คดีการเสียชีวิตของหญิงไทยวัย 17 ปีในเมืองพัทยา ซึ่งถูกพบเป็นศพซุกในกระเป๋าเดินทาง ได้รับความสนใจทั้งในไทยและออสเตรเลีย เอสบีเอส ไทย ได้สัมภาษณ์พิเศษ พ.ต.อ. เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ถึงความคืบหน้าของคดี หลังตำรวจจับกุมนายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน ชาวออสเตรเลีย และเชื่อว่าเป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่กับผู้เสียชีวิตก่อนเกิดเหตุ
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
กรณีชายชาวออสเตรเลียวัย 65 ปี ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมหญิงไทยวัย 17 ปี หรือ “น้องเค้ก” ธัญชนก ดอนหอมหล้า ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ยังคงเป็นคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและรอผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนคดี
สำนักข่าวรอยเตอร์ส์รายงานว่า ผู้ต้องสงสัยชื่อนายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน เป็นชายชาวออสเตรเลียอายุ 45 ปี ถูกจับกุมที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ขณะกำลังซื้อตั๋วเครื่องบินสายการบินเจ็ตสตาร์ เพื่อเดินทางกลับมายังนครเพิร์ธ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
พ.ต.อ. เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เปิดเผยกับเอสบีเอส ไทย ว่า จากพยานแวดล้อมและหลักฐานที่ตำรวจมีในขณะนี้ เชื่อว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ลงมือทำร้ายผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า “ไม่มีคนอื่นเข้าไป [ในห้อง] นอกเหนือจากคุณไซมอนและน้องเค้ก” ขณะที่ผู้ต้องหาให้การอ้างว่าได้บีบคอผู้เสียหายจนแน่นิ่ง ก่อนนำร่างไปไว้ในห้องน้ำ และภายหลังนำศพใส่กระเป๋าเพื่อนำไปทิ้ง
สำหรับบาดแผลรอยข่วนที่พบบนร่างของผู้ต้องหา ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการต่อสู้ของผู้เสียชีวิตระหว่างถูกทำร้าย โดย พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า
“น้องอาจจะมีการต่อสู้ระหว่างที่อาจจะถูกบีบคอ ก็อาจจะดิ้นหรืออะไรต่าง ๆ มือก็คงไปข่วนที่ตัวของคุณไซมอน”

ในประเด็นแรงจูงใจของคดี ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดจากการทะเลาะกันเรื่องส่วนตัว แต่เจ้าหน้าที่ขอสงวนความเห็นในส่วนนี้ เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่สามารถชี้แจงหรือโต้แย้งข้อกล่าวอ้างดังกล่าวได้
จากการสอบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ถึงเพื่อน โดยแจ้งว่าได้เดินทางมาถึงห้องพักของผู้ต้องหาแล้ว และกล่าวว่าห้องพักมีสภาพรก แต่ไม่มีข้อความใดที่บ่งชี้ว่าผู้เสียชีวิตรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือคาดว่าจะเกิดอันตรายขึ้น
ด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ติดต่อพนักงานสอบสวนและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว
พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ในช่วงแรกของการสืบสวน ตำรวจรับแจ้งเพียงว่ามีเยาวชนสูญหายและไม่สามารถติดต่อได้ จึงแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ไว้ก่อน เนื่องจากขณะนั้นยังไม่พบศพของผู้เสียชีวิตและยังไม่พบกระเป๋าที่ใช้ซ่อนศพ
สำหรับกระบวนการทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่า คดีนี้มีอัตราโทษสูง โดยหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อัตราโทษสูงสุดตามกฎหมายไทยคือประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม การกำหนดโทษจะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ คำให้การของผู้ต้องหา และดุลพินิจของศาล
ในฐานะที่ผู้ต้องหาเป็นชาวออสเตรเลีย พ.ต.อ.เอนก ระบุว่า สถานทูตออสเตรเลียได้ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามรายละเอียดของคดีแล้ว และตำรวจพร้อมรับฟังข้อสงสัยหรือข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้คดีของผู้ต้องหา ทั้งนี้ เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เจ้าหน้าที่ได้จัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาในระหว่างการสอบสวนตามกระบวนการกฎหมายไทย
ผู้กำกับการตำรวจยังยอมรับว่า ในพื้นที่พัทยาเคยมีเหตุทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายระหว่างชาวต่างชาติกับผู้หญิงไทยเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากความเข้าใจผิดหรือการโต้เถียงกัน แต่โดยทั่วไปไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเช่นคดีนี้
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.เอนก ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญกับการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและการอำนวยความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยกล่าวว่า “ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือคนไทยที่กระทำผิด เราพยายามจะทำให้ความยุติธรรมทุกฝ่ายอยู่แล้ว” พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่ไม่คาดคิดและไม่สะท้อนภาพรวมด้านความปลอดภัยของเมืองพัทยา
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ ยูทูบ





