คดีลูกเรือสายการบินไทยที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำเฮโรอีนเข้าสู่ออสเตรเลีย เป็นเพียงหนึ่งในหลายคดีที่เกิดขึ้นในปีนี้ เอสบีเอส ไทย รวบรวมข้อมูลจาก AFP, ABF และ ACIC พบว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 มีผู้เดินทางจากประเทศไทยถูกตั้งข้อหาในคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดเชิงพาณิชย์อย่างน้อย 6 คดี พร้อมสำรวจแนวโน้มการลักลอบขนยาและความร่วมมือระหว่างไทยกับออสเตรเลียในการสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
ในช่วงเวลาเพียงหกเดือนแรกของปี 2026 เจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP) และกองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (Australian Border Force: ABF) ตรวจจับผู้เดินทางที่เดินทางมาจากประเทศไทยในคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดเชิงพาณิชย์อย่างน้อย 6 คดี และมีผู้ถูกตั้งข้อหาอย่างน้อย 10 คน
ซึ่ง AFP และ ABF ตรวจยึดเฮโรอีน เมทแอมเฟตามีน และยาเสพติดประเภทอื่นรวมกว่า 82 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าที่เปิดเผยหรือประเมินได้มากกว่า 40 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
แม้เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียจะตรวจยึดยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง แต่ความพยายามลักลอบนำเข้ายาเสพติดก็ยังไม่ลดลง สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข้อมูลของ Australian Criminal Intelligence Commission (ACIC) ที่ระบุว่า การใช้ยาเสพติดในออสเตรเลียอยู่ในระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มโครงการตรวจวิเคราะห์น้ำเสียแห่งชาติเมื่อปี 2016
สถิติใช้ยาเสพติดในออสเตรเลียสูงเป็นประวัติการณ์
ข้อมูลล่าสุดจาก Australian Criminal Intelligence Commission (ACIC) ระบุว่า การใช้เมทแอมเฟตามีน โคเคน MDMA และเฮโรอีนในออสเตรเลียแตะระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มโครงการตรวจวิเคราะห์น้ำเสียแห่งชาติเมื่อปี 2016
โดยในช่วง 12 เดือนถึงเดือนสิงหาคม 2025 ชาวออสเตรเลียบริโภคยาเสพติดหลักทั้งสี่ชนิดรวมประมาณ 26.8 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 จากปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าตลาดยาเสพติดทั้งสี่ชนิดอยู่ที่ประมาณ 14.3 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี
ACIC ระบุว่า ภาพรวมดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์การผลิตยาเสพติดทั่วโลก ซึ่งอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะเมทแอมเฟตามีนจากเอเชียและโคเคนจากทวีปอเมริกา
ขณะที่ ตลาดเฮโรอีนของออสเตรเลียได้รับการป้อนจากผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกือบทั้งหมด และออสเตรเลียยังคงมีอุปสงค์ที่มั่นคง ทำให้เครือข่ายอาชญากรรมยังสามารถหายาเสพติดคุณภาพสูงส่งเข้าสู่ประเทศได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการจับกุมและตรวจยึดเพิ่มขึ้นก็ตาม
เอสบีเอส ไทยมีข้อมูลว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียตรวจพบความพยายามลักลอบนำเข้ายาเสพติดผ่านผู้เดินทางที่เดินทางมาจากประเทศไทยอย่างไรบ้าง
การลักลอบขนยาเสพติด “ยาเสพติดเชิงพาณิชย์" จากไทยเข้าออสเตรเลีย
เจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP) และกองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (Australian Border Force: ABF) เดินหน้าปราบปรามขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างเข้มข้น
หลังตรวจพบคดีลักลอบนำเข้า “ยาเสพติดเชิงพาณิชย์” หลายคดีในช่วงต้นปี 2026 ทั้งที่ท่าอากาศยานนานาชาติซิดนีย์ เพิร์ท และเมลเบิร์น โดยมีผู้ต้องหาหลายรายถูกจับกุมจากหลากหลายสัญชาติ รวมถึงชาวออสเตรเลีย ไทย มาเลเซีย และฝรั่งเศส
คดีทั้งหมดมีลักษณะคล้ายกัน คือการซุกซ่อนเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนในกระเป๋าเดินทางหรือบรรจุภัณฑ์ที่ดัดแปลงอย่างซับซ้อน หลังเดินทางมาจากประเทศไทย
โดยบางคดีมีการยึดของกลางรวมหลายสิบกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สะท้อนความพยายามของเครือข่ายอาชญากรรมในการใช้เส้นทางการบินระหว่างประเทศเป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ออสเตรเลีย แม้จะถูกสกัดจับได้อย่างต่อเนื่องโดยเจ้าหน้าที่ชายแดนและตำรวจสหพันธรัฐก็ตาม

ไทม์ไลน์การจับกุมคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากไทยสู่ออสเตรเลีย
1. ชายสามคนถูกจับกุมตัว ณ ท่าอากาศยานนานาชาติซิดนีย์ มกราคม
ชายจากรัฐวิกตอเรียสามคน วัย 22 ปี ถูกตั้งข้อหาหลังถูกกล่าวหาว่าพยายามลักลอบนำยาเสพติดน้ำหนักรวมกว่า 42 กิโลกรัมเข้าประเทศออสเตรเลีย ผ่านท่าอากาศยานซิดนีย์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026 โดยเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) ตรวจพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางของทั้งสามคนหลังเดินทางมาจากประเทศไทย
จากการตรวจค้นพบห่อบรรจุสารสีขาวจำนวนหลายสิบห่อ ซึ่งผลการทดสอบเบื้องต้นระบุว่าเป็นเฮโรอีนประมาณ 34 กิโลกรัม และเมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์อีกประมาณแปดกิโลกรัม
โดยเฮโรอีนที่ตรวจยึดได้มีมูลค่าตามท้องตลาดราว 17 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และสามารถแบ่งขายได้ประมาณ 170,000 ครั้ง ขณะที่ยาไอซ์มีมูลค่าประมาณ 7.4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นประมาณ 80,000 ครั้งในการจำหน่ายตามท้องตลาด
ตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสามและตั้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาเสพติดในปริมาณเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต
โดย AFP และ ABF ระบุว่าการจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของขบวนการอาชญากรรมในการลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่ออสเตรเลีย และย้ำว่าท่าอากาศยานของออสเตรเลียจะไม่เป็นช่องทางให้เครือข่ายค้ายาเสพติดดำเนินการได้โดยง่าย
2. ชายจากรัฐนิวเซาท์เวลส์ถูกจับกุม ณ ท่าอากาศยานนานาชาติซิดนีย์ มีนาคม
ชายชาวรัฐนิวเซาท์เวลส์ วัย 26 ปี ถูกตั้งข้อหาโดยตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) หลังถูกกล่าวหาว่าพยายามลักลอบนำเฮโรอีนประมาณ 20 กิโลกรัมเข้าประเทศออสเตรเลีย ผ่านท่าอากาศยานซิดนีย์ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2026
โดยเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) เป็นผู้ตรวจพบความผิดปกติในกระเป๋าเดินทางของผู้ต้องสงสัยหลังเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ประเทศไทย
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบห่อบรรจุสุญญากาศหลายสิบชิ้นซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง ภายในบรรจุผงสีขาวซึ่งผลการทดสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน รวมปริมาณประมาณ 20 กิโลกรัม มูลค่าประเมินราว 10 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หากหลุดรอดสู่ท้องตลาด และสามารถแบ่งจำหน่ายได้ราว 100,000 ครั้ง
AFP ระบุว่าผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาเสพติดในปริมาณเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต โดยคดีนี้ถูกส่งต่อจาก ABF ให้ AFP เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนต่อ
ขณะที่เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการตรวจยึดครั้งนี้สะท้อนความพยายามของเครือข่ายอาชญากรรมในการใช้เส้นทางการบินระหว่างประเทศเพื่อขนส่งยาเสพติดเข้าสู่ออสเตรเลีย

3. ชายชาวมาเลเซีย ถูกจับกุม ณ ท่าอากาศยานนานาชาติซิดนีย์ มีนาคม
ชายชาวมาเลเซียวัย 66 ปี ถูกตั้งข้อหาโดยตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) หลังถูกกล่าวหาว่าพยายามลักลอบนำยาไอซ์ (methamphetamine) น้ำหนักประมาณห้ากิโลกรัมเข้าประเทศออสเตรเลีย
โดยซุกซ่อนอยู่ภายในขวดแป้งฝุ่น (scented powder bottles) บรรจุฉลากภาษาไทยหลายขวด ภายในกระเป๋าเดินทางที่เดินทางมาถึงท่าอากาศยานซิดนีย์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2026 จากเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ออกจากประเทศไทย
เจ้าหน้าที่ศุลกากรและกองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) ตรวจพบความผิดปกติระหว่างการสแกนกระเป๋า ก่อนนำไปตรวจค้นเพิ่มเติมร่วมกับสุนัขดมกลิ่น ซึ่งพบขวดจำนวนสิบขวดที่มีลักษณะถูกดัดแปลง ภายในบรรจุสารผลึกสีขาว
ผลการทดสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นยาไอซ์ จากนั้น AFP ได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาและยึดของกลางไว้ตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์
AFP ระบุว่าได้ตั้งข้อหานำเข้าและพยายามครอบครองยาเสพติดในปริมาณเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต
โดยคดีนี้เป็นอีกหนึ่งกรณีที่เจ้าหน้าที่เน้นย้ำถึงความพยายามของเครือข่ายอาชญากรรมในการใช้วิธีการซุกซ่อนที่ซับซ้อนมากขึ้นเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบตามแนวชายแดน

4. ชายสามคนถูกรวบหลังขนเฮโรอีนจากไทยผ่านท่าอากาศยานนานาชาติซิดนีย์ เมษายน 2026
ชาย 3 คนถูกตั้งข้อหาโดยตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) หลังถูกกล่าวหาว่าพยายามลักลอบนำเฮโรอีนรวมประมาณ 14 กิโลกรัมเข้าประเทศออสเตรเลีย ผ่านท่าอากาศยานซิดนีย์ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2026
โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรและกองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) เป็นผู้ตรวจพบความผิดปกติระหว่างการตรวจสอบกระเป๋าผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศไทย
จากการตรวจค้นกระเป๋าเดินทาง พบถุงพลาสติกขนาดใหญ่ซุกซ่อนอยู่ภายในซับในกระเป๋าผ้าซึ่งมีลวดลายคล้ายสินค้าของฝากที่จำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งภายในบรรจุผงสีขาวที่ผลการทดสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน
กระเป๋าของผู้ต้องสงสัยแต่ละใบมีน้ำหนักยาเสพติดประมาณ 4.5 กิโลกรัม รวมทั้งหมดราว 14 กิโลกรัม ทั้งนี้ ผู้ต้องหาสองรายยังพยายามหลบหนีออกจากพื้นที่หลังได้รับแจ้งว่าจะถูกดำเนินคดี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ AFP ไล่ติดตามและจับกุมไว้ได้ ขณะที่อีกรายถูกจับกุมในภายหลัง
AFP ระบุว่าผู้ต้องหาทั้งสามถูกตั้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาเสพติดในปริมาณเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต
5. หญิงฝรั่งเศสถูกจับกุม ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเพิร์ท พฤษภาคม
หญิงสัญชาติฝรั่งเศส วัย 31 ปี ถูกตั้งข้อหาโดยสำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) หลังถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำสารที่จัดเป็น “border-controlled drugs” เข้าประเทศออสเตรเลีย โดยซุกซ่อนอยู่ในขวดลักษณะคล้ายผลิตภัณฑ์อาบน้ำภายในกระเป๋าเดินทาง ขณะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานเพิร์ทเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2026 จากเที่ยวบินที่เดินทางมาจากประเทศไทย
จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ศุลกากรและกองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) พบขวดบรรจุของเหลวต้องสงสัย 1 ขวด ภายในระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์ “body wash”
แต่ผลการตรวจสอบยืนยันว่าภายในเป็นสาร butanediol ปริมาณประมาณ 50 กรัม ซึ่งเป็นสารที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายยาเสพติดของออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบโทรศัพท์ของผู้ต้องหา ซึ่งพบข้อมูลที่ทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยว่าอาจมีการซุกซ่อนสารเสพติดในรูปแบบอื่นด้วย
AFP ระบุว่าผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหานำเข้ายาเสพติดตามกฎหมายอาญาที่มีปริมาณเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 25 ปี โดยคดีนี้เป็นหนึ่งในหลายกรณีที่เจ้าหน้าที่เน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่าง AFP และ ABF ในการสกัดกั้นการลักลอบนำสารเสพติดผ่านเส้นทางการบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย

6. ลูกเรือการบินไทยถูกรวบ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเมลเบิร์น มิถุนายน
หญิงชาวไทยวัย 26 ปี พนักงานสายการบินไทย ถูกตั้งข้อหาโดยตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) หลังถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำเฮโรอีนมากกว่าหนึ่งกิโลกรัมเข้าประเทศออสเตรเลีย โดยซุกซ่อนอยู่ภายในซับในของกระเป๋าผ้าซึ่งมีลวดลายคล้ายสินค้าของฝากที่จำหน่ายในประเทศไทย จำนวน 12 ใบ ขณะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมลเบิร์นจากเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เดินทางมาจากประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026
จากข้อมูลของ AFP และหน่วยงานศุลกากรและกองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) เจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติระหว่างการสแกนกระเป๋า นำไปสู่การตรวจค้นอย่างละเอียดและพบผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ภายในซับในกระเป๋าผ้า ผลการทดสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาและยึดของกลางไว้ดำเนินคดี
AFP ระบุว่าผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาเสพติดในปริมาณเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 25 ปี
AFP และไทยร่วมสกัดเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
นอกจากการสกัดกั้นยาเสพติดที่สนามบินในออสเตรเลียแล้ว ตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) ยังทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยเพื่อสกัดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ภายใต้ปฏิบัติการ Taskforce Storm ซึ่งประกอบด้วย AFP สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
AFP เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2023–2024 ปฏิบัติการดังกล่าวสามารถตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีนที่ลำเลียงผ่านประเทศไทยและมีปลายทางในออสเตรเลียได้เกือบ 4 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณสูงที่สุดที่ตรวจยึดได้ในปีเดียวจากเส้นทางนี้
คิดเป็นมูลค่าตามท้องตลาดในออสเตรเลียเกือบ 4 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ขณะที่ในช่วงสามเดือนแรกของปีงบประมาณ 2024–2025 ยังสามารถตรวจยึดยาไอซ์และเฮโรอีนได้อีก 633 กิโลกรัม
เดวิด แมคลีน ผู้ช่วยผู้บัญชาการ AFP กล่าวว่า หน่วยงานทำงานร่วมกับทางการไทยเพื่อ "ป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นประเทศทางผ่านระหว่างแหล่งผลิตยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้านกับตลาดผู้ใช้ยาในออสเตรเลีย" ผ่านการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและปฏิบัติการร่วม เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมตั้งแต่แหล่งผลิตและจุดลำเลียง
ด้าน ปรินทร์ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และประธาน Taskforce Storm กล่าวว่า การค้ายาเสพติดเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอน ตั้งแต่การผลิต การลักลอบขนส่ง ไปจนถึงการใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านของเครือข่ายอาชญากรรม
AFP ระบุว่า ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ประสานงานประจำประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การปฏิบัติการร่วม และการฝึกอบรมหน่วยงานไทย
โดยในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ได้ฝึกอบรมด้านการสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์และนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลแก่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของไทยเกือบ 1,000 คน เพื่อเสริมศักยภาพในการรับมือกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้แอลกอฮอล์หรือยาเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาและข้อมูลเกี่ยวกับบริการบำบัดรักษาได้ฟรีและเป็นความลับ ผ่าน National Alcohol and Other Drug Hotline โทร 1800 250 015
นอกจากนี้ ยังสามารถเข้ารับบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับยาเสพติดและแอลกอฮอล์ทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการบำบัดและบริการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้จาก Turning Point ซึ่งเป็นศูนย์ให้ข้อมูลและสนับสนุนด้านการติดยาและแอลกอฮอล์ในออสเตรเลีย
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ





