นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี กล่าวว่า เขาตระหนักดีว่าชาวออสเตรเลียจำนวนมากยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น
สรุปประเด็นสำคัญ
- มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel excise) ซึ่งเดิมมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน ได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 1 เดือน
- อย่างไรก็ตาม ส่วนลดภาษีน้ำมันในปัจจุบันที่ 32 เซนต์ต่อลิตร จะถูกปรับลดลงเหลือ 16 เซนต์ต่อลิตร
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
ชาวออสเตรเลียจะยังคงได้รับความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกลงต่อไปอีก 1 เดือน แม้ว่าราคาจะไม่ถูกมากเท่าช่วงที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบานีซี ประกาศขยายเวลามาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel excise) แบบมีการจำกัดระยะเวลา โดยในเดือนกรกฎาคมนี้ ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลจะยังคงถูกกว่าราคาปกติ 16 เซนต์ต่อลิตร
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 32 เซนต์ต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกและทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
มาตรการลดภาษีดังกล่าวเดิมมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน โดยคาดว่าตลอดระยะเวลาที่ดำเนินมาตรการ รัฐบาลกลางจะสูญเสียรายได้จากภาษีประมาณ 2.9 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
อย่างไรก็ตาม ภายใต้มาตรการใหม่ ส่วนลดภาษีน้ำมันจะถูกปรับลดลงครึ่งหนึ่ง เหลือ 16 เซนต์ต่อลิตร ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้รถยนต์จะยังได้รับความช่วยเหลือด้านค่าเชื้อเพลิง แต่ในระดับที่น้อยกว่าช่วงสามเดือนที่ผ่านมา
คงส่วนลดภาษีน้ำมันบางส่วน หวังช่วยลดแรงกระแทกจากราคาพลังงาน
ในการให้สัมภาษณ์กับ สกาย นิวส์ (Sky News) เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี แอนโทนี อัลบานีซี กล่าวว่า การตัดสินใจลดส่วนลดภาษีน้ำมันลงครึ่งหนึ่ง แทนที่จะยกเลิกมาตรการทั้งหมดในทันที มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ขับขี่และภาคธุรกิจมีเวลาในการปรับตัว และมีความแน่นอนมากขึ้นเกี่ยวกับต้นทุนเชื้อเพลิง
นาย อัลบานีซีกล่าวว่า
“เราทราบดีว่าหลายครอบครัวยังคงเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพ และเราก็รู้ด้วยว่าผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอีกฟากหนึ่งของโลกจะส่งผลทางเศรษฐกิจต่อเนื่องไปอีกเป็นเวลานาน”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะเริ่มปรับตัวลดลงในสัปดาห์นี้ แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่
“ยังมีความไม่แน่นอนว่าราคาน้ำมันจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เราต้องการเห็นการลดลงดังกล่าวสะท้อนมายังผู้บริโภค แต่มันต้องใช้เวลา”
อัลบานีซีกล่าวว่า การคงส่วนลดภาษีน้ำมันไว้บางส่วนจะช่วยสร้างความแน่นอนให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกยังผันผวน
“มาตรการนี้จะช่วยให้เกิดความแน่นอนมากขึ้นในระยะข้างหน้า และช่วยรักษาความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจ”
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะยังคงดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อปกป้องชาวออสเตรเลียจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางให้ได้มากที่สุด รวมถึงการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติมจากประเทศพันธมิตร
“เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยลดผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดจากความขัดแย้งครั้งนี้ต่อชาวออสเตรเลีย รวมถึงการจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมจากประเทศคู่ค้าและพันธมิตรของเรา”
อัลบานีซีกล่าวว่า การ ทยอยลดระดับการสนับสนุน (step down) แทนการยกเลิกมาตรการลดภาษีน้ำมันทั้งหมดในทันที ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมและสมเหตุสมผลที่สุดในเวลานี้
ขณะเดียวกัน คาดว่ารัฐบาลของแต่ละรัฐและเขตปกครองจะให้การสนับสนุนการขยายเวลามาตรการดังกล่าว เนื่องจากตลอดช่วงสามเดือนที่ผ่านมา รัฐและดินแดนต่าง ๆ ได้ร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายของโครงการโดยทางอ้อม ผ่านการสูญเสียรายได้ภาษีสินค้าและบริการ (GST) ที่ควรจะเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จิม ชาลเมอร์ส กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา แต่รัฐบาลตระหนักดีว่าชาวออสเตรเลียจำนวนมากยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพ
“แม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลงอย่างน่ายินดีในช่วงที่ผ่านมา แต่เราตระหนักดีว่าประชาชนยังคงเผชิญภาระค่าใช้จ่าย”
เขากล่าวว่า การขยายเวลาส่วนลดภาษีน้ำมันออกไปอีก 1 เดือน จะช่วยบรรเทาภาระของผู้ขับขี่และภาคธุรกิจในช่วงที่รัฐบาลกำลังทยอยยุติมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว
“ส่วนลดค่าน้ำมันเพิ่มเติมอีกหนึ่งเดือนนี้ จะช่วยผู้ขับขี่และภาคธุรกิจของออสเตรเลียรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ขณะที่มาตรการสนับสนุนกำลังค่อย ๆ ลดระดับลง”
ครั้งนี้จะเป็นการขยายเวลาครั้งสุดท้ายหรือไม่
เมื่อถูกถามว่ารัฐบาลมีโอกาสขยายเวลามาตรการอีกหรือไม่ หากข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลวจนส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก นายกรัฐมนตรี แอนโทนี อัลบานีซี ไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะมีการต่ออายุมาตรการเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่ารัฐบาลพร้อมตอบสนองหากเกิดวิกฤตครั้งใหม่
“เราอาศัยอยู่ในโลกที่มีความผันผวน ดังนั้นหากเกิดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในระดับโลกอีกครั้ง รัฐบาลของเราก็พร้อมที่จะตอบสนองเสมอ”
นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของการขยายเวลามาตรการลดภาษีน้ำมันในครั้งนี้ คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในระยะข้างหน้า
“มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในอนาคต”
อัลบานีซีกล่าวว่า แม้มาตรการลดภาษีน้ำมันจะถูกปรับลดลงเหลือ 16 เซนต์ต่อลิตร แต่ประชาชนยังจะได้รับความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพในรูปแบบอื่น
โดยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป ผู้มีรายได้จากการทำงานทุกคนในออสเตรเลียจะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้ ซึ่งรัฐบาลมองว่าจะช่วยชดเชยผลกระทบจากการทยอยยุติมาตรการลดราคาน้ำมันได้บางส่วน
ฝ่ายค้านอ้างรัฐบาลนำแนวคิดมาจากพรรคตน
ด้านผู้นำพรรคร่วมฝ่ายค้าน แองกัส เทย์เลอร์ ชี้ว่าเขายินดีกับการขยายเวลามาตรการลดภาษีน้ำมัน และระบุว่าเข้าใจเหตุผลของการทยอยลดระดับส่วนลดภาษี แทนการยกเลิกทันที
อย่างไรก็ตาม เขาอ้างว่าแนวคิดดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาจากพรรคฝ่ายค้าน
“เราให้การสนับสนุนการลดภาษีน้ำมันมาตั้งแต่แรก และที่จริงแล้ว พรรคของเราเป็นผู้เสนอแนวคิดนี้ก่อน ซึ่งต่อมาพรรคแรงงานก็นำไปใช้”
เทย์เลอร์ยังใช้โอกาสนี้ขยายการวิพากษ์วิจารณ์ไปยังมาตรการด้านค่าครองชีพอื่น ๆ ของรัฐบาล โดยมองว่ารัฐบาลยังดำเนินการไม่เพียงพอในการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
เทย์เลอร์กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือการทำให้การปรับลดราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วงที่ผ่านมา ส่งผลถึงราคาน้ำมันที่ผู้บริโภคต้องจ่ายจริงที่ปั๊มน้ำมัน
“สิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลควรทำ คือทำให้ราคาน้ำมันที่เราเห็นว่าลดลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงราคาหน้าปั๊มอย่างแท้จริง”
เขากล่าวว่าไม่เห็นนายกรัฐมนตรีพูดถึงประเด็นดังกล่าว และวิจารณ์ว่า
“ผมไม่ได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องนี้เลย เขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น”
ผู้นำฝ่ายค้านยังกล่าวหาว่า ปัญหาค่าครองชีพที่ชาวออสเตรเลียกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ เป็นวิกฤตที่เกิดจากนโยบายภายในประเทศของรัฐบาลพรรคแรงงานเอง
ในการให้สัมภาษณ์กับ Sky News เทย์เลอร์ระบุว่า ประชาชนกำลังเผชิญกับ“วิกฤตที่เกิดขึ้นจากฝีมือของรัฐบาลแรงงานเอง”พร้อมกล่าวหาว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี“ล้มเหลวในการควบคุมเงินเฟ้อ”
สถานะคลังสำรองน้ำมันและทิศทางราคาพลังงานยังคงน่าจับตา
การยืนยันขยายเวลามาตรการลดภาษีน้ำมัน แม้จะเป็นในอัตราที่ไม่มากเท่าเดิมมีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) กลับมาเปิดให้เรือเดินทะเลสัญจรได้อีกครั้ง และหลังจากสหรัฐฯ กับอิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติการสู้รบ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าช่องทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้จะเปิดใช้งานได้ต่อเนื่องนานเพียงใด
กองทัพอิหร่านระบุเมื่อช่วงข้ามคืนว่า อาจมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยกล่าวหาว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจำนวนมากถูกลำเลียงผ่านเส้นทางดังกล่าวทุกวัน ดังนั้น ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานทั่วโลก
สำหรับออสเตรเลีย ปัจจุบันมีน้ำมันเบนซินสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานประมาณ 44 วัน ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 8 วัน เมื่อเทียบกับช่วงที่สหรัฐฯ เริ่มโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
ขณะที่ปริมาณสำรองเชื้อเพลิงประเภทอื่นอยู่ที่
- น้ำมันดีเซล สำรองประมาณ 39 วัน
- น้ำมันอากาศยาน (Jet Fuel) สำรองประมาณ 32 วัน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ออสเตรเลียจะมีคลังสำรองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า แต่สถานการณ์ด้านพลังงานโลก โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังคงเป็นปัจจัยที่รัฐบาลและตลาดพลังงานจับตาอย่างใกล้ชิด
ขณะนี้มีเรือบรรทุกน้ำมัน 51 ลำ กำลังเดินทางมายังออสเตรเลีย โดยมีเชื้อเพลิงรวมประมาณ 3.9 พันล้านลิตร ที่ทำสัญญาไว้สำหรับการส่งมอบภายในเดือนข้างหน้า
รัฐบาลกลางออสเตรเลียยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า ช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ประเทศมีปริมาณเชื้อเพลิงสำรองสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดปริมาณสำรองขั้นต่ำ (minimum stock obligation) ในปี 2023
ส่วนสัปดาห์ล่าสุดมีปริมาณเชื้อเพลิงสำรองอยู่ที่ 6.3 พันล้านลิตร ซึ่งนับเป็นระดับสูงเป็นอันดับสองในประวัติการณ์
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก คณะกรรมการการแข่งขันและผู้บริโภคออสเตรเลีย (ACCC) ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในเมืองหลวงของแต่ละรัฐและเขตปกครองต่างๆ อยู่ระหว่าง 1.65 ถึง 1.92 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อลิตร
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Australian Associated Press (AAP)
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ




