เสียงเชียร์ภาษาไทยดังรอบสนามแข่งขันเทนนิสในนครเมลเบิร์น ท่ามกลางอากาศฤดูร้อนของออสเตรเลีย บรรยากาศแกรนด์สแลมแรกของปีอย่าง Australian Open ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันเทนนิสระดับโลก แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้นักเทนนิสหญิงไทยคนหนึ่งรู้สึกว่า การเดินทางบนเส้นทางอาชีพที่ยากลำบากของเธอ “มีความหมาย”
รวงข้าว ลัลนา ธาราฤดี นักเทนนิสหญิงไทยที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้าสู่รอบ Main Draw ประเภทหญิงเดี่ยวปีนี้ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่ประทับใจที่สุดของการมาแข่งที่ออสเตรเลีย คือการได้เห็นคนไทยจำนวนมากมานั่งแน่นเต็มอัฒจันทร์ ส่งเสียงเชียร์ โบกธงชาติ และให้กำลังใจเธอถึงขอบคอร์ต
“มันเป็นครั้งแรกเลยค่ะ ที่ออกมาแข่งต่างประเทศแล้วเห็นคนไทยมาเชียร์ในคอร์ตเยอะขนาดนี้ รู้สึกภูมิใจมากจริง ๆ เหมือนเราไม่ได้มาแข่งคนเดียว”

จุดเริ่มต้นของเส้นทางนักเทนนิสอาชีพ
หากย้อนกลับไปในวัยเด็ก รวงข้าวเผยว่าเธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นนักกีฬาเทนนิสได้ สิ่งเดียวที่อยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก คือความชอบของคุณพ่อ
“คุณพ่อชอบเล่นเทนนิสค่ะ ตอนนั้นพี่บอล ภราดร กำลังดังมาก พ่อก็เลยอิน แล้วก็พาข้าวไปดูสนามเทนนิส เหมือนคุณพ่อเห็นอะไรในตัวข้าว แล้วคิดว่าข้าวน่าจะเล่นได้”
จากการลองเล่น กลายเป็นการฝึกฝน จากการลงแข่งเยาวชน กลายเป็นผลการแข่งขันที่ “ออกมาค่อนข้างดี” ในสายตาของครอบครัว และนั่นเองที่ทำให้เส้นทางชีวิตของรวงข้าวค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
“พ่อเห็นว่าข้าวน่าจะไปได้ ก็เลยพาเข้าแข่งจริงจัง แล้วสุดท้ายก็คิดว่าข้าวเหมาะกับเส้นทางนี้”
เส้นทางนักกีฬาอาชีพอาจดูสวยงามจากภายนอก แต่สำหรับรวงข้าว เมื่อก้าวจากระดับจูเนียร์เข้าสู่โลกของนักเทนนิสอาชีพ ความจริงกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
“ตอนเป็นจูเนียร์ ไม่คิดเลยว่าพอเทิร์นโปรแล้วมันจะต่างขนาดนี้” รวงข้าวหัวเราะรับ
เธอเล่าด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า การเป็นนักกีฬาอาชีพไม่ใช่แค่การเล่นกีฬา แต่เป็นอาชีพที่ต้องแบกรับความกดดัน ความคาดหวัง และความไม่แน่นอนในทุกแมตช์
“มันมีทั้งความเครียด มีร้องไห้ แล้วก็มีความสุขปนกันไป แต่เสน่ห์ของมันคือ เราได้เอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่คนทั่วไปอาจไม่ได้เจอ ทั้งความกดดันและความภาคภูมิใจ”
สำหรับเธอ เทนนิสไม่ใช่แค่เกม แต่มันคือพื้นที่ที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเต็มร้อย และทุกก้าวที่เดินมาถึงจุดนี้ คือผลลัพธ์ของการทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง
ก่อนจะมาถึง Australian Open ปีนี้ เส้นทางของรวงข้าวกับทัวร์นาเมนต์ระดับแกรนด์สแลมไม่ได้ราบรื่นนัก เธอยอมรับว่าในสองครั้งแรกที่มีโอกาสสัมผัสการแข่งขันที่เมลเบิร์นนั้นเธอยังผ่านรอบคัดเลือกหรือ Qualifying Match ไม่ได้
“สองครั้งแรกไม่เคยชนะเลย แพ้รอบแรก แล้วมันเป็นความรู้สึกที่เฉียดมาก แพ้แบบเกือบได้”
แต่แทนที่จะจมอยู่กับความผิดหวัง รวงข้าวเลือกใช้ความพ่ายแพ้เป็นแรงผลักดัน เธอพยายามปรับปรุงตัวเองในทุกด้าน ทั้งการฝึกซ้อม การดูแลร่างกาย และการเตรียมจิตใจ
“มันทำให้ข้าวพยายามมากขึ้น พยายามทำทุกอย่างที่ส่งผลดีต่อเรา เพื่อให้ผ่านรอบนี้ให้ได้”

เตรียมตัวอย่างหนักเพื่อเป้าหมายปีนี้
ความสำเร็จในการผ่านรอบคัดเลือกของ Australian Open ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ รวงข้าวเปิดเผยว่า ช่วงพรีซีซั่นก่อนเปิดฤดูกาลปีนี้ เธอและทีมโค้ชทุ่มเทกันอย่างหนัก
“ช่วงเดือนธันวา ซ้อมหนักมาก เริ่มตั้งแต่ประมาณแปดโมงเช้า ไปจนถึงสองทุ่ม มันหนักจริง ๆ แต่เราพยายามเวิร์คฮาร์ด และเวิร์คสมาร์ทไปพร้อมกัน”
การซ้อมที่เข้มข้น ไม่ได้มีเป้าหมายแค่เพิ่มความแข็งแรง แต่เพื่อเตรียมตัวรับมือกับระดับการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในเวทีโลก
หนึ่งในแมตช์ที่ผู้ชมพูดถึงกันอย่างมาก คือการเจอกับนักเทนนิสจากเบลเยียม เอลิซ มอร์เทนส์ ซึ่งเป็นผู้เล่นมือวางอันดับ 21 ของโลก แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ แต่รวงข้าวมองว่า นี่คือบททดสอบสำคัญ
“ข้าวภูมิใจใน performance ของข้าววันนั้น แต่ก็ยังมีอะไรที่ต้องพัฒนาอีกเยอะ”
เธออธิบายว่า ในช่วงต้นเซต เธอสามารถเล่นได้สูสีกับคู่แข่ง แต่เมื่อเกมยืดเยื้อ ความแตกต่างด้านประสบการณ์และระดับการแข่งขันก็เริ่มชัดเจนขึ้น
“ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเรามีศักยภาพจะไปอยู่ตรงนั้นได้ แต่ยังไม่ถึง ก็ต้องกลับไปพัฒนาต่อ เพื่อจะสู้กับมือท็อปร้อยหรือท็อป 50 ได้จนจบเซต” เธอยืนยัน
เมื่อก่อนข้าวไม่ชอบแพ้มาก ๆ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าการแพ้ไม่ใช่เรื่องแย่ เราแค่เอามันมาดูว่าพลาดตรงไหน แล้วพัฒนาต่อ
เอสบีเอส ไทย ถามรวงข้าวว่าประสบการณ์ที่เธอได้จากการแข่งขัน Australian Open ปีนี้คืออะไร
เธอตอบว่า "ข้าวอยากกลับมาในเวอร์ชันที่ดีกว่านี้ แข็งแรงกว่านี้ และสู้กับทุกคนได้จนจบเซต"
เสียงขอบคุณจากหัวใจ
หนึ่งในภาพความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดของ รวงข้าว ลัลนา ธาราฤดี จากการแข่งขัน Australian Open ปีนี้ ไม่ได้อยู่แค่ในเกมบนคอร์ต หากแต่อยู่บนอัฒจันทร์ เมื่อเธอได้เห็นกองเชียร์ชาวไทยจำนวนมากมานั่งแน่น ส่งเสียงเชียร์และโบกธงชาติไทยให้กำลังใจถึงขอบสนามในนครเมลเบิร์น ภาพเหล่านั้นทำให้นักเทนนิสหญิงไทยรู้สึกว่า การเดินทางไกลครั้งนี้ไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่เคยคิด
“เป็นครั้งแรกเลยค่ะ ที่ออกมาแข่งต่างประเทศแล้วเห็นคนไทยมาเชียร์ในคอร์ตเยอะขนาดนี้ รู้สึกภูมิใจมาก เหมือนเราไม่ได้สู้คนเดียว”
รวงข้าวเล่าด้วยรอยยิ้ม พร้อมยอมรับว่าเสียงเชียร์ภาษาไทยคือพลังสำคัญที่ช่วยเติมแรงใจให้เธอในทุกแต้มที่ต้องต่อสู้กับคู่แข่งระดับโลก
หลังจบการแข่งขัน เธอใช้เวลาพูดคุยกับแฟนกีฬาชาวไทยที่รอให้กำลังใจอยู่ด้านนอกสนาม ทั้งการทักทาย พูดคุย และตอบข้อความจากโซเชียลมีเดีย รวงข้าวพยายามสื่อสารกับทุกคน เพราะรับรู้ได้ถึงความตั้งใจและความผูกพันของคนไทยในออสเตรเลียที่มอบให้กับนักกีฬาจากบ้านเกิด
เหมือนได้กลับบ้านเลยค่ะ คนไทยที่นี่เยอะมาก ทุกคนเป็นกันเองมาก ขอบคุณทุกเสียงเชียร์ ทุกธงชาติ ทุกโมเมนต์ในคอร์ต มันมีความหมายกับข้าวมากจริง ๆ
เสียงเชียร์จากกองเชียร์คนไทยในเมลเบิร์น จึงไม่ใช่แค่กำลังใจในเกมการแข่งขัน แต่คือแรงผลักดันที่ทำให้รวงข้าวตั้งเป้าว่า จะกลับมาในเวทีระดับโลกอีกครั้ง ในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ เฟซบุ๊ก และ Instagram






