Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

AI ในที่ทำงาน: โอกาสใหม่หรือแรงกดดันต่อแรงงานออสเตรเลีย

AI ROBOTS WORKPLACES

เรซา ฟากิรี ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของ Amazon ขณะทำงานกับหุ่นยนต์ ที่ศูนย์ปฏิบัติการหุ่นยนต์ของ Amazon ในซิดนีย์ Source: AAP / DEAN LEWINS/AAPIMAGE

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเปลี่ยนวิธีทำงานของชาวออสเตรเลียอย่างรวดเร็ว แต่รายงานฉบับใหม่เตือนว่า ออสเตรเลียยังขาดยุทธศาสตร์ระดับชาติในการกำกับดูแล AI ในที่ทำงาน ท่ามกลางความกังวลว่าเทคโนโลยีนี้อาจเพิ่มการสอดส่องแรงงาน ภาระงาน ความเครียด และความไม่มั่นคงในอาชีพ


ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่

ที่เมืองแอดิเลด มีการจัดเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐบาล กลุ่มนายจ้าง และสหภาพแรงงาน ว่าด้วยบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในสถานที่ทำงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงาน อแมนดา ริชเวิร์ธ กล่าวว่า รัฐบาลของนายอัลบานีซีไม่ได้เพิกเฉยต่อการขยายตัวของเทคโนโลยีนี้

"ในรัฐบาลสมัยที่สองของเรา เราให้ความสำคัญอย่างมากกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเกี่ยวกับ AI และโอกาสที่ AI สามารถมอบให้ได้ แต่ขณะเดียวกัน เรายังมุ่งเน้นว่าเราจะใช้ประโยชน์จาก AI อย่างทั่วถึงได้อย่างไร พร้อมกับระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย เราจะเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ด้วย"

อย่างไรก็ตาม การแพร่ขยายของ AI ในสถานที่ทำงานเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตัวเลขจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์นระบุว่า พนักงานเกือบ 3 ใน 5 คน หรือร้อยละ 58 ใช้ AI ในการทำงานเป็นประจำ และ 1 ใน 3 ของพนักงานใช้ AI ทุกสัปดาห์หรือทุกวัน

รัฐมนตรีริชเวิร์ธระบุว่า รัฐบาลมีแผนด้าน AI สำหรับออสเตรเลียอยู่แล้ว แต่ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ภาคธุรกิจ และชุมชน

เรากำลังวางรากฐานที่เหมาะสมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า AI จะถูกนำมาใช้และประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมในออสเตรเลีย แต่หัวใจสำคัญของงานนี้คือความไว้วางใจ ความไว้วางใจว่า AI จะถูกใช้อย่างปลอดภัยและเป็นธรรม
รัฐมนตรีริชเวิร์ธ จากกระทรวงการจ้างงานกล่าว

สำหรับ ด็อกเตอร์โดมินิก เมเกอร์ จากศูนย์วิจัยจอห์น เคอร์ติน เขามีความกังวลต่อเรื่องนี้

"อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียส่งผลต่อวิธีที่เราพูด วิธีที่เราสื่อสาร แนวคิดที่เราได้รับ และวิธีที่มันผลักผู้คนเข้าไปอยู่ในฟองสบู่ข้อมูล แรงจูงใจของมันคือการทำให้วาทกรรมสุดโต่งมากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นปัญหาใหญ่ AI อาจมีแรงจูงใจลักษณะเดียวกัน แต่ในระดับที่ใหญ่กว่ามาก แทนที่คุณจะสื่อสารกับเครือข่ายสังคม คุณอาจได้รับแนวคิดโดยตรงจากเครื่องมือ AI ที่รู้จักคุณอย่างลึกซึ้ง และมีเพียงคุณที่มองเห็นสิ่งที่มันกำลังบอก คุณจึงอาจได้รับโลกในแบบเฉพาะบุคคลที่ตอกย้ำมุมมองที่ไม่สมดุล และอาจส่งเสริมแนวคิดด้านลบหรือความสุดโต่งได้ หากไม่ได้ตั้งค่าอย่างเหมาะสม"

Hands on the keyboard of a laptop, with an artificial intelligence interface open on the screen.
ผู้ใช้แลปทอปเข้าอินเทอร์เฟซปัญญาประดิษฐ์ Source: Getty / NurPhoto

ดอกเตอร์เมเกอร์เป็นผู้ร่วมเขียนรายงาน AI ฉบับใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก SDA [[เอสดีเอ]] สหภาพแรงงานร้านค้า การจัดจำหน่าย และพนักงานที่เกี่ยวข้อง (Shop, Distributive and Allied Employees Association – SDA) ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานค้าปลีกและฟาสต์ฟูดที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย

รายงานระบุว่า ออสเตรเลียยังไม่มียุทธศาสตร์ระดับชาติในการกำกับดูแลการแพร่ขยายของ AI ในสถานที่ทำงาน

"AI เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีขนาดมหึมาที่มีผลกระทบอย่างลึกซึ้ง มันจะส่งผลต่อทุกสิ่ง โดยเฉพาะต่อรูปแบบการทำงาน"

ข้อกังวลใหญ่ของสหภาพแรงงานคือ AI อาจเพิ่มการสอดส่องแรงงาน ภาระงานที่ไม่ปลอดภัย และความไม่มั่นคงด้านการจ้างงาน

ผลการศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น พบว่า พนักงานร้อยละ 26 รายงานว่าภาระงานและความเครียดเพิ่มขึ้น ร้อยละ 39 พบว่างานซ้ำซากเพิ่มขึ้น และมากกว่าครึ่งไม่ได้เปิดเผยว่าตนใช้ AI โดยนำผลงานที่สร้างจาก AI ไปเสนอเป็นผลงานของตนเอง

ดอกเตอร์เมเกอร์ระบุว่า นั่นหมายความว่าจำเป็นต้องมีมาตรการคุ้มครองแรงงาน

"รัฐบาลมีแนวคิดที่ถูกต้องในการตระหนักว่าเทคโนโลยีใหม่นี้กำลังมา และเราต้องแน่ใจว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อออสเตรเลีย พวกเขายอมรับเรื่องนั้นแล้ว แต่จะทำอย่างไร สิ่งที่ผมอยากเห็นจริง ๆ คือรัฐบาลออสเตรเลียต้องเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถาบันและกรอบกำกับดูแลที่เรามีอยู่ และปรับปรุงให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่นี้และความท้าทายที่มันสร้างขึ้น"

ai-generated-Alexandra_Koch.jpg
ทุกวันนี้ AI สามารถเข้าไปอ่านในอินเทอร์เน็ตจนรู้ได้ว่าว่ามนุษย์นี่เขียนบทความ หรือเรียงความยังไง เขียนในแนวไหน Source: Pixabay / Alexandra Koch from Pixabay

ก่อนหน้านี้ มีการวิเคราะห์ช่องว่างเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อหลากหลายอาชีพ

รัฐมนตรีริชเวิร์ธกล่าวว่า งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่า AI ชะลอการเติบโตของบางอาชีพ เช่น พนักงานป้อนข้อมูล แต่ในภาพรวมของเศรษฐกิจ โครงสร้างงานยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คาดหรือเกินกว่าปกติ

และเธอมองเห็นศักยภาพของ AI ในการเพิ่มผลิตภาพทั่วประเทศ

แต่เธอเข้าใจถึงความกังวลของประชาชนเช่นกัน

"เราทราบดีว่าชาวออสเตรเลียจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับ AI และผลกระทบของมัน หากแรงงานถูกปฏิบัติราวกับเป็นสิ่งใช้แล้วทิ้ง หรือหาก AI ถูกใช้ในทางที่ก่อให้เกิดอันตราย ความกังวลนี้อาจกลายเป็นความไม่ไว้วางใจ และเราเห็นสิ่งนี้แล้วจากผลสำรวจของเรดบริดจ์ กรุ๊ป ที่เผยแพร่ใน Australian Financial Review ซึ่งพบว่าแรงงานร้อยละ 73 เชื่อว่า AI จะส่งผลร้ายต่อความมั่นคงในงานของตน"

ดอกเตอร์เมเกอร์มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ

แน่นอนว่า หลายอย่างอาจผิดพลาดได้ และหลายอย่างก็อาจสร้างผลดีได้เช่นกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำ โดยเฉพาะในเรื่องที่ AI ส่งผลต่อการทำงาน คือทำให้แน่ใจว่าเราจะพาผู้คนเดินไปด้วยกัน ใช้มันอย่างมีเหตุผล ทำให้ประชาชนมีประสิทธิภาพมากที่สุด ยกระดับผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำให้สถานที่ทำงานเป็นสถานที่ที่ผู้คนอยากอยู่จริง ๆ
ดอกเตอร์เมเกอร์กล่าว

ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now