ประเด็นสำคัญในข่าว
- คณะกรรมาธิการแฟร์เวิร์ก (Fair Work Commission) ได้ตัดสินใจปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีก 5.75%
- การเปลี่ยนแปลงจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้อัตราค่าจ้างต่ำสุดตามกฎหมายเพิ่มขึ้นจาก 21.38 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงเป็น 22.88 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง หรือหากเป็นเงินเดือนเทียบเท่างานเต็มเวลาขั้นต่ำตามกฎหมาย จะเพิ่มขึ้นเป็น 45,337 ดอลลาร์ต่อปี
- ก่อนหน้านี้ สภาสหภาพแรงงานได้เรียกร้องให้ปรับขึ้นไปอีกร้อยละ 7 ส่วนกลุ่มนายจ้างเตือนว่า การปรับขึ้นในอัตราในก็ตามที่เกินกว่า 4% จะเป็นสิ่งที่ “ไร้ความรับผิดชอบ”
คณะกรรมาธิการแฟร์เวิร์ก (Fair Work Commission) มีมติปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแห่งชาติ และอัตราค่าจ้างตามอัตราเฉพาะอุตสาหกรรม (award rate) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.75 ในการพิจารณาค่าจ้างประจำปี ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ซึ่งคนทำงานในออสเตรเลียราว 2.7 ล้านคนจะได้รับผลโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
เมื่อปีที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการแฟร์เวิร์กได้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำร้อยละ 5.2 ซึ่งนับเป็นการเพิ่มมากที่สุดในรอบ 16 ปี
จากเอกสารประกอบการพิจารณาค่าจ้างแห่งชาติ มากกว่า 100 หน้า ได้ระบุถึง “การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด” ของภาวะเงินเฟ้อเป็นร้อยละ 5.1 ในช่วงเดือนมีนาคมปีก่อนถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 ที่ผ่านมา
แต่ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 6.8 ในรอบเดือนเมษายนปีก่อนจนถึงเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งได้แรงหนุนจากต้นทุนที่อยู่อาศัย อาหาร และการขนส่งที่เพิ่มขึ้น เราจะคาดหวังอะไรได้บ้างจากการตัดสินใจในปีนี้
การขึ้นค่าจ้างที่ได้รับการเสนอ
คณะกรรมาธิการแฟร์เวิร์ก ได้มีคำตัดสินเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ หลังการพิจารณาข้อโต้แย้งต่าง ๆ จากสหภาพแรงงาน กลุ่มนายจ้าง รัฐบาลกลาง รวมถึงรัฐบาลรัฐและมณฑล ที่นำเสนอผ่านการยื่นข้อเสนอและทางวาจา โดยก่อนหน้านี้ สภาสหภาพแรงงานแห่งออสเตรเลีย (Australian Council of Trade Unions หรือ ACTU) ได้ยื่นข้อเสนอให้มีการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำและค่าจ้างตามอุตสาหกรรมร้อยละ 7
การตัดสินใจดังกล่าวจะทำให้อัตราค่าจ้างของคนทำงานรับค่าจ้างต่ำสุดตามกฎหมายเพิ่มขึ้น
- จาก 21.38 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง เพิ่มเป็น 22.88 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง
- และเงินเดือนเทียบเท่างานเต็มเวลาขั้นต่ำจะเพิ่มขึ้นเป็น 45,337 ดอลลาร์ต่อปี (เพิ่มจากเดิมอีก 3,000 ดอลลาร์)
รายงานจากแฟร์เวิร์กอ้างอิงผลกำไรของบริษัทต่าง ๆ “ที่แข็งแรง” ในปี ค.ศ.2022 และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นต่อ ครัวเรือนของพนักงาน โดยดัชนีค่าครองชีพสำหรับลูกจ้างโดยสำนักงานสถิติแห่งออสเตรเลีย (ABS Living Cost Index for Employee) ในเดือนธันวาคมปี 2021 ถึงเดือนธันวาคม 2022 อยู่ที่ร้อยละ 9.3 ซึ่งคิดเป็น 3 เท่าของดัชนีราคาผู้บริโภคที่ร้อยละ 3.3 ในช่วงเวลาเดียวกัน
ด้านหอการค้าและอุตสาหกรรมออสเตรเลีย (The Australian Chamber of Commerce and Industry) ต้องการที่จะให้ค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นไปที่ร้อยละ 4 โดยระบุว่าอัตราใดที่สูงกว่านี้ “จะเป็นสิ่งที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างมาก” และ “มีเพียงแต่จะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และยืดระยะเวลาของเงินเฟ้อในระดับสูงออกไปให้นานขึ้น”
อย่างไรก็ดี รัฐบาลกลางไม่ได้รวบรวมอัตราต่าง ๆ ที่ได้รับการเสนอ แต่ระบุว่า “รัฐบาลแนะนำให้คณะกรรมาธิการการแฟร์เวิร์ก (Fair Work Commission) ทำให้แน่ใจว่าค่าจ้างที่แท้จริงของคนทำงานที่ได้รับค่าจ้างต่ำสุดตามกฎหมายในออสเตรเลียจะไม่ถอยหลัง”
ปัจจัยใดบ้างที่คณะกรรมาธิการแฟร์เวิร์กพิจารณา
การตัดสินใจของคณะกรรมาธิการแฟร์เวิร์ก เกิดขึ้นโดยคณะกรรมการอิสระ 7 คน พิจารณาจากข้อมูลที่ขัดแย้งกันในขณะนั้น ซึ่งมีพระราชบัญญัติการจ้างงานที่เป็นธรรม ค.ศ. 2009 (Fair Work Act 2009) ซึ่งสะท้อนของตัวชี้วัดต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ เช่น อัตราเงินเฟ้อและการเติบโตของการจ้างงาน ตลอดจนความต้องการของผู้มีค่าจ้างต่ำ
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ซู ริชาร์ดสัน (Sue Richardson) จากมหาวิทยาลัยฟลินเดอส์ เป็นหนึ่งในคณะผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมาธิการแฟร์เวิร์กเป็นเวลา 9 ปีจนถึงปี ค.ศ. 2019 กล่าวว่า เป็นการกระทำอันสมดุลที่จะพิจารณาเรื่องของการแข่งขัน ข้อโต้แย้ง และประเด็นข้อมูล
“มันไม่ใช่สูตรทางกลไก มันถือว่าเป็นการตัดสินโดยอาศัยหลักฐานทั้งหมด” ศ.กิตตุคุณริชาร์ดสันกล่าว
ศาสตราจารย์ริชาร์ดสัน กล่าวว่า ภาพรวมของการจ้างงานนั้นดูแข็งแรง แต่อัตราเงินเฟ้อและผลิตผลของแรงงานกำลังลดปัจจัยต่าง ๆ
“จำนวนชั่วโมงในการทำงานเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในปีที่แล้ว โดยเพิ่มขึ้น 7%” ศ.กิตตุคุณริชาร์ดสันกล่าว
“การว่างงานของเยาวชนลดลง และประชากรวัยทำงานได้รับการจ้างงานในสัดส่วนที่สูง”
“ในส่วนหน้าของการจ้างงาน สิ่งต่าง ๆ ดูดีจริง ๆ แต่หลังจากนั้นเราก็มีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อ และผลิตผลแรงงานก็ลดลง”
รศ.ไมเคิล ด็อกเคียรี (Michael Dockery) จากมหาวิทยาลัยเคอร์ติน กล่าวว่า การพยายามควบคุมภาวะเงินเฟ้อไปพร้อมกับการตอบสนองต่อแรงกดดันจากค่าครองชีพนั้นเป็นเรื่องยาก
“การปรับค่าทางดัชนีอย่างเต็มรูปแบบ หมายถึงการป้อนเข้าสู่อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่บางครั้งเรียกว่าเกลียวราคาค่าจ้าง เพราะเมื่อค่าจ้างสูงขึ้นก็จะเป็นการบังคับให้ราคาสูงขึ้น” รศ.ด็อกเคียรีกล่าว
ค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในโลก
องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) จัดให้ออสเตรเลียอยู่ใน 5 อันดับแรกของค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศต่าง ๆ โดยวัดจากค่าจ้างขั้นต่ำจริงต่อชั่วโมงในปี ค.ศ.2021 โดยประเทศในอันดับ 1 คือลักเซมเบิร์ก (13.4 ดอลลาร์สหรัฐ) ตามมาด้วยออสเตรเลีย (12.8 ดอลลาร์สหรัฐ) ในอันดับ 2 ฝรั่งเศสในอันดับ 3 (12.6 ดอลลาร์สหรัฐ) เยอรมนีในอันดับ 4 (12.2 ดอลลาร์สหรัฐ) และนิวซีแลนด์ในอันดับ 5 (11.9 ดอลลาร์สหรัฐ)
ศ.มาร์ค วูดเด็น (Mark Wooden) จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น กล่าวว่า แนวทางของออสเตรเลียในการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำนั้นไม่เหมือนใคร
“ไม่มีใครอีก (นอกออสเตรเลีย) ที่มีระบบกำหนดค่าจ้างรายอุตสาหกรรมที่มีความแข็งแรงมาก (โดยคณะกรรมาธิการแฟร์เวิร์ก) สำหรับคนทำงานจำนวนมากกเกือบ 1 ใน 4 ของตลาดแรงงาน” ศ.วูดเด็นกล่าว

“ในประเทศอื่น ๆ โดยพื้นฐานแล้วมีค่าจ้างขั้นต่ำเพียงอัตราเดียวที่กำหนดโดยรัฐบาล และจะมีผลกับคนทำงานเพียงระหว่าง 2-5% ของทั้งตลาดแรงงาน”
ทั้งนี้ ระบบค่าจ้างรายอุตสาหกรรมมีผลบังคับใช้ในออสเตรเลียตั้งแต่ปี ค.ศ.1907 โดยในปัจจุบันครอบคลุม 130 อุตสาหกรรม ตั้งแต่คนทำงานในธุรกิจบริการไปจนถึงนักบิน ส่วนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแห่งชาตินั้นได้มีการเริ่มใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1997 โดยการตัดสินใจในส่วนของค่าจ้างขั้นต่ำจะกำหนดรายได้พื้นฐานสำหรับคนทำงาน ซึ่งในบางกรณีอาจมากกว่าคนทำงานที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงขององค์กร (enterprise agreement)
ศ.วูดเด็น กล่าวว่า การดูจำนวนเงินดอลลาร์ของค่าจ้างขั้นต่ำเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกเรื่องราวได้ทั้งหมด
“คุณต้องระมัดระวัง (การเปรียบเทียบ) เพราะบางประเทศที่มีค่าจ้างขั้นต่ำสัมพัทธ์สูงที่สุดนั้นเป็นประเทศโลกที่สามที่มีมาตรฐานการครองชีพต่ำมาก” เขากล่าว
ด้าน ศ.กิตติคุณ ริชาร์ดสัน กล่าวว่า นักเศรษฐศาสตร์คนอื่น ๆ ในประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ต่างสงสัยว่าออสเตรเลียบรรลุอัตราการว่างงานต่ำเพียงร้อยละ 3.7 ได้อย่างไร เมื่อพิจารณาจากค่าจ้างขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูง
“ฉันไม่ได้บอกว่าเรามีการกระจายรายรับจากค่าจ้างที่เท่าเทียมกันหรือยุติธรรม เรามีคนที่จ่าย (ค่าจ้าง) มากกว่าคนอื่น ๆ” ศ.กิตติคุณ ริชาร์ดสัน กล่าว
"แต่ในแง่ของการให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่ไม่มีอำนาจต่อรองในที่ทำงาน ฉันคิดว่าเราทำได้ดีทีเดียว โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำตามจริง ยังมีคำถามใหญ่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดอยู่"

ในเวลาที่อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศ OECD สูงที่สุดในรอบ 40 ปี องค์กรดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสมาชิกใน 38 ประเทศระบุว่า อัตราเงินเฟ้อกำลังส่งผลกระทบต่อครัวเรือนที่มีรายได้น้อยมากที่สุด เช่นเดียวกับข้อสรุปในรายงานค่าจ้างทั่วโลกประจำปี (Global Wage Report) ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organisation หรือ ILO)
“การปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้เหมาะสมอาจเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากร้อยละ 90 ของประเทศสมาชิก ILO มีระบบค่าจ้างขั้นต่ำอยู่แล้ว” รายงานดังกล่าวระบุ
คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์ sbs.com.au/thai
บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ facebook.com/sbsthai
