The Big Brief: รัฐมนตรีพลังงานย้ำออสฯมีน้ำมันพอถึงพฤษภาคม เตือนห้ามกักตุนเชื้อเพลิงในบ้าน

Copy of ALC THAI THE BIG BRIEF - BSP HEADER (4).jpg

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คริส โบเวน กล่าวว่า ประเทศมีเชื้อเพลิงสำรองเพียงพอจนถึงกลางเดือนเมษายน และได้มีการสั่งซื้อเพิ่มเติมแล้ว Source: AAP / Lukas Coch

คำกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีขึ้นหลังจากความต้องการเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ในช่วงวันหยุดอีสเตอร์


สรุปประเด็นสำคัญ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คริส โบเวน ได้เตือนไม่ให้กักตุนน้ำมันเบนซินและดีเซลไว้ที่บ้าน
  • คำกล่าวของเขาเกิดขึ้นหลังจากความต้องการเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 30 ในช่วงวันหยุดอีสเตอร์

ความต้องการเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นถึงหนึ่งในสามในช่วงวันหยุดอีสเตอร์ ขณะที่ออสเตรเลียได้จัดหาเชื้อเพลิงเบนซินและดีเซลเพิ่มเติม

นายคริส โบเวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ประเทศมีปริมาณเชื้อเพลิงเพียงพอจนถึงกลางเดือนเมษายน และได้มีการสั่งซื้อเพิ่มเติมเข้ามาแล้ว

“ขณะนี้เรามีความมั่นคงด้านอุปทานตลอดเดือนเมษายน และต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤษภาคม” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวในซิดนีย์

“แต่ดังที่เราได้ระบุไว้หลายครั้งแล้ว เราตระหนักดีว่าสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศนั้นยากลำบาก และมีความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่”

โบเวนกล่าวว่า บริษัทเชื้อเพลิงรายงานว่าความต้องการในช่วงอีสเตอร์สูงกว่าครั้งก่อนถึงร้อยละ 30

“ถ้าคุณกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ที่บ้าน นั่นเป็นอันตรายมาก” เขากล่าว

“ไม่แนะนำให้ทำเช่นนั้น และมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่กลับทำให้สถานการณ์แย่ลงสำหรับพวกเราทุกคน”

ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ สถานีบริการน้ำมัน 142 แห่งจากทั้งหมด 2,400 แห่งไม่มีน้ำมันดีเซลจำหน่าย ลดลงเล็กน้อยจากตัวเลขของวันอาทิตย์ สถานีบริการน้ำมัน 39 แห่งไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงเลย

โบเวนกล่าวว่า น้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 3.7 พันล้านลิตร กำลังเดินทางมายังออสเตรเลีย

คาดการณ์ราคาสูงขึ้นอีกหลายเดือน

ผู้บริโภคได้รับการเตือนให้เตรียมรับมือกับราคาที่สูงขึ้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและปั๊มน้ำมันในอีกหลายเดือนข้างหน้า

สถานการณ์ด้านราคาจะดีขึ้น หลังจากที่รัฐบาลกลางลดภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซลลงครึ่งหนึ่งเป็นการชั่วคราว ในขณะที่รัฐต่างๆ ตกลงที่จะส่งต่อผลประโยชน์จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (GST) ที่คาดว่าจะได้รับเพิ่มขึ้นเนื่องจากรายได้จากการขายที่สูงขึ้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนลดมูลค่ามากกว่า 30 เซนต์ต่อลิตร ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบทั้งหมดจากราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นได้ เนื่องจากเรือขนส่งสินค้าที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งอิหร่านปิดไปแล้วนั้นมีจำนวนลดลงอย่างมาก

ศาสตราจารย์เดวิด อูบิลาวา จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กล่าวว่า กว่าห่วงโซ่อุปทานจะกลับคืนสู่สภาพก่อนสงครามได้นั้น ต้องใช้เวลาอีกสักระยะ แม้ว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม

“ความปั่นป่วนของตลาดและสงครามได้ยืดเยื้อมานานพอสมควรแล้ว ผลกระทบจะยังคงอยู่ไปอีกหลายเดือน” เขากล่าว

“ไม่เพียงแต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงขึ้นเท่านั้น แต่ต้นทุนการขนส่งก็จะสูงขึ้นด้วย และด้วยเหตุนี้ ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง การจัดส่งสินค้า ของชำ และร้านอาหารก็จะแพงขึ้น เนื่องจากต้นทุนเหล่านั้นถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ส่งสัญญาณว่าการโจมตีอิหร่านอาจยุติลงภายในไม่กี่สัปดาห์ โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้เขากล่าวว่าเป้าหมายหลักใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แมตต์ ทิสเติลเวท กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและอัตราเงินเฟ้อจะกินเวลานาน

“หาก [สงคราม] จบลงในวันพรุ่งนี้ ผลกระทบก็จะยังคงมีอยู่ในอีกหลายเดือนข้างหน้า และเรากำลังวางแผนรับมืออยู่” เขากล่าว

อูบิลาวา กล่าวว่า แม้สถานการณ์ที่ผันผวนจะทำให้การคาดการณ์เป็นเรื่องยาก แต่ก็ยากที่จะเห็นราคาน้ำมันดิบ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 159 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กลับไปสู่ระดับก่อนสงครามที่ประมาณ 101 ดอลลาร์


ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม

The Big Brief เล่าเรื่องใหญ่กับ SBS Thai พอดแคสต์ที่จะพาคุณเข้าใจข่าวสำคัญของออสเตรเลีย

ภายในไม่กี่นาที

The Big Brief เล่าเรื่องใหญ่วันนี้เรายังคง อยู่กับสถานการณ์ด้านพลังงาน ซึ่งออสเตรเลีย

ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านพลังงานหลังความต้องการ การใช้น้ำมันพุ่งสูงขึ้นในช่วงวันหยุดยาวอีสเตอร์

ขณะที่รัฐบาลได้ออกมาเตือนให้ประชาชนไม่ ให้กักตุนน้ำมันไว้ที่บ้าน คริส โบเวน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่าปัจจุบัน ออสเตรเลียยังมีปริมาณเชื้อเพลิงเพียงพอใน

การใช้งานไปจนถึงเดือนพฤษภาคม และได้มีการสั่งนำ เข้าเพิ่มเติมแล้ว โดยเขาเน้นย้ำว่าแม้สถานการณ์

โดยรวมจะยังคงอยู่ในระดับมั่นคง แต่ความ เสี่ยงทางสถานการณ์โลกยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะ

ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการ ปิดเส้นทางขนส่งสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ

ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของการขนส่งน้ำมันของโลกใน ช่วงวันหยุดยาวอีสเตอร์ที่ผ่านมา ความต้องการ

น้ำมันของออสเตรเลียนั้นพุ่งสูงขึ้นสามสิบ เปอร์เซ็นต์หรือประมาณหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับ

ช่วงเวลาปกติ อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีพลังงาน ได้ออกคำเตือนชัดเจนว่าการกักตุนน้ำมันเบนซิน

หรือดีเซลไว้ที่บ้านนั้นอันตรายและไม่ช่วย แก้ปัญหา แต่จะยิ่งกลับทำให้สถานการณ์นั้นแย่

ลงทั้งในแง่ความปลอดภัยและการกระจายทรัพยากร ด้านสถานการณ์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์พบว่ามีสถานี

บริการน้ำมันกว่าหนึ่งร้อยสี่สิบแห่งที่ไม่มี น้ำมันดีเซลจำหน่าย ขณะที่บางแห่งนั้น

ไม่มีน้ำมันบริการเลย แม้ตัวเลขจะเริ่มดีขึ้น เล็กน้อย แต่เรื่องนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดัน

ในแง่ของอุปทาน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า เชื้อเพลิงกว่าสามจุดเจ็ดพันล้านลิตรกำลังอยู่

ระหว่างการขนส่งมายังออสเตรเลียเพื่อเสริม ความมั่นคงด้านพลังงานในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าผู้บริโภคควรเตรียมรับ มือกับราคาที่สูงขึ้นในอีกหลายเดือนข้างหน้า

ศาสตราจารย์เดวิดจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ระบุว่า แม้ความขัดแย้งจะยุติลงในเร็วๆ นี้

แต่ผลกระทบด้านห่วงโซ่อุปทานจะยังคงอยู่ต่อไป อีกระยะหนึ่ง โดยเขาเตือนว่าไม่เพียงแต่ราคา

น้ำมันเท่านั้นที่จะสูงขึ้น แต่ต้นทุนการขนส่ง ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ราคาสินค้า

อาหาร และบริการต่างๆ นั้นปรับสูงขึ้นในที่สุด ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกปัจจุบันพุ่งขึ้น

ไปอยู่ที่ประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบเก้าดอลลาร์ ต่อบาร์เรล สูงกว่าระดับก่อนการเกิดความ

ขัดแย้งอย่างมีนัยยะสำคัญ และยังคงไม่มี สัญญาณชัดเจนว่าจะกลับลงไปสู่ในระดับ

เดิมในเร็วๆ นี้ แม้ว่าทางด้านทรัมป์ได้ส่งสัญญาณ ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่านนั้น

อาจจะยุติลงภายในไม่กี่สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลออสเตรเลียยังคงย้ำว่าแม้สงครามจะ

จบลงแล้ว แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะราคา พลังงานและเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลาย

เดือน ถึงแม้ว่าออสเตรเลียจะยังคงมีน้ำมันเพียงพอ ในระยะสั้น แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์

โลกจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา และสิ่งที่ภาครัฐเน้นย้ำก็คือประชาชนไม่ควร

ตื่นตระหนกหรือกักตุนเชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็น ทั้งหมดนี้คือ The Big Brief เล่าเรื่องใหญ่

ประะจำวันที่ 8 เมษายน 2569 กับกระผม วาริช หนูช่วย

นี่คือ The Big Brief เล่าเรื่องใหญ่กับ SBS Thai อย่าลืมกดติดตามรายการของเราเพื่อไม่พลาด

ข่าวสำคัญจากออสเตรเลีย ฟังได้ทุกที่ทุกเวลา ที่ sbs.com.au/thai

END OF TRANSCRIPT

Share

Recommended for you

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now