ออสฯ เตรียมร่นระยะวัคซีนโควิดเข็มกระตุ้นเหลือ 4 เดือน

นายเกร็ก ฮันท์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของออสเตรเลีย เผยกำหนดปรับลดระยะห่างวัคซีนเข็มกระตุ้นหลังฉีดเข็มที่สองเป็น 4 เดือนเริ่ม 4 ม.ค.นี้ ก่อนร่นลงเป็น 3 เดือนตั้งแต่ 31 ม.ค.

Minister for Health and Aged Care Greg Hunt.

Up to 57,000 nurses and 100,000 staff will be diverted from private hospitals to support COVID-affected areas. Source: AAP

รัฐบาลสหพันธรัฐเตรียมปรับลดระยะเว้นช่วงระหว่างวัคซีนโควิด-19 เข็มที่สองกับวัคซีนเข็มกระตุ้น (บูสเตอร์) เป็น 4 เดือน ตามคำแนะนำของกลุ่มที่ปรึกษาด้านเทคนิคเกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกันโรคแห่งออสเตรเลีย (Australian Technical Advisory Group on Immunisation หรือ ATAGI)

วันนี้ (24 ธ.ค.) นายเกร็ก ฮันท์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของออสเตรเลีย เผยกำหนดปรับระยะเว้นช่วงวัคซีนเข็มกระตุ้นนับจากเข็มที่สอง จากเดิม 5 เดือนเป็น 4 เดือนตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม แล้วร่นลงเป็น 3 เดือนตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม เป็นต้นไป

“ตามคำแนะนำของกลุ่มที่ปรึกษาด้านเทคนิคเกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกันโรคแห่งออสเตรเลีย ไม่น่าแปลกใจที่เราจะลดระยะรอสิทธิ์รับวัคซีนเข็มกระตุ้นให้เร็วขึ้นเหลือ 4 เดือน ณ วันที่ 4 มกราคม” นายฮันท์กล่าว

Advertisement
“นั่นหมายความว่า จำนวนผู้มีสิทธิ์[รับวัคซีนเข็มกระตุ้น]วันนี้ 3.2 ล้านคน จะเพิ่มขึ้นเป็นราว 7.5 ล้านคนในวันที่ 4 มกราคม กล่าวคือ ขยายฐานกลุ่มผู้มีสิทธิ์

“จากนั้นจะขยายสิทธิ์อีกครั้งในวันที่ 31 มกราคม ร่นระยะเป็น 3 เดือน ซึ่งจะครอบคลุมชาวออสเตรเลีย 16 ล้านคนที่มีสิทธิ์รับเข็มกระตุ้นเมื่อถึงเวลานั้น”



นายฮันท์กล่าวเสริมว่า เมื่อไม่นานนี้ ATAGI ออกคำแนะนำให้ลดระยะเว้นช่วงจาก 6 เดือนเหลือ 5 เดือน โดยมีการพิจารณาทบทวนหลักฐานจากนานาประเทศอย่างสม่ำเสมอ

“วันที่เหล่านี้กำหนดขึ้นด้วยความระมัดระวังยิ่ง เพื่อให้ชาวออสเตรเลียได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องแต่เนิ่น ๆ ” นายฮันท์กล่าว

ทั้งนี้ นายฮันท์ระบุว่าจากคำแนะนำของ ATAGI เขตปกครองแต่ละเขตสามารถดำเนินการลดระยะห่างเข็มกระตุ้นตามวันที่กำหนดนี้หากมีปัจจัยเอื้ออำนวยให้ทำได้

ด้านศาสตราจารย์พอล เคลลี ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ของสหพันธรัฐ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงแผนวัคซีนเข็มกระตุ้นครั้งนี้มุ่งคุ้มครองผู้มีความเสี่ยงสูงต่ออาการเจ็บป่วยร้ายแรง ทั้งยังสอดรับกับข้อมูลใหม่ ๆ ว่าด้วยความคุ้มครองจากวัคซีนและไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน

“เราทราบเรื่องสำคัญสองเรื่อง หนึ่ง [ความคุ้มครองจากวัคซีน]เสื่อมลงแต่ไม่หายไปทั้งหมด ความคุ้มครองจากวัคซีนสองโดสแรกไม่ได้หมดไปโดยสิ้นเชิงในแง่การปกป้องจากอาการเจ็บป่วยร้ายแรง แต่เสื่อมลงเมื่อเวลาผ่านไป เราจึงปรับระยะเข็มกระตุ้นตามระยะเวลา” ศาสตราจารย์เคลลีกล่าว

“ผลแง่บวกคือ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเข็มกระตุ้นให้ความคุ้มครองได้ และเสริมการปกป้องการอาการเจ็บป่วยร้ายแรงเมื่อให้วัคซีนโดสที่สาม หรือโดสที่สี่ในกรณีผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง”



ศาสตราจารย์เคลลีกล่าวถึงเหตุผลที่สองว่า วัคซีนเข็มกระตุ้นช่วยต้านทานการแพร่กระจายของไวรัสได้ในจุดนี้

“นี่จะกลายเป็นเรื่องสำคัญ และตอนนี้ก็เป็นส่วนสำคัญของแนวทางควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนในออสเตรเลียขณะนี้” ศาสตราจารย์เคลลีกล่าว

“แต่แค่เข็มกระตุ้นเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ มาตรการสาธารณสุขและมาตรการทางสังคมที่หลายรัฐประกาศใช้ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้จะช่วยเสริมตรงนี้ด้วยเช่นกัน”

ขณะนี้ รัฐและมณฑลในออสเตรเลียต่างนำมาตรการจำกัดต่าง ๆ กลับมาใช้อีกครั้ง รวมถึงปรับปรุงแนวทางติดตามและแยกตัวผู้ติดเชื้อ ท่ามกลางแนวโน้มกรณีผู้ติดเชื้อใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายส่วนของประเทศ


คุณสามารถอ่านข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เป็นภาษาไทยได้

หากคุณมีอาการของไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ให้ติดต่อขอรับการตรวจเชื้อได้ด้วยการโทรศัพท์ไปยังแพทย์ประจำตัวของคุณ หรือโทรศัพท์ติดต่อสายด่วนให้ข้อมูลด้านสุขภาพเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา (Coronavirus Health Information Hotline) ที่หมายเลข 1800 020 080

คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่เว็บไซต์  บันทึกเว็บไซต์ของเราเก็บไว้ในบุ๊กมาร์ก เพื่อไม่ให้คุณพลาดสถานการณ์ล่าสุด หรือติดตามเราทางเฟซบุ๊กที่ 




Share
Published 24 December 2021 at 12:25pm
By SBS News
Presented by Phantida Sakulratanacharoen
Source: SBS News