ร้านอาหารในรัฐเซาท์ออสเตรเลียเตรียมได้รับการบรรจุใน Michelin Guide คู่มือร้านอาหารชื่อดังระดับโลก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ออสเตรเลียจะได้รับการจัดอันดับในคู่มือดังกล่าว
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
เหล่านักชิมและผู้ตรวจสอบร้านอาหารของมิชลิน ไกด์ กำลังตระเวนชิมอาหารทั่วรัฐเซาท์ออสเตรเลีย เพื่อค้นหาร้านอาหารที่คู่ควรกับ “ดาวมิชลิน” ซึ่งมีคำบอกเล่าว่าเหล่านักชิมมิชลิน ไกด์เหล่านี้นั้นเป็นบุคคลที่ลึกลับที่สุดกลุ่มหนึ่งในวงการอาหารโลก
เชฟนิค ทาดิยา กล่าวว่า เขายินดีต่อการเดินทางมาของทีมงานมิชลิน ไกด์
“ผมว่าก็ถึงเวลาแล้วนะ วงการอาหารรุ่นใหม่ของที่นี่เติบโตขึ้นอย่างมากในช่วง 5 ถึง 10 ปีที่ผ่านมา”
Michelin Guide คู่มืออาหารชื่อดังระดับโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1900 โดยบริษัทผลิตยางรถยนต์จากฝรั่งเศส เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวทางรถยนต์ และขณะนี้ คู่มืออาหารดังกล่าวกำลังเข้าสู่ตลาดออสเตรเลียเป็นครั้งแรก
ด้านดันแคน เวลเกมูด หัวหน้าเชฟของร้าน Africola ระบุว่า การได้รับดาวมิชลินไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นร้านอาหารหรูระดับไฟน์ไดนิ่งเสมอไป
“หลายคนมักเข้าใจผิดว่า มิชลินจะให้รางวัลเฉพาะร้านอาหารหรูเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วร้านเล็ก ๆ อย่างร้านลักซาก็สามารถได้ดาวมิชลินเหมือนกัน”
เว็บไซต์ของ Michelin Guide มีผู้เข้าชมมากกว่า 62 ล้านครั้งต่อปี และรวบรวมร้านอาหารกว่า 18,000 แห่ง ตั้งแต่ร้านรถเข็นริมทางไปจนถึงร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง
โดยรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับการแนะนำทั้งหมด คาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมนี้
ระบบการให้คะแนนแบบ Hat Awards ของออสเตรเลีย
ก่อนที่ Michelin Guide จะเข้ามา ในออสเตรเลียมีระบบการให้รางวัลร้านอาหารที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดระบบหนึ่งอยู่แล้วนั่นก็คือ “Chef Hat Awards” ของ Australian Good Food Guide หรือ AGFG ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 1982
ระบบนี้คล้ายกับดาวมิชลินของยุโรป โดยมีผู้ตรวจประเมินเข้าไปชิมอาหารแบบไม่เปิดเผยตัวตน และให้คะแนนจากคุณภาพอาหารเป็นหลัก ตั้งแต่รสชาติ เทคนิคการปรุง ไปจนถึงความคิดสร้างสรรค์ของเชฟ
ซึ่งจะมีการให้คะแนนในระบบ 20 คะแนน โดยร้านที่ได้ประมาณ 12–13 คะแนนถือว่าอยู่ในระดับโดดเด่น ขณะที่ร้านระดับสูงมากอาจได้ถึง 18 หรือ 19 คะแนน ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในออสเตรเลีย
ร้านอาหารจะได้รับ “หมวกเชฟ” หรือ Chef Hats ตามคะแนนที่ได้ โดยร้านระดับสูงสุดจะถูกมองว่าเป็นจุดหมายด้านอาหารที่ควรค่าแก่การเดินทางไปโดยเฉพาะ
AGFG ระบุว่า จุดสำคัญของระบบนี้ คือการให้รางวัลกับเชฟที่สร้างสรรค์อาหารได้โดดเด่น ไม่ใช่เพียงร้านที่ทำตามมาตรฐานแบบเดียวกันทั้งหมด ซึ่งทำให้วงการอาหารออสเตรเลียมีความหลากหลายและเปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ค่อนข้างมาก
และปัจจุบันก็มีร้านอาหารไทยหลายแห่งที่ได้รับรางวัลนี้เช่นกัน
เป็นที่น่าจับตาว่า เมื่อระบบ Michelin เข้ามาสู่ออสเตรเลียแล้ว วงการอาหารท้องถิ่นจะตื่นตัวมากน้อยเพียงใด ในการผลักดันมาตรฐานและอัตลักษณ์ของอาหารออสเตรเลียให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากยิ่งขึ้น
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม





