รัฐบาลนิวเซาท์เวลส์เปิดตัวศูนย์แรงงานข้ามชาติแห่งแรก สำหรับขอความช่วยเหลือกรณีถูกเอารัดเอาเปรียบในที่ทำงาน สำหรับแรงงานต่างชาติโดยเฉพาะ มุ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และการย้ายถิ่นฐานแก่ผู้อพยพย้ายถิ่นในรัฐ
ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่
ซามูเอล ซูลัวกา เดินทางจากบ้านเกิดในโคลอมเบียมายังซิดนีย์ เมื่อเขาอายุ 23 ปี เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
ร้านตัดผมแห่งหนึ่งเสนอที่จะสปอนเซอร์ให้เขาทำงานด้วยวีซ่าทำงานชั่วคราว และในช่วงแรก เขารู้สึกว่าเขาโชคดี
แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายสิ่งก็เริ่มเปลี่ยนไป
“หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งปี ผมสังเกตเห็นว่านายจ้างหยุดจ่ายเงินซูเปอร์แอนนูเอชันให้ผม ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจเต็มที่ว่ามันหมายความว่าอย่างไร ผมบอกตัวเองว่า มันอาจเป็นความผิดพลาดก็ได้”
ซามูเอลลังเลที่จะพูดถึงปัญหาเหล่านี้ เพราะเขาถือวีซ่าอยู่
เขาไม่รู้ว่า การพูดอะไรออกไปอาจทำให้อนาคตของเขาในออสเตรเลียตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่
“วันหนึ่ง ผมร้องเรียนตอนที่ถูกขอให้ทำความสะอาดห้องน้ำ เพราะนั่นไม่ใช่หน้าที่ของผม นายจ้างของผมแค่พูดว่า คุณถูกไล่ออก เก็บของแล้วกลับบ้านไป แค่นั้นเลย ผมเสียทั้งงานและสปอนเซอร์วีซ่าไปในทันที”
นายจ้างของซูลัวกายังปฏิเสธที่จะจ่ายเงินวันลาพักร้อนประจำปีที่เขาไม่ได้ใช้ เพราะในเวลานั้น ซูลัวกากลัวว่าการลาหยุดอาจทำให้นายจ้างไม่พอใจ
ท้ายที่สุด ด้วยความช่วยเหลือจากสหภาพแรงงานและหน่วยงานบริการต่าง ๆ ซูลัวกาจึงได้รับเงินดังกล่าว
เรื่องนี้เปลี่ยนชีวิตผมไปเลย มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แน่นอนว่ามันเปลี่ยนสถานการณ์ของผม และทำให้ผมเห็นว่าผมไม่ได้อยู่เพียงลำพังซูลัวกากล่าว

รายงานของสถาบันเพื่อความเป็นธรรมสำหรับผู้ย้ายถิ่น (Migrant Justice Institute) ที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคมนี้ ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่แรงงานข้ามชาติเผชิญ
โดยรายงานพบว่า เกือบสองในสามของผู้ถือวีซ่าชั่วคราวได้รับค่าจ้างต่ำกว่าที่ควร โดยเฉพาะนักเรียนต่างชาติ ซึ่งอาจสูญเสียค่าจ้างโดยเฉลี่ยมากกว่า 60 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์
และแรงงานต่างชาติมากกว่าหนึ่งในสามรายงานว่า พวกเขาทำงานภายใต้รูปแบบสัญญาจ้างแบบผู้รับเหมา (contractor) หรือแบบมี ABN
มาร์ก โมรี ประธานสหภาพแรงงานนิวเซาท์เวลส์ (Unions New South Wales) กล่าวว่า ผู้ย้ายถิ่นมีความสำคัญต่อออสเตรเลียอย่างมาก
“เศรษฐกิจของเราพึ่งพาพวกเขา และความมั่นใจว่าเรามีแรงงานที่ทำงานในตำแหน่งที่เราไม่มีคนเพียงพอจะทำ เรารู้ว่า เราขาดแคลนแรงงานทักษะในชุมชนเกษตรกรรม ในภาคค้าปลีก ภาคบริการอาหารและที่พัก และภาคก่อสร้าง เราขาดแคลนคนที่ต้องการเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานในระบบเศรษฐกิจ และเราไม่ใช่ประเทศที่มีขนาดใหญ่พอ เราถูกสร้างขึ้นจากการย้ายถิ่น เราต้องการแรงงานเหล่านี้ให้อยู่ที่นี่”

และความช่วยเหลือเฉพาะทางแบบที่ซูลัวกาได้รับ พร้อมให้บริการแก่แรงงานข้ามชาติทุกคนในรัฐนิวเซาท์เวลส์
ล่าสุด รัฐนิวเซาท์เวลส์ได้เปิดตัวศูนย์แรงงานข้ามชาติแห่งแรก (Migrant Workers Centre) ในย่านใจกลางนครซิดนีย์ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ที่เผชิญกับการได้รับค่าจ้างต่ำกว่าที่ควร สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย และการถูกเอารัดเอาเปรียบทุกรูปแบบ
ทั้งยังมีศูนย์ให้บริการฯ ในพื้นที่ภูมิภาคของนิวเซาท์เวลส์ เพื่อความมั่นใจว่าผู้ที่อยู่ในชุมชนนอกเขตเมืองสามารถเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้ด้วย
ด้วยงบประมาณสนับสนุน 6.5 ล้านดอลลาร์ คาดการณ์ว่า ศูนย์ให้ความช่วยเหลือนี้จะสามารถให้การสนับสนุนแรงงานกลุ่มเสี่ยงได้ราว 2,000 คนต่อปี ผ่านความช่วยเหลือที่คำนึงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเชื่อมโยงกับชุมชน
คริส มินส์ มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า
"เราต้องการให้แรงงานข้ามชาติทุกคนรู้ว่า หากคุณรู้สึกถูกกดดันในที่ทำงาน หากคุณถูกบังคับให้ทำงานโดยได้รับค่าจ้างต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ หากคุณรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง"
คุณสามารถมาที่ศูนย์แรงงานข้ามชาติได้ พวกเขาจะอธิบายสิทธิของคุณ ช่วยคุณผ่านกระบวนการต่าง ๆ และเพิ่มความมั่นใจว่าคุณจะได้รับทุกสิ่งที่คุณมีสิทธิได้รับตามกฎหมายคริส มินน์ มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์กล่าว
ศูนย์บริการที่เพิ่งเปิดตัวนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากสมาชิกของชุมชนพหุวัฒนธรรม
อูบาห์ กาบริส ประธานสมาพันธ์ชุมชนโซมาเลียแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์กล่าวว่า
“หากคุณถูกเอาเปรียบ หรือคุณไม่รู้สิทธิของตัวเอง คุณไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรบ้างสิ่งที่ฉันชอบเกี่ยวกับบริการแบบนี้คือ ผู้คนสามารถเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ และรับคำแนะนำ โดยเฉพาะความช่วยเหลือทางกฎหมายหรือการสนับสนุนทางกฎหมายได้”
หาข้อมูลศูนย์แรงงานข้ามชาติรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ที่นี่
ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม




