ความรุนแรงตามแนวชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาปะทุขึ้นอีกครั้งในหลายพื้นที่บริเวณเขตแดนพิพาท โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวโทษกันว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้เริ่ม และฝ่ายไทยได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อสิ่งปลูกสร้างทางทหารของกัมพูชา
ความตึงเครียดรอบนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของข้อตกลงหยุดยิงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
เหตุปะทะเกิดขึ้นก่อนรุ่งสางของวันจันทร์ (8 ธ.ค.) โดยกองทัพบกไทยระบุว่ามีการสู้รบใน 5 จุดตามแนวชายแดน
ทั้งสองฝ่ายกล่าวหากันว่าเป็นผู้เริ่มยิงก่อน โดยเหตุปะทะเริ่มขึ้นในช่วงกลางคืนและทวีความรุนแรงก่อนฟ้าสาง ลุกลามไปหลายพื้นที่ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้ทหารไทย 1 นาย และพลเรือนกัมพูชา 4 คนเสียชีวิต
กัมพูชากล่าวหาไทยว่ากระทำการ “โหดเหี้ยมและไร้มนุษยธรรม” พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ยิงตอบโต้ ขณะที่ไทยระบุว่ามีการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของกัมพูชา หลังพบว่าฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนย้ายอาวุธหนักและเสริมกำลังหน่วยรบเข้ามาบริเวณชายแดน
ไทยเปิดฉากโจมตีทางอากาศตามแนวชายแดนพิพาทกับกัมพูชา
กองทัพอากาศไทยระบุว่า เครื่องบินขับไล่ของตนได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศในช่วงเช้าตรู่ โดยมุ่งเป้าไปยังสิ่งปลูกสร้างทางทหารของกัมพูชา อ้างอิงจากการประเมินเชิงปฏิบัติการที่พบว่ากัมพูชาได้ระดมอาวุธหนักและจัดกำลังรบใหม่ในพื้นที่ชายแดน
ฝ่ายไทยระบุว่า ประชาชน 380,000 คน ถูกอพยพไปยังศูนย์พักพิง ขณะที่ทางการกัมพูชาแจ้งว่าได้อพยพ 1,157 ครอบครัว ออกจากจังหวัดอุดรมีชัย (Oddar Meanchey)
อะไรเป็นชนวนเหตุของการสู้รบครั้งนี้?
การสู้รบล่าสุดถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การยิงปะทะด้วยจรวดและปืนใหญ่เป็นเวลา 5 วันในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของสองประเทศ โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 48 คน และประชาชนกว่า 300,000 คน ต้องอพยพ ก่อนที่ทรัมป์จะเข้ามาไกล่เกลี่ยให้เกิดการหยุดยิง
ยังไม่มีความชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุเฉพาะหน้าของเหตุปะทะครั้งใหม่ แต่ความตึงเครียดปะทุขึ้นตั้งแต่ทหารไทยนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ทำให้ไทยระงับมาตรการลดความตึงเครียดที่เคยตกลงกันไว้ในข้อตกลงหยุดยิงขั้นสูงในมาเลเซียเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ซึ่งมีทรัมป์เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
ไทยระบุว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลายลูกที่กัมพูชาวางขึ้นใหม่ และไทยจะไม่กลับเข้าสู่มาตรการลดความตึงเครียดจนกว่ากัมพูชาจะออกมาขอโทษ ขณะที่กัมพูชายืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหา

ทรัมป์ ซึ่งกัมพูชาถึงขั้นเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสันติภาพ ได้โทรศัพท์ถึงผู้นำทั้งสองฝ่ายเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อเรียกร้องให้ทั้งคู่ยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง
อ่านเพิ่มเติม

สงครามชายแดนในกระแสสื่อ: จากแนวรบสู่สนามข่าว
ไทย–กัมพูชา มีกำลังทางทหารต่างกันอย่างไร?
ไทยมีกองทัพขนาดใหญ่และได้รับงบประมาณมากกว่ากัมพูชาหลายเท่า โดยมีจำนวนกำลังพลประจำการมากกว่าสามเท่า และงบประมาณกลาโหมปี 2024 สูงกว่าของกัมพูชาถึงสี่เท่า

กองทัพกัมพูชามีกำลังพลประมาณ 75,000 นาย รถถังราว 200 คัน และปืนใหญ่ประมาณ 480 กระบอก ขณะที่กองทัพบกไทยมีทหารประจำการประมาณ 245,000 นาย รถถังราว 400 คัน รถลำเลียงพลหุ้มเกราะมากกว่า 1,200 คัน และอาวุธปืนใหญ่ประมาณ 2,600 กระบอก
กองทัพอากาศไทยมีเครื่องบินขับไล่เกือบ 40 ลำ และเฮลิคอปเตอร์อีกหลายสิบลำ ส่วนกัมพูชามีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานหลายบทบาทจำนวน 16 ลำ แต่ ไม่มีเครื่องบินขับไล่
ต้นตอความขัดแย้งมาจากไหน?
ไทยและกัมพูชามีข้อพิพาทเรื่องอธิปไตยตามจุดต่าง ๆ บริเวณเส้นเขตแดนทางบกที่ยังไม่ปักปันชัดเจนตลอดแนวชายแดนยาว 817 กิโลเมตร มานานกว่าศตวรรษ เส้นเขตแดนชุดแรกถูกร่างขึ้นโดยฝรั่งเศสเมื่อปี 1907 ขณะกัมพูชาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส
แผนที่ฉบับดังกล่าว ซึ่งไทยได้คัดค้านในเวลาต่อมาอ้างอิงตามข้อตกลงที่กำหนดว่าเส้นเขตแดนควรลากไปตามสันปันน้ำตามธรรมชาติระหว่างทั้งสองประเทศ
ในปี 2000 ไทยและกัมพูชาตกลงจัดตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อแก้ไขข้อเรียกร้องทับซ้อนกันโดยสันติวิธี แต่จนถึงขณะนี้ยังมีความคืบหน้าน้อยมาก

ข้ออ้างกรรมสิทธิ์เหนือโบราณสถานหลายแห่งยังเป็นชนวนสร้างความตึงเครียดทางชาตินิยม โดยเฉพาะในปี 2003 เมื่อผู้ประท้วงในกรุงพนมเปญวางเพลิงเผาสถานทูตไทยและธุรกิจของไทย หลังมีข่าวอ้างว่าคนดังชาวไทยให้ความเห็นตั้งคำถามเกี่ยวกับเขตอำนาจเหนือปราสาทนครวัดของกัมพูชา ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก
วัดพระวิหาร หรือ เปร๊ะวิหาร โบราณสถานศาสนาฮินดูอายุเก่าแก่กว่า 900 ปี เป็นศูนย์กลางของข้อพิพาท โดยทั้งสองประเทศต่างอ้างกรรมสิทธิ์ทางประวัติศาสตร์เหนือพื้นที่ดังกล่าว
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) มีคำตัดสินในปี 1962 ให้ตัวปราสาทเป็นของกัมพูชา แต่ไทยยังคงอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่โดยรอบ
ความตึงเครียดปะทุขึ้นอีกครั้งในปี 2008 หลังจากกัมพูชาพยายามขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกยูเนสโก นำไปสู่การปะทะบริเวณชายแดนและมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสิบกว่าคน รวมถึงเหตุยิงปะทะด้วยปืนใหญ่ต่อเนื่องนานหนึ่งสัปดาห์ในปี 2011
อะไรอยู่เบื้องหลังความตึงเครียดในปีนี้?
กระแสชาตินิยมในไทยถูกปลุกขึ้นอีกครั้งในปี 2024 เมื่อกลุ่มอนุรักษนิยมตั้งคำถามต่อแผนของรัฐบาลที่จะเจรจากับกัมพูชาเพื่อสำรวจพลังงานนอกชายฝั่งร่วมกัน โดยเตือนว่าอาจทำให้ไทย “เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตยเหนือเกาะบางแห่ง”
ในเดือนพฤษภาคม ทหารกัมพูชานายหนึ่งถูกทหารไทยยิงเสียชีวิตระหว่างเหตุปะทะสั้น ๆ ทำให้ทั้งสองประเทศเสริมกำลังทหารตามแนวชายแดน
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน กัมพูชาได้ยื่นข้อพิพาทเกี่ยวกับโบราณสถานใน 4 พื้นที่ ให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) พิจารณา
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


