ผู้โดยสาร Uber เตรียมจ่ายค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่ม หลังราคาพุ่งสูงขึ้น

Calling for an Uber (SBS).jpg

ภาพเรียกรถอูเบอร์ Source: SBS

ผู้บริโภคในออสเตรเลียจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมน้ำมันชั่วคราวสำหรับการใช้บริการ Uber หากเลือกเดินทางด้วยรถยนต์ที่ใช้น้ำมันหรือไฮบริด มาตรการใหม่นี้จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันพุธ และจะสิ้นสุดในวันที่ 8 มิถุนายน โดยเกิดขึ้นในช่วงที่ภาคการขนส่งกำลังปรับค่าธรรมเนียมเพื่อรับมือกับวิกฤตราคาน้ำมันที่ยังคงดำเนินอยู่


ตั้งแต่วันพุธนี้ ผู้บริโภคในออสเตรเลียอาจต้องเผชิญค่าโดยสาร Uber ที่สูงขึ้น หลังบริษัทประกาศมาตรการใหม่เพื่อช่วยเหลือคนขับรับมือกับวิกฤตราคาน้ำมันที่ยังคงต่อเนื่อง

ในช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้า ผู้โดยสารทั่วประเทศจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 5 เซนต์ต่อกิโลเมตร

Uber ระบุในแถลงการณ์ว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะส่งตรงถึงคนขับ เพื่อช่วยครอบคลุมต้นทุนค่าน้ำมัน

"บริษัทระบุว่า มาตรการนี้ ต่อยอดจากการปรับค่าโดยสารทั่วประเทศ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคนขับ และสะท้อนความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงรายได้ของผู้ขับขี่"

มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง Uber เข้าหารือกับสหภาพแรงงานขนส่ง (Transport Workers' Union)

ด้านไมเคิล เคน เลขาธิการระดับชาติของสหภาพ ระบุว่า คนขับรถร่วมโดยสารดังกล่าว ยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับพนักงานในภาคขนส่งอื่น ๆ เขากล่าวว่า

"ก่อนหน้านี้ คนขับ Uber และผู้ทำงานในระบบไรด์แชร์ ต้องรับภาระต้นทุนเหล่านี้ด้วยตนเอง ซึ่งไม่ยั่งยืน และสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อรายได้และครอบครัว หากยังต้องการประกอบอาชีพต่อไป"

ขณะเดียวกัน Uber ระบุว่า บริการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะได้รับการยกเว้นจากค่าธรรมเนียมน้ำมัน โดยผู้โดยสารสามารถเลือกใช้บริการดังกล่าวผ่านตัวเลือก Uber Green

มาตรการใหม่นี้มีขึ้นหลังจากแพลตฟอร์มในเครืออย่าง Uber Eats ได้เปิดตัวเงินช่วยเหลือชั่วคราวสำหรับผู้ส่งอาหาร เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น

เอ็ด คิทเชน ผู้จัดการทั่วไปของ Uber Eats ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมผู้ส่งอาหารที่เดินทางเกิน 100 กิโลเมตร โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือในอัตรา 5 ดอลลาร์ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 2 เดือน

ด้านเคนกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมก็ได้เริ่มดำเนินมาตรการในลักษณะเดียวกันเช่นกัน ไมเคิล เคน ระบุว่า

"ผู้ให้บริการไรด์แชร์รายอื่นอย่าง Didi ก็ได้ดำเนินมาตรการในลักษณะเดียวกันไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ภาคขนส่งทางถนน บริษัทขนาดใหญ่ในห่วงโซ่อุปทาน เช่น วูลเวิร์ธส์ (Woolworths) และ และ โคลส์ (Coles) ได้ปรับรอบการจ่ายเงินให้เร็วขึ้นจากรายเดือนเป็นทุกสองสัปดาห์"

อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า ยังมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมขนส่งทางถนนอีกประมาณร้อยละ 85 ที่ยังไม่ได้รับการดูแลจากมาตรการดังกล่าว

ด้านสหภาพแรงงานขนส่ง (Transport Workers’ Union) ได้ยื่นคำร้องเร่งด่วนต่อคณะกรรมาธิการแฟร์เวิร์ก (Fair Work Commission) เพื่อขอให้มีการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากราคาน้ำมันยังลุกลามไปยังภาคการบิน โดยสายการบินแควนตัส (Qantas) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ต้นทุนเชื้อเพลิงในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณเป็นสูงถึง 3.3 พันล้านดอลลาร์ พร้อมประกาศว่าจะทบทวนค่าโดยสารทุกสองสัปดาห์ตั้งแต่เดือนมีนาคม

สายการบินยังยืนยันว่าจะลดจำนวนเที่ยวบินภายในประเทศ ขณะที่ เจ็ทสตาร์ (Jetstar) ระบุว่าจะลดเที่ยวบินระหว่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ด้านซัลลี แมคมานัส เลขาธิการสภาสหภาพแรงงานออสเตรเลีย เรียกร้องให้มีการปรับเพิ่มค่าเบี้ยเลี้ยงยานพาหนะสำหรับแรงงาน พร้อมเตือนว่า

"หากค่าจ้างไม่ปรับตามค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวได้ และมีแนวโน้มที่แรงงานจะเรียกร้องการขึ้นค่าจ้างมากขึ้นในอนาคต"

ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now