The Big Brief: คนออสเตรเลียรุ่นใหม่ไม่ถึงครึ่งเชื่อว่า ประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่ดีที่สุดเสมอไป

ALC THAI THE BIG BRIEF - BSP HEADER (4).jpg

Credit: NIKKI SHORT/AAPIMAGE

ผลการวิจัยล่าสุดพบว่า คนออสเตรเลียรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามต่อระบอบประชาธิปไตย โดยพบว่า มีเยาวชนออสเตรเลียไม่ถึงครึ่งที่เชื่อว่า ประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่ดีที่สุดเสมอไป


สรุปประเด็นสำคัญ
  • งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) พบว่า แม้ชาวออสเตรเลียโดยรวมยังสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย แต่หลายคนเริ่มไม่พึงพอใจกับผลลัพธ์ของระบบดังกล่าว
  • ขณะที่คนอายุ 75 ปีขึ้นไปถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่ดีกว่า แต่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ระดับการสนับสนุนกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ผลการวิจัยล่าสุดพบว่า คนออสเตรเลียรุ่นใหม่ไม่ถึงครึ่งเชื่อว่า ประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่ดีที่สุดเสมอไป ท่ามกลางความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่าง ๆ ที่ลดลง

รายงานของ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) ยังระบุว่า ภัยพิบัติระดับชาติในช่วงที่ผ่านมา เช่น น้ำท่วมและไฟป่า ได้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน และยังเผยให้เห็นรูปแบบของ ความไม่เท่าเทียมและการถูกกันออกจากระบบในสังคมบางกลุ่ม

รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีระบุว่า แม้ชาวออสเตรเลียโดยรวมยังคงสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยในหลักการ แต่หลายคนกลับรู้สึกไม่พึงพอใจกับผลลัพธ์ของระบบดังกล่าว

งานวิจัยพบว่า มีชาวออสเตรเลียอายุระหว่าง 18 ถึง 24 ปี เพียงไม่ถึง 44 เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นว่า ประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่ดีที่สุดเสมอไป เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไปเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ ที่เลือกการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในทุกกรณี

ขณะที่ในกลุ่มอายุ 65 ถึง 74 ปี มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าประชาธิปไตยเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์

รายงานยังพบว่า อายุไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่บ่งชี้ระดับการสนับสนุนประชาธิปไตย โดยระดับการศึกษาก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน

ผลการศึกษาระบุว่า เกือบสองในสามของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 34 ปีและจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย สนับสนุนระบอบประชาธิปไตย ขณะที่ตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือเพียง ประมาณหนึ่งในห้า ในกลุ่มผู้ที่เรียนไม่จบมัธยมศึกษาหรือมีวุฒิการศึกษาหลังมัธยมที่ไม่ใช่ระดับมหาวิทยาลัย

รายงานระบุว่า เมื่อควบคุมปัจจัยด้านอายุแล้ว พบว่า ระดับการศึกษามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการสนับสนุนประชาธิปไตย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ความแตกต่างทางสังคมที่ชัดเจนตามระดับการศึกษา

นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มสนับสนุนประชาธิปไตยน้อยกว่าผู้ชายโดยรวม ขณะที่ ผู้ที่มีศาสนามีแนวโน้มสนับสนุนประชาธิปไตยมากกว่า

ความเหลื่อมล้ำและแรงกดดันทางการเงิน

รายงานยังชี้ว่า มุมมองต่อความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจมีผลต่อการสนับสนุนประชาธิปไตย โดยผู้ที่เชื่อว่าการกระจายรายได้ในออสเตรเลียมีความเป็นธรรม มีถึง 78 เปอร์เซ็นต์ที่สนับสนุนประชาธิปไตย

ขณะที่ตัวเลขลดลงเหลือ 59 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มที่มองว่าการกระจายรายได้ไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน ผู้ที่กำลังเผชิญ แรงกดดันทางการเงิน มีแนวโน้มพึงพอใจกับระบบการปกครองน้อยกว่า

รายงานระบุว่า ความรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมและโอกาสที่จำกัด เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อธิบายความแตกต่างในระดับการสนับสนุนประชาธิปไตยของประชาชน.

ผลสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างเดือนตุลาคมปี 2024 และหลังการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 2025 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณสองในสามถึงสามในสี่ พึงพอใจกับการทำงานของระบบการปกครองในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม นิโคลัส บิดเดิล ผู้ร่วมเขียนรายงาน ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวหมายความว่า เกือบหนึ่งในสามของชาวออสเตรเลียยังคงมีท่าทีลังเลต่อประชาธิปไตย หรือไม่มั่นใจในประโยชน์ของระบบนี้

ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการไต่สวนพิเศษ (Royal Commission) ว่าด้วย การต่อต้านชาวยิวและความสามัคคีในสังคม

ซึ่งจัดตั้งขึ้นหลังเหตุโจมตีใน บอนได จะพิจารณาประเด็นการเสริมสร้างการสนับสนุนต่อ ประชาธิปไตย เสรีภาพ และหลักนิติธรรม โดยมองว่าเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับ การต่อต้านชาวยิวและความเกลียดชังแนวสุดโต่ง

“สำหรับคณะกรรมาธิการไต่สวนพิเศษครั้งนี้ หมายความว่า การเสริมสร้างความสามัคคีในสังคมไม่สามารถพึ่งพาเพียงการบังคับใช้กฎหมาย การเฝ้าระวัง หรือการตอบสนองหลังเกิดเหตุการณ์ต่อต้านชาวยิวเท่านั้น” รายงานระบุ

“แต่ยังต้องจัดการกับปัจจัยเชิงโครงสร้างและทัศนคติที่บั่นทอนความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตยด้วย ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ความตึงเครียดทางการเงินที่ยืดเยื้อ ความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อสถาบันทางการเมือง และความมองโลกในแง่ลบต่อโอกาสในการเลื่อนฐานะทางสังคม”

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now