ยากลุ่ม GLP-1 แบบฉีดหรือที่หลายคนเรียกว่า "ปากกาลดน้ำหนัก" ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่คนไทยในออสเตรเลีย ทั้งในกลุ่มผู้ที่ได้รับยาจากแพทย์เพื่อรักษาโรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือภาวะทางสุขภาพอื่นๆ และผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักด้วยเหตุผลด้านรูปลักษณ์ ท่ามกลางกระแสการพูดถึงประสิทธิภาพของยาและการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น คุณแทมมี หญิงไทยในเมลเบิร์น เล่าประสบการณ์การใช้ยา GLP-1 ภายใต้การดูแลของแพทย์ พร้อมสะท้อนว่า เบื้องหลังการตัดสินใจใช้ยาไม่ได้มีเพียงเรื่องน้ำหนัก แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเครียด สุขภาพจิต และแรงกดดันจากมาตรฐานความงามที่เธอพบระหว่างการใช้ชีวิตในออสเตรเลีย
ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่
รายงานนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้แนะนำหรือรับรองยา การรักษา หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ เป็นพิเศษ ไม่ได้มีเจตนาที่จะใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
คำเตือน เนื้อหาในรายงานนี้มีการพูดถึงปัญหาสุขภาพจิต
หากคุณเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย และเป็นสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊กชุมชนคนไทย คุณอาจเห็นโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับ ‘ปากกาลดน้ำหนัก’ ผ่านตาอยู่หลายครั้ง
ปากกาลดน้ำหนักที่หลายคนตามหานั้นหมายถึงผลิตภัณฑ์แบบฉีดที่มีสารกระตุ้นตัวรับ GLP-1 (เช่น เซมากลูไทด์, ไทเซพาไทด์, ลิรากลูไทด์) เป็นสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบเปปไทด์ GLP-1 ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และถูกออกแบบมาเพื่อเลียนแบบผลลัพธ์เดียวกัน ยาเหล่านี้เป็นยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น และใช้ในการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และในบางกรณีใช้ในการควบคุมน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ อ้างอิงจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและเวชภัณฑ์ของออสเตรเลีย หรือ Therapeutic Goods Administration (TGA)
เอสบีเอส ไทย ได้พูดคุยกับแทมมี หรือสุชาวดี สุขเจริญ ผู้หญิงไทยในเมลเบิร์นที่เล่าประสบการณ์การใช้ยากลุ่ม GLP-1 ของเธอภายใต้การดูแลของแพทย์ทั่วไป หรือ General Practicioner (GP) และเปิดเผยว่าการใช้ชีวิตไกลบ้านเพียงลำพังส่งผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจของเธออย่างไรบ้าง
แทมมีเล่าว่าเธอเดินทางมานครเมลเบิร์นเพื่อเรียนต่อปริญญาโทด้านไบโอเคมี ที่มหาวิทยาลัยสวินเบิร์น และนี่เป็นการย้ายมาอยู่ต่างประเทศระยะยาวเป็นครั้งแรกของเธอ
“เราเริ่มมีความเครียดสะสมตั้งแต่ตั้งแต่มาเมลเบิร์นลย เรามาเจอกับสภาพอากาศที่มันไม่เหมือนกันกับที่ไทยเลย แล้วก็เรื่องภาษา เรื่องแบบเราจะกินข้าวอะไร เราไม่รู้ว่าต้องไปตรงไหน”
เธอเล่าว่า ความเครียดจากการปรับตัวค่อย ๆ สะสมตั้งแต่เดินทางมาถึงออสเตรเลีย ส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นจนค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกินเกณฑ์
เมื่อเห็นว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้น เธอพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร แต่ไม่เห็นผล
“เราก็ไปเล่นยิม ไปสมัครยิม ออกกำลังกาย 3-4 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณสองชั่วโมง ออกกำลังกายหนักมาก แล้วก็คุมอาหารด้วย แต่ว่าอาจจะไม่ได้เคร่งมาก แล้วก็น้ำหนักยังไม่ได้ลดลง”
เมื่อเวลาผ่านไปแทมมียังคงใช้ชีวิตในนครเมลเบิร์น เรียนหนังสือ และพยายามจัดการกับความเครียดและความรู้สึกโดดเดี่ยว แต่เธอพบว่าสุขภาพจิตเริ่มย่ำแย่ จนมีอาการแพนิกและร้องไห้เป็นประจำ
เธออธิบายว่า ความเครียดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากน้ำหนักตัว แต่เป็นการใช้ชีวิตในต่างประเทศ การเรียน และการไม่มีครอบครัวหรือเครือข่ายสนับสนุนเหมือนตอนอยู่ประเทศไทย
“เริ่มมีภาวะความเครียดมากขึ้นจากเดิม เริ่มมีภาวะ panic attack เริ่มร้องไห้บ่อยขึ้น ตื่นมาสิ่งแรกก็คือร้องไห้ ก่อนนอนก็ร้องไห้”
เมื่อใกล้เรียนจบ ความกดดันยิ่งเพิ่มขึ้น วีซ่านักเรียนของแทมมีใกล้จะหมดอายุ เธอต้องย้ายออกจากหอพัก และภาระค่าใช้จ่าย ทำให้เธอตัดสินใจกลับไปพบแพทย์ทั่วไป เพื่อขอความช่วยเหลือ แพทย์จ่ายยารักษาอาการวิตกกังวล (anxiety) และแนะนำให้เข้ารับการบำบัดควบคู่กันไป แต่หลังเริ่มใช้ยา น้ำหนักของเธอกลับเพิ่มขึ้นอีก
แม้จะยังคงออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพ และพยายามปรับพฤติกรรม แต่เธอบอกว่าไม่สามารถควบคุมน้ำหนักได้ จึงกลับไปปรึกษาแพทย์อีกครั้ง ก่อนจะได้รับคำแนะนำให้เริ่มใช้ยากลุ่ม GLP-1
แทมมีเริ่มใช้ยากลุ่ม GLP-1 ภายใต้การดูแลของแพทย์ เธอค่อย ๆ ปรับขนาดยาเป็นลำดับตามแผนการรักษา ปัจจุบันเธออยู่ในช่วงลดยาเพื่อหยุดใช้
แม้หลายคนจะมองว่ายากลุ่ม GLP-1 เป็น "ยาลดน้ำหนัก" แต่คุณแทมมี่บอกว่า สำหรับเธอ ยาไม่ใช่คำตอบทั้งหมด และไม่ได้ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นโดยอัตโนมัติ
เธอย้ำว่า ตลอดระยะเวลาการรักษา แพทย์ยังคงติดตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตทุกครั้งที่เข้ารับการตรวจ และการใช้ยาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอหากไม่ปรับพฤติกรรมร่วมด้วย
“GLP-1 มันไม่ใช่ยาวิเศษ ทุกครั้งที่ไปหาหมอ คุณหมอจะถามตลอดว่าเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหรือยัง เราออกกำลังกายแค่ไหน”
สินค้ายอดนิยมในกลุ่มคนไทย
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีคนไทยในออสเตรเลียประกาศซื้อขายหรือหาซื้อยากลุ่ม GLP-1 จากคนไทยด้วยกันเอง คุณแทมมี่กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการซื้อยานอกระบบ และแนะนำให้เข้ารับการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์
เธอให้เหตุผลว่า ผู้ที่ต้องการใช้ยาควรได้รับการประเมินสุขภาพก่อน เพราะยากลุ่ม GLP-1 ยังเป็นยาที่ค่อนข้างใหม่ และผลกระทบในระยะยาวยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด
“แนะนำว่าควรไปเจาะเลือดดูอย่างละเอียด มันคือยาใหม่ด้วย ไม่มีใครทราบว่าในระยะยาวมันจะมี ผลข้างเคียงอะไรบ้าง”
นอกจากนี้ เธอยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ซื้อไม่สามารถมั่นใจได้ว่ายาที่ได้มานั้นเป็นของแท้
อย่างไรก็ตาม จากการหาข้อมูลของเอสบีเอสไทยพบว่า ยากลุ่ม GLP-1 ที่ซื้อขายกันในกลุ่มเฟซบุ๊กคนไทยในออสเตรเลียนั้นไม่เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่ TGA กำหนด เนื่องจากเป็นการซื้อขายโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ และมีสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศไทยโดยส่วนตัวเพื่อนำมาขายเชิงพาณิชย์
TGA ได้ออกแถลงการณ์เมื่อปีที่แล้วว่าด้วยผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก GLP-1 ที่นำเข้าโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน และซื้อขายทางออนไลน์นั้นอาจเป็นผลิตภัณฑ์ของปลอม อาจมีส่วนผสมที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เปิดเผย และอาจเป็นอันตราย และอาจไม่ตรงตามมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติจาก TGA สำหรับการจำหน่ายในออสเตรเลีย
ข้อมูลสำหรับผู้บริโภคจากเว็บไซต์ของ TGA
- ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลาก GLP-1 เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำหรือสั่งจ่ายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
- ปรึกษาผู้ให้บริการด้านสุขภาพของคุณเสมอก่อนใช้ยาที่นำเข้าหรือยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน หากคุณกำลังพิจารณาซื้อยาจากต่างประเทศ โปรดดูวิดีโอสั้นนี้ - เว็บไซต์ภายนอก เกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการซื้อยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ทางออนไลน์
- เพื่อความปลอดภัยของคุณ ควรซื้อยาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเสมอ และปรึกษาผู้ให้บริการด้านสุขภาพหรือร้านขายยาที่ขึ้นทะเบียนในพื้นที่ของคุณ
- หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ หากคุณมีข้อกังวลใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้หรือผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน โปรดขอคำแนะนำจากแพทย์
หากคุณต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต โปรดติดต่อหน่วยงานด้านล่าง
Lifeline 13 11 14 www.lifeline.org.au
Butterfly Foundation national helpline: 1800 334 673
Chat online: butterfly.org.au/get-support/chat-online
Email: support@butterfly.org.au
National Eating Disorders Collaboration: nedc.com.au
InsideOut: insideoutinstitute.org.au
Head to Health: headtohealth.gov.au
Life in Mind: lifeinmind.org.au
QLife: 1800 184 527 | qlife.org.au
SANE Australia Helpline: 1800 18 SANE (7263) sane.org
Beyond Blue support service line: 1300 22 46 36
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ





