การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำร้อยละ 4.75 และนโยบาย Payday Super ที่จะเริ่มมีผลในเดือนกรกฎาคมเพิ่มแรงกดดันให้ธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องรับมือกับต้นทุนพลังงาน ค่าเช่า วัตถุดิบ และกำลังซื้อที่ชะลอตัวอยู่แล้ว เอสบีเอสไทยพูดคุยกับผู้ประกอบการไทยถึงความท้าทายและทางรอดในปี 2026
ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่
หลังคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ออสเตรเลีย (Fair Work Commission) ประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำร้อยละ 4.75 และเตรียมบังคับใช้นโยบาย Payday Super ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ค่าขนส่ง ค่าวัตถุดิบ ค่าเช่า และดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง
ในภาวะที่ต้นทุนหลายด้านเพิ่มขึ้นพร้อมกัน การบริหารกระแสเงินสดและการรักษาฐานลูกค้ากลายเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในออสเตรเลีย เอสบีเอส ไทย ได้สำรวจเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กของคนไทยในออสเตรเลียเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจผกผัน
คุณจอย เจ้าของร้านอาหารไทยในนครเมลเบิร์น กล่าวว่า วัตถุดิบหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากประเทศไทย มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"ของที่ต้องอิมพอร์ตมาจากไทยก็ขึ้นราคาตามด้วย" เธอกล่าว พร้อมอธิบายว่าผู้ประกอบการต้องเปรียบเทียบราคาจากซัพพลายเออร์หลายรายมากขึ้น เพื่อให้ได้ต้นทุนที่แข่งขันได้
ร้านของเธอเป็นธุรกิจขนาดเล็ก จึงพยายามควบคุมต้นทุนด้วยการซื้อวัตถุดิบบางส่วนด้วยตนเอง แทนการสั่งผ่านระบบจัดส่งทั้งหมด
จอยเปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ร้านมีแผนปรับราคาอาหารบางรายการ โดยให้เหตุผลว่าต้นทุนจากวัตถุดิบนำเข้าและอาหารทะเลปรับตัวสูงขึ้นตามกฎระเบียบและต้นทุนการนำเข้าใหม่
อย่างไรก็ตาม เธอระบุว่าจำนวนลูกค้ายังไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะลูกค้าประจำและลูกค้าที่สั่งผ่าน Uber Eats
"(การสั่งอาหารผ่าน) อูเบอร์อีทยังไม่ลดนะคะ ยังถือว่ายังเหมือนเดิม" เธอกล่าว
จอยแชร์เทคนิคการปรับตัวทางเศรษฐกิจว่าแทนที่จะลดราคาอาหาร ร้านเลือกใช้วิธีเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า เช่น เสิร์ฟอาหารในปริมาณที่เล็กลงในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น
"ถ้าหนึ่ง portion ขายอยู่ที่ 20 ดอลลาร์ เราก็ลด portion มาเป็นครึ่งหนึ่ง บวกข้าว แล้วขายที่ 15.90 ดอลลาร์แทน" เธอกล่าว

ยอดขายยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด
ในนครซิดนีย์ คุณอุ้ม ซานดรา ขนิษฐาประเสริฐ เจ้าของร้านอาหารไทยในย่าน Cabramatta กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารยังไม่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการระบาดของโควิด-19
"ช่วงนี้ก็เงียบ ๆ ไม่คึกคักเหมือนก่อนโควิดค่ะ" เธอกล่าว
เธอระบุว่าต้นทุนหลายด้านปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน ทั้งค่าเนื้อสัตว์ ค่าเดลิเวอรี่ ค่าเช่า และค่าเบี้ยประกันธุรกิจ ส่งผลให้กำไรลดลงอย่างต่อเนื่อง
"ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แล้วกำไรก็จะน้อยลง ๆ" เธอกล่าว
แม้ร้านจะปรับราคาขึ้นมาแล้ว 1-2 ครั้ง แต่ยังคงปริมาณอาหารเท่าเดิมเพื่อรักษาฐานลูกค้า
สำหรับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ คุณอุ้มมองว่ามีผลกระทบอยู่บ้าง แต่ไม่รุนแรง เนื่องจากเป็นธุรกิจครอบครัวและมีพนักงานเพียงสองคน ซึ่งได้รับค่าแรงในระดับที่สูงกว่าขั้นต่ำอยู่แล้ว
เธอเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาธุรกิจคือการดูแลลูกค้าประจำ
"เวลาคุยกับลูกค้า เราต้องฟังลูกค้าว่าลูกค้าต้องการอะไร" เธอกล่าว
ยอมลดกำไรเพื่อรักษาฐานลูกค้า
ด้านคุณเพ็ญภร ภูวภัทรภร ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทขนส่งระหว่างประเทศในนครซิดนีย์ กล่าวว่า แม้ธุรกิจยังคงมีลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แต่ต้นทุนการดำเนินงานได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
"ช่วงที่มีสงคราม ก็จะมีเรื่องภาษีน้ำมันเพิ่มขึ้น" เธอกล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทเลือกที่จะยังไม่ปรับขึ้นราคาค่าบริการ พร้อมยอมรับว่าการตัดสินใจดังกล่าวทำให้กำไรต่อหน่วยลดลง แต่ช่วยรักษาฐานลูกค้าในระยะยาวได้ และเธอเปิดเผยวิธีการปรับตัวโดยเสนอทางเลือกที่หลากหลายและอาจจะถูกลงสำหรับลูกค้า
"เรายังคงราคาเดิมให้ลูกค้า เรายังไม่ขึ้นราคา หากลูกค้าต้องการส่งสินค้าทางอากาศ บริษัทจะเสนอทางเลือกเป็นการขนส่งทางเรือ ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า แม้จะใช้เวลานานขึ้น"

ผู้เชี่ยวชาญเตือน "กระแสเงินสด" คือโจทย์ใหญ่
คุณนุ้ย ไนท์ฮาร์ด จากนครบริสเบน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่มีประสบการณ์ทำงานในภาคส่วนนี้ของออสเตรเลียมากว่า 10 ปี กล่าวว่า ผู้ประกอบการในปัจจุบันไม่ได้เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นการสะสมของต้นทุนหลายด้านพร้อมกัน
"ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ค่าพลังงาน และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยกดดันผู้ประกอบการ" เธอกล่าว
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงระบบ Payday Super ซึ่งกำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินซูเปอร์พร้อมเงินเดือนพนักงาน แทนการจ่ายเป็นรายไตรมาส จะส่งผลโดยตรงต่อการบริหารกระแสเงินสดของธุรกิจ
"การเปลี่ยนแปลงพวกนี้มันทำให้มีผลกระทบต่อการบริหารกระแสเงินสดโดยตรงของผู้ประกอบการเลยค่ะ" เธอกล่าว
เธอแนะนำให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และความเสี่ยงของธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงแยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีธุรกิจ และจัดสรรเงินสำหรับภาษี GST และ Super ไว้ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสภาพคล่องในอนาคต
"คนที่รู้จักปรับตัวได้มากที่สุด ก็จะรอดได้มากที่สุด" เธอกล่าว
พร้อมทิ้งท้ายว่า ผู้ประกอบการไม่ควรเผชิญปัญหาเพียงลำพัง เพราะในชุมชนไทยยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี การเงิน และกฎหมาย ที่สามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือได้
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ





