Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

Thai Voice: แพทย์ออสเตรเลียเผยบริการผ่าตัดแปลงเพศในไทยมีมาตรฐานระดับโลก

A transgender flag waving in the air.

Transgender flag in the LGTB Pride Parade in Valencia ( spain Source: Getty / Miguel Sotomayor

ขณะที่ประเด็นสิทธิและการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนข้ามเพศยังคงเป็นที่ถกเถียงในออสเตรเลีย ประเทศไทยกลับกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของชาวออสเตรเลียจำนวนมากที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ ด้วยชื่อเสียงด้านความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ และสังคมที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศ โดย นพ. อดัม บราวน์ฮอลล์ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและผู้อำนวยการคลินิก TG Health ในนครเมลเบิร์น ระบุว่า การรักษาและการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพไม่ใช่เพียงเรื่องของอัตลักษณ์ทางเพศ แต่เป็นการดูแลสุขภาพที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะทางจิตใจของผู้ป่วย พร้อมเผยว่าตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา เขาได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับแพทย์และคลินิกในไทย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมและสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน


Published

By Atitaya Teepawat

Presented by Atitaya Teepawat

Source: SBS



Share this with family and friends


ขณะที่ประเด็นสิทธิและการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนข้ามเพศยังคงเป็นที่ถกเถียงในออสเตรเลีย ประเทศไทยกลับกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของชาวออสเตรเลียจำนวนมากที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ ด้วยชื่อเสียงด้านความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ และสังคมที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศ โดย นพ. อดัม บราวน์ฮอลล์ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและผู้อำนวยการคลินิก TG Health ในนครเมลเบิร์น ระบุว่า การรักษาและการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพไม่ใช่เพียงเรื่องของอัตลักษณ์ทางเพศ แต่เป็นการดูแลสุขภาพที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะทางจิตใจของผู้ป่วย พร้อมเผยว่าตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา เขาได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับแพทย์และคลินิกในไทย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมและสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน


ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การดูแลสุขภาพสำหรับคนข้ามเพศและผู้มีความหลากหลายทางเพศกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองมากขึ้นในออสเตรเลีย โดยเฉพาะการเข้าถึงการรักษาด้วยฮอร์โมนและบริการยืนยันเพศสภาพสำหรับเยาวชน ซึ่งตกเป็นหัวข้อถกเถียงทั้งในแวดวงการแพทย์ การเมือง และสังคม

เมื่อปี 2025 รัฐควีนส์แลนด์สั่งระงับการเริ่มต้นใช้ยากดวัยเจริญพันธุ์ (puberty blockers) และฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพสำหรับผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 18 ปีรายใหม่ในระบบสาธารณสุข ระหว่างการทบทวนหลักฐานทางการแพทย์และแนวปฏิบัติการรักษา ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนและผู้สนับสนุนสิทธิคนข้ามเพศแสดงความกังวลว่าการตัดสินใจดังกล่าวอาจจำกัดการเข้าถึงบริการสุขภาพของเยาวชนกลุ่มนี้ ส่วนฝ่ายรัฐบาลระบุว่าต้องการให้การรักษาอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รอบคอบที่สุด

ท่ามกลางบรรยากาศการถกเถียงดังกล่าว นพ.อดัม บราวน์ฮิล แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและผู้อำนวยการคลินิก TG Health ในนครเมลเบิร์น ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพคนข้ามเพศ มองว่าการสนทนาเรื่องนี้ควรตั้งอยู่บนข้อมูลและผลประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือการพูดคุยกันอย่างสมเหตุสมผล อิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ มีเหตุมีผล และไม่ฝักใฝ่ทางการเมือง โดยต้องยึดผลประโยชน์สูงสุดของแต่ละบุคคลเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าคนนั้นจะอายุ 14 ปี 24 ปี หรือ 84 ปี อย่างผู้ป่วยที่อายุมากที่สุดคนหนึ่งของผม
นพ.อดัมกล่าวกับเอสบีเอส ไทย

เขากล่าวว่า สิ่งที่ควรทำคือการลดกระแสความตื่นตระหนกและข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เพื่อให้ความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ป่วยแต่ละคนเป็นหัวใจของการตัดสินใจ

“เราต้องกำจัดกระแสตีข่าวและข้อมูลที่ไม่ถูกต้องออกไป และยืนยันว่าเราให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของแต่ละคนเป็นอันดับแรกในทุกการตัดสินใจของเรา”

สำหรับประเทศไทย นพ.อดัมมองว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของโลกด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ และเป็นจุดหมายที่ผู้ป่วยชาวออสเตรเลียจำนวนมากเลือกเดินทางมารับการรักษา

เขาเล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อราวหนึ่งทศวรรษก่อน ขณะทำงานที่คลินิกแห่งหนึ่งในเมลเบิร์น และตั้งคำถามว่า หากวันหนึ่งการเข้าถึงการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพในออสเตรเลียถูกจำกัด ผู้ป่วยจะมีทางเลือกใดบ้าง

“คำถามนั้นนำผมมาสู่ประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

นับตั้งแต่นั้นมา เขาเดินทางมายังประเทศไทยปีละหลายครั้งเพื่อสร้างเครือข่ายกับแพทย์และศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ

ประเทศไทยทำการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพมากกว่าประเทศอื่นแทบทุกแห่งในโลก

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลาย อยู่ไม่ไกลจากออสเตรเลีย ระบบสาธารณสุขอยู่ในระดับโลก แต่ค่าใช้จ่ายเอื้อมถึงมากกว่า”

เขาระบุว่า สำหรับชาวออสเตรเลียจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีประกันสุขภาพ การเดินทางมาผ่าตัดในประเทศไทยอาจมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงหรือถูกกว่าการรักษาในออสเตรเลีย

ปัจจุบัน นพ.อดัมมีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในหลายประเทศ แต่ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ป่วยจำนวนมาก โดยเป้าหมายของเขาไม่ใช่การชี้นำการตัดสินใจ แต่เป็นการมอบข้อมูลให้ผู้ป่วยเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล

“หน้าที่ของผมคือค้นหาแพทย์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย และให้ข้อมูลที่จำเป็นเพื่อให้พวกเขาสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน และรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของพวกเขา”

เมื่อถูกถามถึงข้อกังวลที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาเกี่ยวกับการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ เช่น ความเสียใจภายหลังการรักษาหรือผลกระทบระยะยาว นพ.บราวน์ฮอลล์กล่าวว่าหลักฐานที่เขาศึกษาชี้ให้เห็นว่าอัตราความเสียใจหลังการผ่าตัดในคนข้ามเพศอยู่ในระดับต่ำ

“อัตราความเสียใจหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกในคนทั่วไปอยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 ถึง 30 แต่ในคนข้ามเพศและผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตัวเลขนั้นไม่ถึงหนึ่งในสิบ อยู่ที่ประมาณร้อยละ 2 ถึง 3 ”

เขายังกล่าวว่า ผู้ป่วยข้ามเพศต้องผ่านกระบวนการประเมินที่เข้มงวดกว่าผู้ป่วยทั่วไปอย่างมากก่อนจะเข้าถึงการผ่าตัด และจากประสบการณ์ของเขา การเข้าถึงการรักษาดังกล่าวส่งผลเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน

การเข้าถึงการดูแลที่ยืนยันเพศสภาพ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยฮอร์โมนหรือการผ่าตัด ช่วยรักษาชีวิตผู้คนไว้ได้

เขายกตัวอย่างผู้ป่วยรายหนึ่งที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดสร้างช่องคลอด (vaginoplasty)

“เป็นเรื่องชัดเจนทั้งสำหรับผมและสำหรับตัวเธอเองว่า เธอเบ่งบานขึ้นอย่างมาก เธอรู้สึกว่าตัวเองสมบูรณ์ในฐานะผู้หญิงแล้ว”

สำหรับสังคมออสเตรเลีย นพ.บราวน์ฮอลล์มีข้อความสั้น ๆ ที่อยากส่งถึงผู้คนเกี่ยวกับชุมชน LGBTQIA+ และคนข้ามเพศ

“ปล่อยให้ผู้คนได้เป็นตัวของตัวเอง” นพ.อดัมกล่าว “ไม่ใช่เรื่องของคนอื่นเลยว่าคนคนหนึ่งนิยามตัวเองอย่างไร”

สมาชิกชุมชน LGBTIQ+ ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต สามารถติดต่อ QLife ได้ที่หมายเลข 1800 184 527 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ qlife.org.au

ชาวออสเตรเลียที่มีภาวะเพศกำกวมและต้องการความช่วยเหลือ สามารถเยี่ยมชม Intersex Peer Support Australia ได้ที่ isupport.org.au

นอกจากนี้เว็บไซต์ ReachOut.com ยังมีรายชื่อบริการให้ความช่วยเหลือต่างๆ อีกด้วย

หากคุณต้องการความช่วยเหลือในภาวะวิกฤต สามารถติดต่อ Lifeline ได้ที่หมายเลข 13 11 14

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now