SKIP TO MAIN CONTENT

Thai Voice: เชื้อเอชไอวีไม่ใช่โรคร้ายแรงอีกต่อไป คุยกับคนไทยที่อยู่ร่วมกับเชื้อมามากกว่าสิบปี

HIV
File. Source: AAP

ปัจจุบันเชื้อเอชไอวีสามารถควบคุมได้ด้วยการรักษา และผู้ที่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ความเข้าใจเรื่อง “ตรวจไม่พบเชื้อ หมายถึง แพร่เชื้อไม่ได้” หรือภาวะที่ตรวจไม่พบเชื้อไวรัสและไม่สามารถแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้นั้น ได้เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อเอชไอวีไปอย่างมาก


Published

By Atitaya Teepawat

Presented by Atitaya Teepawat

Source: SBS


Skip to podcast episode content

ปัจจุบันเชื้อเอชไอวีสามารถควบคุมได้ด้วยการรักษา และผู้ที่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ความเข้าใจเรื่อง “ตรวจไม่พบเชื้อ หมายถึง แพร่เชื้อไม่ได้” หรือภาวะที่ตรวจไม่พบเชื้อไวรัสและไม่สามารถแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้นั้น ได้เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อเอชไอวีไปอย่างมาก


ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

ข้อมูลจากสถาบัน Kirby Institute ระบุว่า ณ สิ้นปี 2024 มีผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีในออสเตรเลียประมาณ 30,890 คน ในจำนวนนี้ประมาณ 28,940 คนได้รับการวินิจฉัยแล้ว และเกือบ 27,500 คนได้รับยาต้านไวรัส ขณะที่ 26,870 คนมีปริมาณไวรัสในเลือดต่ำจนตรวจไม่พบ

เจษฎา คำยอง คือหนึ่งในผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับเอชไอวีมานานกว่าสิบปี เขาเล่าให้เอสบีเอส ไทย ฟังว่าเขาย้ายมาที่ออสเตรเลียขณะยังเป็นเด็กเพื่อติดตามคุณแม่ ปัจจุบันเขาอาศัยและทำงานอยู่ที่เมืองแคนส์ รัฐควีนส์แลนด์

เจษฎาเล่าว่า เขาทราบว่าตัวเองมีเชื้อเอชไอวีตอนอายุประมาณ 21–22 ปี ขณะกลับไปอยู่จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย และเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อสมัครงาน

ผลตรวจออกมามันก็ทำให้เราไม่ได้งานครับ
เจษฎาเปิดเผยกับเอสบีเอส ไทย

เจษฎาบอกว่า ก่อนหน้านั้นขณะอยู่ในออสเตรเลีย เขาตรวจเลือดและป้องกันตัวเองมาโดยตลอด แต่เมื่อกลับไปอยู่ไทย เขายอมรับว่ามีช่วงหนึ่งที่ปล่อยปละละเลย โดยคิดว่าคู่นอนที่เป็นชาวต่างชาติน่าจะไม่มีเชื้อ เนื่องจากไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่าอีกฝ่ายมีเอชไอวี

เขาบอกว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ตระหนักว่าความคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผิด และแม้จะใช้ถุงยางอนามัย แต่มีเหตุการณ์ที่ถุงยางชำรุดโดยไม่ได้ตั้งใจ

หลังทราบผลตรวจ เจษฎาเข้ารับการตรวจซ้ำหลายครั้ง ณ โรงพยาบาลหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อยืนยันผล ก่อนจะยอมรับว่าตัวเองมีเชื้อเอชไอวีและเริ่มต้นใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อ และเดินทางกลับมายังออสเตรเลียเพื่ออาศัยอยู่กับครอบครัวตามเดิม

ประสบการณ์ในช่วงแรกไม่ได้มีเพียงเรื่องสุขภาพ แต่ยังรวมถึงความกลัวต่อการถูกตีตรา โดยเฉพาะจากคนใกล้ตัว เจษฎาเล่าว่าในตอนแรกแทบไม่กล้าบอกใคร และมีเพียงเพื่อนคนหนึ่งที่เขาเคยพูดถึงเรื่องนี้ด้วย แต่เพื่อนกลับคิดว่าเขาพูดเล่น

ความรู้สึกดังกล่าวค่อย ๆ เปลี่ยนไปหลังจากเขาได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการพบจิตแพทย์เป็นเวลาหลายปี และในที่สุดได้พูดคุยกับคนที่เขาเพิ่งรู้จัก ซึ่งไม่ได้มองว่า เอชไอวีเป็นสิ่งที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา

“ฉันไม่ได้สนใจอะไร เธอเป็นแล้วยังไง เธอก็ยังเป็นเพื่อนฉันอยู่ดี” เพื่อนของเจษฎาบอกเขา

เจษฎาบอกว่าเหตุการณ์นั้นเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาก้าวข้ามความกลัว และเริ่มเปิดใจพูดเรื่องเอชไอวีกับคนอื่นมากขึ้น

เชื้อเอชไอวีไม่ใช่โรคร้ายแรงอย่างเมื่อก่อน

ปัจจุบัน เจษฎารับประทานยาทุกวันและไปพบแพทย์ตามนัด โดยมีการตรวจเลือดเป็นระยะ เขาบอกว่าผลตรวจที่ผ่านมาอยู่ในระดับ undetectable หรือไม่พบเชื้อในเลือด และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องทำให้เขารู้สึกสบายใจมากขึ้น

“ถ้าคุณดูแลสุขภาพอยู่อย่างน้อยคุณก็ไม่แพร่เชื้อไปให้ใคร”

เจษฎายังมองว่าการเข้าถึงบริการสุขภาพทางเพศในออสเตรเลียแตกต่างจากประสบการณ์ที่เขาเคยเจอในไทย โดยเฉพาะการไม่ถูกตัดสินจากบุคลากรทางการแพทย์ และการมีองค์กรที่ช่วยเหลือผู้ที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี

เขาจึงอยากให้คนไทยในออสเตรเลียที่ยังลังเลหรือกลัวการเข้ารับบริการ ลองก้าวข้ามความกลัวและเข้าไปขอความช่วยเหลือ

ไปเถอะครับ อันนี้ผมขอพูดเลยนะ ไปเถอะ เพราะว่าเขาไม่ได้มานั่งแบบมาวิเคราะห์ อุ๊ยตายแล้วคุณเป็นคนแบบนี้แบบนี้ ก็คือเขาก็มองเราเป็นคนธรรมดาทั่วไปเลย

สำหรับเจษฎา สิ่งสำคัญคือการเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปหาบริการก่อน เพราะเมื่อเข้าไปแล้ว เขาพบว่ามีคนพร้อมให้ความช่วยเหลือ รวมถึงช่วยเชื่อมต่อกับคนอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์คล้ายกัน

“ส่วนหนึ่งเราต้องก้าวข้ามความกลัวของตัวเองออกไปด้วยครับ ซึ่งถ้าเราก้าวข้ามตรงนี้ได้คือมันจะเปิดโลกมาก”

หลังใช้ชีวิตร่วมกับเอชไอวีมานานกว่าสิบปี เจษฎาบอกว่าเขาไม่ได้มองว่าการมีเชื้อเป็นจุดจบของชีวิตเหมือนที่เคยเข้าใจในอดีต และอยากให้คนทั่วไปมีความเข้าใจเกี่ยวกับเอชไอวีมากขึ้น

“เอชไอวีเดี๋ยวนี้มันไม่ได้อันตรายเหมือนเมื่อก่อน มันไม่ได้เหมือนถึงขั้นว่าเป็นแล้วคุณต้องไปเลย ทุกวันนี้แค่คุณดูแลสุขภาพตัวเอง ไปหาหมอ คุณกินยาอย่างนี้ทุกวัน อยู่ได้สบายแล้ว”

ปัจจุบัน เจษฎาบอกว่าเขากล้าที่จะเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองมากขึ้น เพราะต้องการให้ประสบการณ์ของเขาเป็นประโยชน์กับคนไทยคนอื่น ๆ ที่อาจกำลังเผชิญกับความกลัวหรือความไม่มั่นใจเกี่ยวกับเอชไอวี

ผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีในออสเตรเลียสามารถขอรับการสนับสนุน การรักษาพยาบาลฟรี และบริการเฉพาะทางได้จากองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ

บริการสุขภาพและสุขภาวะทางเพศทางออนไลน์เป็นภาษาไทย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Welcome by emen8

บริการการเข้าถึงยา PrEP โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในออสเตรเลีย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Ending HIV

รัฐวิกตอเรีย - โครงการ Living Positive Victoria หรือ Melbourne Sexual Health Centre

รัฐนิวเซาท์เวลส์ Positive Life NSW หรือ Multicultural HIV and Hepatitis Service (MHAHS)

รัฐควีนส์แลนด์ - Queensland Positive People (QPP) หรือ Queensland Council for LGBTI Health Northern

เขตปกครองนอร์ทเทิร์นแทริทรี - NAPWHA Peer Support

รัฐเซาท์ออสเตรเลีย - South Australia Mobilisation + Empowerment for Sexual Health

แทสเมเนีย - Council on AIDS, Hepatitis and Related Diseases (TAScaHRD)

แคนเบอร์รา - HIV/AIDS Legal Centre (HALC) หรือ Sexual Health Centre

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now