The Big Brief: รัฐบาลเตือน ผลกระทบทางเศรษฐกิจและราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ แม้สงครามตะวันออกกลางยุติ

Big Brief  ALC THAI THE BIG BRIEF - BSP HEADER (5).jpg

มาตรการลดภาษีน้ำมันชั่วคราวลงครึ่งหนึ่งของรัฐบาลกลาง ได้ช่วยชะลอราคาน้ำมันขายปลีกที่พุ่งสูง โดยราคาน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วลดลงประมาณ 30 เซนต์ต่อลิตรในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา Credit: JOEL CARRETT/AAPIMAGE

มีคำเตือนเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจยืดเยื้อ ขณะที่รัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์และเวสเทิร์นออสเตรเลียประกาศมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามตรวจสอบผู้ค้าปลีกน้ำมัน


สรุปประเด็น
  • แมตต์ ทิสเซิลธ์เวต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย เตือนว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง
  • เขายังยอมรับว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงอาหารและของจำเป็นอื่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้นด้วย

รัฐบาลออสเตรเลียเตรียมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบราคาน้ำมันแบบเรียลไทม์ ขณะที่ผู้ขับขี่รถยนต์ถูกเตือนให้เตรียมรับมือกับราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าสงครามในตะวันออกกลางจะยุติลงก็ตาม

สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศที่น้ำมันเบนซินและดีเซลหมดมีจำนวนลดลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้มีการซื้อน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมากจากความกังวลเรื่องราคาที่แพงมากขึ้นบวกกับปัญหาขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่

รัฐมนตรีพลังงานเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า ขณะนี้มีสถานีบริการน้ำมันน้อยกว่าร้อยละ สี่ จากทั้งหมดประมาณ 8,000 แห่งทั่วประเทศ ที่ไม่มีน้ำมันดีเซลจำหน่าย

หลังจากมาตรการลดภาษีน้ำมันช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากสงครามได้บางส่วน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์และเวสเทิร์นออสเตรเลียประกาศมาตรการเพิ่มเติมในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลอีสเตอร์

เพื่อปรับปรุงการเก็บข้อมูลและประกาศข้อมูลราคาน้ำมันต่อสาธารณะ รวมถึงเพิ่มการตรวจสอบผู้ค้าปลีกน้ำมัน

มุขมนตรีรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โรเจอร์ คุก ระบุว่า ภายในเดือนพฤษภาคม สถานีบริการน้ำมันทุกแห่งในรัฐจะต้องรายงานราคาน้ำมันผ่านระบบ FuelWatch ของรัฐบาล และผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามอาจถูกปรับสูงสุดถึง 4,000 ดอลลาร์

เขากล่าวว่า มาตรการในอนาคตที่อาจบังคับให้ผู้ค้าปลีกแจ้งสถานะน้ำมันหมดหรือใกล้หมด จะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัว เกษตรกร และภาคธุรกิจ รวมทั้งช่วยให้รัฐบาลสามารถระบุพื้นที่ที่กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำมันได้ดีขึ้น

ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระบบ FuelCheck เป็นบริการของรัฐบาล ที่จะได้รับงบประมาณเพิ่มอีก 2.2 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบราคาน้ำมันแบบเรียลไทม์จากสถานีบริการน้ำมันประมาณ 2,400 แห่ง

ผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎอาจถูกปรับทันที 1,100 ดอลลาร์ หรือหากดำเนินคดีในศาล อาจถูกปรับสูงสุด 22,000 ดอลลาร์สำหรับบุคคล และสูงสุด 110,000 ดอลลาร์สำหรับบริษัทห้างร้าน

รัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ระบุว่า จำนวนผู้เข้าใช้งานแอปและเว็บไซต์ FuelCheck เพิ่มขึ้นถึง 50 เท่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในรัฐนิวเซาท์เวลส์แล้ว 1,800 แห่ง และมีการออกใบแจ้งความผิดไปแล้ว 93 กรณี ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

มาตรการลดภาษีน้ำมันชั่วคราวลงครึ่งหนึ่งของรัฐบาลกลาง ได้ช่วยให้ราคาน้ำมันขายปลีกปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วลดลงประมาณ 30 เซนต์ต่อลิตรในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

“ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก”

คริส โบเวน รัฐมนตรีพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้มีเรือบรรทุกน้ำมันมากกว่า 50 ลำ กำลังเดินทางมายังออสเตรเลีย จากโรงกลั่นในเอเชีย สหรัฐ เม็กซิโก และประเทศอื่น ๆ

เขาระบุว่า คำสั่งซื้อน้ำมันใหม่มีจำนวนมากกว่าคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกไป และบริษัทพลังงานยังคงมั่นใจต่อปริมาณน้ำมันสำรองจำนวน 3.7 พันล้านลิตร ที่เตรียมไว้สำหรับเดือนเมษายนและพฤษภาคม

จากรายงานสถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ เขากล่าวว่า ออสเตรเลียมีน้ำมันเบนซินสำรองประมาณ 39 วัน น้ำมันดีเซลสำรอง 29 วัน และน้ำมันเครื่องบินสำรอง 30 วัน

เขายังกล่าวด้วยว่า สถานีบริการน้ำมันที่ประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลนกำลังมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง

เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า

“มีจำนวนสถานีบริการน้ำมันในออสเตรเลียที่ไม่มีน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นจุดที่มีแรงกดดันมากที่สุด ขณะนี้อยู่ที่ 312 แห่ง จากทั้งหมดประมาณ 8,000 แห่งทั่วประเทศ”

“แน่นอนว่าเรายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากเพื่อให้ตัวเลขนี้ลดลงจนเหลือศูนย์ แต่อุตสาหกรรมและภาครัฐกำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาช่องว่างด้านอุปทานเหล่านี้”

ผลกระทบอาจยืดเยื้อ

อย่างไรก็ตาม แมตต์ ทิสเซิลธ์เวต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตือนว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจและราคาน้ำมันจากสงครามในตะวันออกกลางจะยังคงส่งผลต่อไปอีกระยะยาว แม้สงครามจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม

“เป็นที่น่าเสียดายที่ผลกระทบนี้จะยังคงยืดเยื้อ” เขากล่าวกับ Sky News เมื่อวันอาทิตย์

“แม้สงครามจะจบลงในวันพรุ่งนี้ ผลกระทบก็ยังคงเกิดขึ้นต่อไปในอีกหลายเดือนข้างหน้า และเรากำลังเตรียมรับมือกับเรื่องนี้”

เขายังยอมรับว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ และทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงอาหารและของจำเป็นต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้นด้วย

แม้ภาคอุตสาหกรรมจะชื่นชมรัฐบาลที่เพิ่มปริมาณน้ำมันสำรอง แต่สภาโลจิสติกส์ออสเตรเลีย (Australian Logistics Council) ระบุว่า รัฐบาลควรวางแผนในระยะไกลกว่านั้น โดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพของระบบห่วงโซ่อุปทานด้วย

เฮอร์ไมโอนี พาร์สันส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กร กล่าวกับสำนักข่าว AAP ว่า

“นี่ถือเป็นการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของโลก และออสเตรเลียจำเป็นต้องมองเรื่องนี้ในบริบทของประเทศในอนาคต”

เธอกล่าวว่า มาตรการที่จำเป็นไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากการนำเข้าน้ำมันหรือพลังงานฟอสซิล มาเป็นการผลิตภายในประเทศเท่านั้น

แต่ควรพิจารณาทางเลือกอื่นควบคู่กันไป เช่น การใช้น้ำมันดีเซลจากพลังงานหมุนเวียน การเปลี่ยนยานพาหนะเป็นระบบไฟฟ้า และการเพิ่มการใช้ระบบขนส่งทางราง

ความเห็นของนายทิสเซิลธ์เวตยังสอดคล้องกับผู้เชี่ยวชาญที่ให้สัมภาษณ์กับ เอสบีเอส นิวส์ ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุว่า ผลกระทบของสงครามต่อราคาน้ำมันโลก และค่าครองชีพในออสเตรเลีย อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผลกระทบเต็มรูปแบบ

ปัจจุบัน ออสเตรเลียยังคงพึ่งพาน้ำมันสำเร็จรูปจากโรงกลั่นในเอเชียในระดับสูง โดยโรงกลั่นจำนวนมากใช้น้ำมันดิบที่โดยปกติจะถูกลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านได้จำกัดการขนส่งเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล

ช่องแคบแคบแห่งนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างอิหร่านและโอมาน เป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียไปสู่ตลาดโลก และก่อนเกิดสงครามในปีนี้ เส้นทางนี้มีสัดส่วนการขนส่งน้ำมันประมาณร้อยละ 20 ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก

เช่นเดียวกับความเห็นของนายทิสเซิลธ์เวต ผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ยังระบุว่า ความผันผวนของราคาน้ำมันที่เกิดจากการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าว อาจทำให้ราคาสินค้าอาหารในออสเตรเลียปรับตัวสูงขึ้นด้วย

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now