวเป็นพลเมืองออสเตรเลีย และการพิจารณาจะดำเนินเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ตามสัญชาติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โทนี เบิร์ก กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้การตัดสินใจเกี่ยวกับผู้ที่จะได้รับอนุญาตให้พำนักในออสเตรเลียเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบาย ไม่ใช่ผลที่เกิดจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้ตั้งใจ
สรุปข้อเท็จจริง
จากข้อมูลล่าสุดไม่พบหลักฐานว่าคนไทยติด Top 10 ผู้ยื่นขอลี้ภัย และไทยอยู่ในอันดับท้ายของประเทศที่ยื่นคำขอ
- ยังไม่มีข้อมูลว่ามาตรการใหม่มีผลต่อคนไทย
- ข้อมูลที่ระบุว่าคนไทยถูกเพ่งเล็งจากสถิติการขอลี้ภัย จึงไม่สอดคล้องกับข้อมูลทางการในปัจจุบัน
- กระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้ชี้แจงชัดเจนว่าคำสั่งห้ามดังกล่าวมีผลกับวีซ่าชั่วคราวประเภทใดและมีผลกับผู้ที่มาจากประเทศใดบ้าง
- ผู้ปกครองที่มีบุตรอยู่ในออสเตรเลีย หรือผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวโดยตรงเป็นพลเมืองออสเตรเลีย จะได้รับการยกเว้น
- ผู้ที่ถือวีซ่าคุ้มครองชั่วคราว วีซ่าผู้ลี้ภัย หรือวีซ่าเพื่อมนุษยธรรม ก็ยังคงสามารถเดินทางเข้าออสเตรเลียได้
- คำสั่งห้ามนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ที่อยู่ในออสเตรเลียอยู่แล้ว
ตรวจสอบก่อนหลงเชื่อข้อมูลเท็จ
ข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านการสื่อสารและสื่อของออสเตรเลีย (Australian Communications and Media Authority: ACMA) ระบุว่า
ข้อมูลเท็จที่เผยแพร่โดยเจตนา หรือที่เรียกว่าข้อมูลบิดเบือน เพื่อก่อให้เกิดความสับสนและบั่นทอนความเชื่อมั่นในรัฐบาลหรือสถาบันต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้เพื่อดึงดูดผู้ใช้ให้เข้าชมเว็บไซต์เพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน โดยที่ผู้ใช้อาจคลิกโฆษณาหรือถูกล่อลวงให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางการเงิน
แต่ไม่ใช่ว่าข้อมูลเท็จทั้งหมดจะถูกเผยแพร่โดยเจตนาเพื่อก่อให้เกิดอันตรายเสมอไป บางครั้งผู้ใช้ก็แชร์ข้อมูลเท็จโดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลเท็จและข้อมูลที่บิดเบือนมักแพร่กระจายผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
- ข้อมูลเท็จหรือข้อมูลหลอกลวงที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์
- บทความข่าวที่แต่งขึ้นเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญหรือข่าวด่วน
- โฆษณาหลอกลวง (รวมถึงการใช้คนดังหรือบุคคลผู้มีอำนาจ)
คุณสามารถตรวจสอบและเฝ้าระวังข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนได้ ดังนี้
- ตรวจสอบข้อมูลต้นทาง
- ตรวจสอบสื่อที่ใช้ เช่น รูปภาพ และวิดิโอ ดูว่าเป็นเนื้อหาที่ดัดแปลงหรือไม่
- มองหาข้อเท็จจริง
- ตรวจสอบว่าข้อมูลได้รับรองจากทางการ
- อ่านเนื้อหาทั้งหมด
- หากไม่แน่ใจ อย่าแชร์ต่อ
คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์หน่วยงานกำกับดูแลด้านการสื่อสารและสื่อของออสเตรเลีย
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม








